Android 11 จะเพิ่ม Conversation API ในการตอบ Direct Message ของ Twitter

ทาง Google ได้ออกมายืนยันว่าใน Android 11 จะเพิ่มการอัปเกรดให้สามารถตอบ Direct Message ของ Twitter ได้จาก Conversation API หรือเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ใช้ตอบข้อความได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะมันจะมีการแจ้งเตือนแบบ Pop-up Preview แสดงข้อความขึ้นมาพร้อมเมนู Shortcut ให้สามารถตอบกลับข้อความได้โดยไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปในแอปพลิเคชันนั้นๆ

สำหรับ Conversation API ของ Twitter จะคล้ายกับ Line ตรงที่ผู้ใช้จะสามารถเลือก Reply หรือ Mute ข้อความได้จากแถบ Notification ด้านบน หรือเลือกแตะที่บริเวณอื่นๆ เพื่อเข้าไปตอบข้อความภายในแอปพลิเคชันได้ (แต่ของ Line จะมีการแสดงข้อความหรือ Emoticon อื่นๆ ให้ผู้ใช้ Reply ข้อความได้โดยไม่ต้องพิมพ์ด้วย)

Android 11 จะเพิ่ม Conversation API ในการตอบ Direct Message ของ Twitter


ภาพจาก : https://android-developers.googleblog.com/2020/06/bringing-twitters-dms-into-android-11s.html

และนอกจาก Twitter แล้ว Google ยังได้ร่วมมือกับ Facebook ในการ อัปเกรดและปรับ UI ของ Bubble ใน Messenger ให้ทำงานร่วมกับ Conversation API ของ Android 11 มากกว่าจะเป็นตัวแอปเดี่ยวๆ เพราะผู้ใช้จะสามารถเลือกตอบข้อความได้ทั้งจากแถบ Notification ด้านบน หรือเลือกกดให้แสดงผล Bubble บนหน้าสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน

Android 11 จะเพิ่ม Conversation API ในการตอบ Direct Message ของ Twitter


ภาพจาก : https://android-developers.googleblog.com/2020/06/messenger-and-conversations.html

ซึ่งทางบริษัทก็คาดหวังว่าการเพิ่มฟีเจอร์นี้เข้ามาจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเห็นและตอบกลับข้อความของผู้อื่นได้แบบเรียลไทม์ เพราะนอกจากจะมีการแจ้งเตือนแบบ Pop-up แล้วยัง เพิ่มการตั้งค่า ภายใน Conversation API ที่เมื่อกดค้างที่ข้อความนั้นๆ จะมีตัวเลือกให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Shortcut ไว้ที่หน้า Home, ปิดการแจ้งเตือน หรือ Mask as important ได้
ที่มา : www.engadget.com , developer.android.com , android-developers.googleblog.com , android-developers.googleblog.com

YouTube ทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์ตั้งกองทุนและแคมเปญสนับสนุน BlackLivesMatter

ที่ YouTube เราเชื่อว่าชีวิตของคนดำนั้นสำคัญ (Black Lives Matter) และพวกเราทุกคนควรที่จะล้างระบอบการเหยียดสีผิวนี้ออกไป เราจะร่วมประท้วงเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับ George Floyd, Breonna Taylor, Ahmaud Arbery และคนผิวดำอีกจำนวนมากที่เสียชีวิตไปเพราะการเหยียดสีผิวนี้ และเราต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าเราสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

Susan Wojcicki CEO ของ YouTube แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอต้องการที่จะสนับสนุนและผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมมากยิ่งขึ้นและได้โพสต์ข้อความดังกล่าวนี้ในบล็อกของ YouTube รวมทั้งได้ปล่อยคลิป “Bear Witness, Take Action” ออกไปในวันที่ 11 มิถุนายนเพื่อเชิญชวนให้ติดตามการพูดคุย, แชร์ประสบการณ์, ให้ความรู้เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำและการถูกเลือกปฏิบัติของคนผิวดำในวันที่ 13 มิถุนายนที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ยังได้ออกมาประกาศว่าจะ ตั้งกองทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,100 ล้านบาท) เพื่อ “ขยายฐาน Creator ผิวดำ” ให้ได้มีพื้นที่สื่อในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น

เราได้พยายามทำงานอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เพื่อพัฒนาให้ YouTube เป็นพื้นที่ปลอดภัยและอิสระกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะกับคนผิวดำที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเสมอมา เราพยายามจะอุดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ผิวดำทั้งศิลปิน, Creator และผู้ใช้ทั่วไปได้มีพื้นที่ในการแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของพวกเขามากขึ้น และป้องกันไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งและหยามเหยียดจากบุคคลอื่น

และเมื่อปีที่ผ่านมาทาง YouTube ก็ได้ทำการลบคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาหรือชี้ชวนให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงทั้งในเรื่องของเชื้อชาติ, เพศ, สีผิว หรือรสนิยมทางเพศออกไปกว่า 100,000 คลิป และลบคอมเมนท์ที่มีเนื้อหาเดียวกันนี้ออกไปกว่า 100 ล้านคอมเมนท์เลยทีเดียว (แต่สำหรับ คดีการฟ้องร้องของกลุ่ม LGBTQ กับ YouTube ที่ยังยืดเยื้ออยู่ก็ไม่ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมแต่อย่างใด)

อย่างไรก็ตาม YouTube ก็ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ออกมาสนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมนี้ เพราะบริษัทแม่อย่าง Google เองก็ได้ออกมาประกาศว่าทางบริษัทจะบริจาคเงินจำนวน 12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 37 ล้านบาท) ให้กับหน่วยงานผลักดันในเรื่องนี้ และทาง Apple เองก็ระบุว่าจะบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,100 ล้านบาท) ด้วย ส่วน Facebook และ Amazon ก็ได้บริจาคเงินราว 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการหยุดยั้งการเหยียดสีผิวด้วยเช่นกัน
ที่มา : www.engadget.com , www.theverge.com , youtube.googleblog.com

ARM เปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่ Cortex-A78 และ Mali-G78 สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่

Arm Holdings ผู้พัฒนาชิปเซตสถาปัตยกรรม ARM ได้ออกมาประกาศเปิดตัว CPU Cortex-A78 และ Mali-G78 Valhall-based GPU รุ่นใหม่สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงเจนฯ ถัดไปอย่างเป็นทางการแล้ว

Cortex-A78 ออกแบบมาสำหรับใช้ในอุปกรณ์ระดับสูง โดยจะมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า CPU รุ่นปัจจุบันอย่าง Cortex-A77 ถึง 20% และทาง ARM ยังเคลมว่าหากเทียบกับอุปกรณ์ที่วางจำหน่ายในปี 2019 แล้ว Cortex-A78 จะใช้พลังงานน้อยลงกว่าเดิม 50% โดยที่ยังคงประสิทธิภาพในการทำงานเท่ากับ Cortex-A77 นอกจากนี้ ขนาดของ Cortex-A78 จะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 5% ช่วยให้พื้นที่ภายในสมาร์ทโฟนมีพื้นที่เหลือมากขึ้นสำหรับชิ้นส่วนอื่นๆ ที่จำเป็น

ARM เปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่ Cortex-A78 และ Mali-G78 สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่
ARM เปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่ Cortex-A78 และ Mali-G78 สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่
ARM เปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่ Cortex-A78 และ Mali-G78 สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่

นอกจากนี้ ARM ยังได้เปิดตัวโครงการ Cortex-X ที่จะให้พันธมิตรสามารถปรับแต่ง Cortex CPU สำหรับการใช้งานเฉพาะทางตามความต้องการได้ โดยมี Cortex-X1 เป็น CPU ตัวแรกของในโครงการนี้ โดยมันสามารถรีดประสิทธิภาพการทำงานแบบสูงสุดได้มากกว่า Cortex-A77 30% หากเทียบกับ Cortex-A78 ในการทำงานแบบ Single-thread ตัว Cortex-X1 ก็ยังแรงกว่าถึง 22%

มาดู GPU สำหรับเรือธงรุ่นใหม่กันบ้าง นั่นก็คือ Mali-G78 ทาง ARM ระบุว่า GPU รุ่นใหม่นี้ จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า Mali-G77 ถึง 25% โดยใช้พลังงานลดลง 10% และรองรับการทำงานได้สูงสุดถึง 24 คอร์ 

นอกจากนี้ยังมีการเปิด Mali-G68 ซึ่งเป็น GPU ระดับกลางด้วย โดยทาง ARM กล่าวว่าจะมีคุณสมบัติหลักที่สำคัญเหมือนกับ Mali-G78 แต่จะรองรับการทำงานสูงสุดแค่ 6 คอร์ เท่านั้น

ส่วนของเล่นใหม่ชิ้นสุดท้าย ก็คือ Ethos-N78 ซึ่งเป็นชิปเซต Neural processing unit (NPU) รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิม 30% และรีดประสิทธิภาพสูงสุดได้มากขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับ Ethos-N77

อย่างไรก็ตาม ใครที่ต้องการสัมผัสกับชิปเซตรุ่นใหม่นี้ คาดว่าอาจจะต้องรอไปจนถึงปี 2021 (พ.ศ. 2564) เลยทีเดียว
ที่มา : www.androidcentral.com , www.anandtech.com , www.arm.com , www.notebookcheck.net

Google กำลังทดสอบระบบ ยืนยันสั่งจ่ายเงินด้วยเสียง บน Google Assistant

Google กำลังทดสอบระบบการจ่ายเงินด้วยเสียงบน Google Assistant ซึ่งตอนนี้มีการปล่อยออกมาให้ผู้ใช้บางส่วนที่ได้รับเชิญเท่านั้น ซึ่งนิยามของ Google Assistant ก็คือผู้ช่วยอัจฉริยะบนมือถือ Android และตอนนี้มันมีประโยชน์กับผู้ใช้มากขึ้นทุกวัน

สำหรับระบบใหม่นี้ แน่นอนว่าโดยปกติการจ่ายเงินด้วยสมาร์ทโฟนทั่วไป มักจะใช้พาสเวิร์ด ลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันการสั่งจ่าย ซึ่งไม่เคยมีการใช้ระบบเสียงมาก่อนแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่า Google พยายามจะทำให้สามารถสั่งจ่ายเงินด้วยระบบจดจำเสียงได้

ซึ่งปัจจุบันยังเป็นแค่การทดสอบ ถ้าปล่อยออกมาจริงๆ แล้ว Google ระบุว่าระบบนี้สามารถใช้ได้กับการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน หรือการซื้อแอปพลิเคชันบน Play Store เท่านั้น แต่ก็ยังมีร้านอาหารบางแห่งที่สามารถใช้ได้เช่นกัน ซึ่งจะมีอัปเดตให้ภายหลัง และเชื่อว่าสิ่งนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างมาก

Google กำลังทดสอบระบบ ยืนยันสั่งจ่ายเงินด้วยเสียง บน Google Assistant


ภาพจาก https://www.xda-developers.com/google-tests-voice-confirmation-purchases-google-assistant/

โดยวิธีการตั้งค่าใช้งาน ให้เราเข้าไปที่ Google app > More > Settings > Google Assistant > You > Payments จากนั้นก็ผูกบัญชีเข้ากับระบบ (ถ้ายังไม่เคย) และเปิด Verify it’s you before paying เพื่อเปิดต่อไปยัง “Confirm with Voice Match” ระบบจะให้เราพูดประโยคบางประโยค 2-3 ครั้ง  เพื่อให้ Google Assistant สามารถจดจำเสียงของผู้ใช้ และควบคุมการจ่ายเงินด้วยเสียงได้ 

ไม่มีการยืนยันว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่ แต่สื่อต่างประเทศหลายสำนักคาดการณ์ Google อาจจะพูดถึงฟีเจอร์นี้ในวันเปิดตัว Android 11 เวอร์ชันเบต้าวันที่ 3 มิถุนายนที่จะถึงนี้
ที่มา : www.xda-developers.com

Apple ซื้อกิจการสตาร์ทอัพ ดึงบุคลากร และเทคโนโลยีช่วยเสริมความฉลาดให้ “Siri”

Apple เข้าซื้อกิจการบริษัท ‘Inductiv’ เพื่อนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial intelligence (AI) ของบริษัทดังกล่าวมาต่อยอดพัฒนาให้กับซอฟต์แวร์ “Siri” หรือผู้ช่วย AI ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว

บริษัท ‘Inductiv’ ถือว่าเป็นสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งโดยศาสตราจารย์คนหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยบริษัทนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยี Artificial intelligence ที่ช่วยเก็บรวบรวมและตรวจสอบความข้อมูล โดยมันสามารถที่จะเรียนรู้ได้ว่าข้อมูลใดที่สำคัญ และข้อมูลใดที่ผิดพลาด หรือไม่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยมนุษย์ได้ในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลที่ซับซ้อน รวมถึงซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์ เป็นต้น

Apple เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ ดึงเทคโนโลยีเอไอ และบุคคลากรช่วยเสริมศักยภาพ "Siri"


ภาพจาก https://9to5mac.com/2020/05/27/apple-acquires-machine-learning-startup-inductiv-inc-to-improve-siri-data/

โดยการซื้อบริษัทเทคโนโลยีเล็กๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ซึ่งทาง Apple เองก็ไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะซื้อมาเพื่อทำอะไร แต่รายงานของ ‘9to5mac‘ ระบุว่า ตอนนี้วิศวกรจาก Inductiv ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมพัฒนาโปรเจ็คต่างๆ ใน Apple เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้ดูแลในส่วนของโปรเจ็ค Siri, Machine learning, และเรื่องของวิทยาศาสตร์ข้อมูล

ขณะที่รายงานของ ‘Engadget‘ ระบุว่า Apple จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มศักยภาพของ Siri โดยจะเพิ่มเรื่องของเสียงพูดให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มความสามารถในการคัดกรองข้อมูล ช่วยให้ซอฟต์แวร์ Siri ไม่จดจำข้อมูลผิดๆ และเกิดความสับสน หรือก็คือให้ Siri มีข้อมูลให้ผู้ใช้ได้แม่นยำมากขึ้น

ช่วงหลังๆ มานี้แนวทางของ Apple มักให้ความสนใจเกี่ยวกับการพัฒนา Siri อยู่เรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ก็มีการซื้อตัวหัวหน้าทีมฝ่ายพัฒนา AI ของ Google มาแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องเทคโนโลยี AI Assistant เดี๋ยวนี้มีการพัฒนามากขึ้นอย่างมาก เช่น Google Assistant หรือ Alexa ของ Amazon ซึ่ง Apple ก็น่าจะมีเป้าหมายที่จะพัฒนา Siri ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งให้ได้นั่นเอง
ที่มา : 9to5mac.com , www.engadget.com

StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6

StartDee แอปพลิเคชันเพื่อการศึกษาน้องใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการศึกษาผ่านออนไลน์ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาอย่างไม่เป็นทางการ คำว่า StartDee เป็นการเล่นคำจากคำว่า Study มีจุดประสงค์เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้โดยง่ายด้วย 3 ปัจจัยหลักคือ

  • การศึกษา ที่เหมาะกับ เด็ก เพื่อให้เกิดความเข้าใจสามารถต่อยอดได้ในอนาคต 
  • การศึกษา ที่สนุก มีการสะสมคะแนนจากการตอบแบบสอบถาม 
  • การศึกษา ที่เรียนรู้ร่วมกัน มีการแชร์ระหว่าง เพื่อน และครูได้ และสามารถแบ่งปันตั้งแต่การจด 

บริษัท เอ็ดดูเคชั่น กล่าวว่าในมุมมองเรื่องการศึกษาของ StartDee มีการแบ่งปัญหาการศึกษาของไทยเป็นเหมือนเค้ก 1 ก้อน ที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งต้องมุ่งเน้นให้เกิดการแก้ไขทั้ง 2 ส่วนดังนี้

หนึ่งคือเรื่องของทักษะพื้นฐานอย่าง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน จากการการสำรวจระดับของ PISA ในเรื่องของมาตรฐานวิชาพื้นฐาน ปี 2018 จาก 79 ประเทศ ประเทศไทยติดอันดับที่ 58, 54 และ 63 ตามลำดับ

StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6

อีกส่วนคือความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ทำให้เด็กๆ บางคนไม่มีโอกาสได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ บางคนเรียนในโรงเรียนอย่างเดียว บางคนได้เรียนพิเศษเพิ่มเติม หรือบางคนไม่มีแม้แต่เงินจะเข้าเรียนในโรงเรียนด้วยซ้ำ ซึ่งบริการ StartDee เป็นการเติมเต็มในเรื่องความเหลื่อมล้ำนี้ให้เด็กๆ ได้เรียนเท่ากันได้ ด้วยระบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่เข้าถึงเด็กไทยได้ทุกคน

โดยอยากให้ StartDee เข้ามากลบปัญหาเหล่านี้ให้กับเยาวชน ด้วยการเน้นพัฒนาแอปพลิเคชัน ให้เป็นเหมือน Netflix เวอร์ชันการศึกษา ส่งเสริม และพัฒนาสู่ New normal ใหักับพฤติกรรมการเรียนของคนไทย มุ่งเน้นพัฒนาแอปให้ตอบโจทย์การศึกษาใน 3 ทางคือ

  • Quality มีคุณภาพ เป็นการนำจุดเด่นของการเรียนในโรงเรียน และการเรียนออนไลน์มาไว้ในแอปพลิเคชันเดียว เช่น ครอบคลุมทุกหลักสูตร เข้าถึงง่าย มีบุคคลากรเก่งๆ เป็นต้น
StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6
  • Affordable ราคาไม่สูง 250 บาทต่อเดือน และพิเศษช่วงนี้ให้ทุกคนสามารถสมัครสมาชิกได้ฟรีในช่วงวันเลื่อนเปิดเทอม 
StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6
  • Available เข้าถึงง่าย ใช้งานได้บนมือถือทั้ง ระบบ iOS และ Android เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา หรือดาวน์โหลดไว้ดู Offline ได้ ระบบมีความพร้อม และรองรับการใช้งานพร้อมกันทั่วประเทศได้ 100,000 คน
StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6

ซึ่งในส่วนของตัวแอปพลิเคชัน มีการแบ่งห้องการเรียนเป็นแบบระดับคลาส ตั้งแต่ ป.1 – ม.6 มีแบ่งคลาสเรียกเป็นวิชา มีวิดีโอสอนหลักสูตรต่างๆ สั้นๆ พร้อมแบบทดสอบให้เด็กๆ ทำเก็บสถิติไว้ประเมินผลตัวเอง นอกจากนี้ยังมี Live Class ที่จะมีอาจารย์มาสอนหนังสือที่อิงกับวิชาในห้องเรียนและหลักสูตรทักษะในชีวิตจริง และอื่นๆ 

StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6

ฟีเจอร์หลักๆ จะประกอบด้วย 

  • StartDee Room ( ม.1 – ม.6 ) ห้องเรียนที่อัดแน่นไปด้วยหลายร้อยบทเรียนใน 7 วิชาหลักของนักเรียนระดับชั้นมัธยม ทั้งในรูปแบบวิดีโอที่ปรับระดับความเร็วในการเรียนได้ แบบฝึกหัดที่วัดความเข้าใจ ชีทสรุปบทเรียน และอื่น ๆ อีกมายมาย ที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถทบทวนบทเรียนได้ด้วยตัวเองตามความต้องการได้อย่างไม่จำกัด โดยจะมีการเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ ทุกสัปดาห์ ถือเป็นห้องหลักของ แอปพลิเคชัน StartDee เลยทีเดียว
  • StartDee Daily Class คลาสเรียนประจำวัน ติวเสริมสำหรับนักเรียนระดับชั้น ม.3 และ ม.6 ที่จะมีการสอบระดับชาติในปลายปีการศึกษา โดยมีการนำบทเรียนมาจัดเรียงเป็นตารางเรียนทุกเช้า วันจันทร์ – ศุกร์ เริ่มเวลา 9.30 น. ที่ครอบคลุมเนื้อหาครบทุกวิชาหลัก และคั่นด้วยรายการพักสมองสนุกๆ
  • StartDee Live Class คลาสเรียนสด ที่เป็นคลาสพิเศษเสริมในบางวัน โดยมีทั้งเนื้อหาวิชาการในหลักสูตรและความรู้หรือทักษะนอกหลักสูตร ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6
StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6

นาย พริษฐ์ กล่าวว่าปัจจุบัน StartDee ได้รับการสนับสนุนจากพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่ง 3 เจ้าด้วยกัน ที่พร้อมให้การสนับสนุนเรื่องการศึกษาของเด็กไทย ซึ่งประกอบด้วย AIS ที่ให้การสนับสนุนด้าน อินเทอร์เน็ตฟรี และ Garena ที่ใเห้การส่งเสริมทุนการศึกษา และ กสศ. ที่ให้การสนับสนุนด้านการวิจัยแอปพลิเคชัน

StartDee แอปเรียนออนไลน์จากที่บ้าน สมัครพร้อมเรียนฟรีวันนี้ 18 พ.ค. หลักสูตร ม.1-ม.6

ทั้งนี้ Startdee พร้อมเปิดให้ทุกคนเข้ามาเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.นี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในระดับชั้น ม.1-6 เปิดและในระดับ ป.4-6 จะเปิดช่วงเดือนมิถุนายน ส่วนระดับชั้นประถมศึกษา 1-3 จะเปิดอีดครั้งในเดือนต่อๆ ไป

AIS แจก “ฟรี” Youtube Premium ให้ผู้ใช้บริการเอไอเอสรายเดือนนานสูงสุด 6 เดือน

AIS ร่วมกับ Youtube ประกาศแจก Youtube Premium ฟรีให้ผู้ใช้บริการเอไอเอสรายเดือน นานสูงสุด 6 เดือน เพื่อลดความเครียดจากพิษโควิด-19

สำหรับ Youtube Premium คือบริการแบบสมัครสมาชิก ที่ให้ผู้ใช้รับชมวิดีโอบน Youtube โดยไม่มีโฆษณาคั่น สามารถเล่นวิดีโอในพื้นหลังบนมือถือได้ (หรือระหว่างปิดหน้าจอ) และดาวน์โหลดเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ ซึ่งบริการนี้ยังรวมถึงการใช้ฟรี Youtube Music ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับฟังเพลงบนยูทูป

AIS กล่าวว่าจะมอบสิทธิ์ให้ผู้ใช้บริการรายเดือนที่มีอยู่ในปัจจุบัน 7 ล้านราย ให้สามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆ เพียงกด *656*1# โทรออก และรอรับ SMS แจ้งขั้นตอนการสมัคร และทำตามขั้นตอน โดยผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับประกอบไปด้วย

  • ลูกค้าเอไอเอสรายเดือนที่ใช้แพ็กเกจตั้งแต่ 699 บาท ขึ้นไป รับ Youtube Premium ฟรี 6 เดือน 
  • ลูกค้าเอไอเอสรายเดือนที่ใช้แพ็กเกจต่ำกว่า 699 บาท ลงไป รับ Youtube Premium ฟรี 3 เดือน 

แต่คนอื่นอย่าเพิ่งเสียใจ เพราะ AIS มอบโอกาสให้สิทธิ์เพิ่มกับลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ หรือย้ายค่ายเป็นแพ็กเกจรายเดือน สามารถรับ Youtube Premium ฟรี นาน 6 เดือนได้อีกด้วย เมื่อสมัครแพ็กเกจ NEXT G MAX SPEED ตั้งแต่ 699 บาทขึ้นไป

AIS แจก "ฟรี" Youtube Premium ให้ผู้ใช้บริการเอไอเอสรายเดือนนานสูงสุด 6 เดือน

ดังนั้นถ้าตอนนี้ใครสนใจอยากลองก็สามารถไปกดสมัคร และดู Youtube ได้แบบไม่มีอะไรมากวนใจกันได้เลย อย่างไรก็ตาม AIS มีการระบุบนเว็บไซต์ด้วยว่าผู้ได้รับสิทธิ์ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยทดลองใช้ฟรี และการใช้งาน YouTube Premium, YouTube Music Premium, Google Play Music และ YouTube Red ในระยะเวลาย้อนหลัง 12 เดือนมาก่อน รวมถึงสิทธิ์จากโครงการอื่นๆ ก่อนหน้านี้

GPU รุ่นใหม่ที่ AMD พัฒนาร่วมกับ Samsung เพื่อใช้ในสมาร์ทโฟน

ในกระทู้ได้ระบุว่า ได้ข้อมูลมาจากทางไต้หวันอีกที โดยมันเป็นผลการทดสอบของชิป Exynos รุ่นใหม่ที่ทาง Samsung และ AMD ได้ร่วมมือกันพัฒนาขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างชิปที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ชิปตัวถัดไปของ Apple ซึ่งก็คือ A14 (iPhone 11 ใช้ชิป A13 Bionic)

โดยผลการทดสอบที่คาดว่าน่าจะมาจากแอป GFXBench 5.0 ทำการทดสอบด้วยมาตรฐานแบบ Off-screen ได้คะแนนดังนี้ครับ 

อธิบายศัพท์

  • On Screen คือ การที่ GPU ประมวลผลกราฟิกต่างๆ ในหน่วยความจำเพื่อแสดงผลบนหน้าจอโดยตรง
  • Off Screen จะเป็นการประมวลผลกราฟิก ที่ไม่ได้แสดงผลบนหน้าจอโดยตรง แต่ถูกจัดการด้วยตัวโปรแกรมอีกที อย่างเช่น การสร้างภาพสะท้อน, ค่าเงา, ฟิลเตอร์, การสร้าง Depth of Field เพื่อเบลอพื้นหลัง)
  • Manhattan 3.1 ได้ 181.8 เฟรม
  • Aztec Normal ได้ 138.25 เฟรม
  • Aztec High ได้ 58 เฟรม

ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงมากนะครับ หากเทียบกับชิปตัวล่าสุดใน iPhone 11 Pro ที่ทำคะแนนได้

  • Manhattan 3.1 ได้ 123 เฟรม
  • Aztec Normal ได้ 91 เฟรม
  • Aztec High ได้ 34 เฟรม

โดยปกติแล้ว Apple จะเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ให้แรงกว่าเดิมประมาณ 30% ดังนั้นเราลองคำนวณเล่นๆ ชิป A14 ใน iPhone ก็อาจจะได้คะแนนดังนี้

  • Manhattan 3.1 ได้ 160 เฟรม
  • Aztec Normal ได้ 118 เฟรม
  • Aztec High ได้ 44 เฟรม

ก็ยังเป็นคะแนนที่ต่ำกว่าชิปใหม่ที่ Samsung พัฒนาร่วมกับ AMD อยู่ดี อย่างไรก็ตาม ในกระทู้ดังกล่าวยังระบุปัญหาเอาไว้ด้วยเช่นกัน โดยเป็นปัญหาด้านอัตราการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ยากทีเดียว (ยิ่งแรงก็ยิ่งใช้พลังงานเยอะนั่นเอง) แต่เจ้าของกระทู้ก็ทิ้งท้ายว่า มันไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่มากนัก เพราะทาง Samsung กำลังเร่งปรับปรุงการทำงานของชิปอยู่
เกร็ดน่าสนใจอีกเรื่อง AMD ไม่ใช่มือใหม่ในวงการชิปกราฟิกบนสมาร์ทโฟนนะ Adreno ที่อยู่ในชิป Snapdragon ของ Qualcomm เนี่ย เดิมทีก็เป็นการซื้อไลเซนส์  Imageon IP จาก AMD มาทำนี่แหละ และภายหลังทาง AMD ก็ขายแผนกนี้ให้กับ Qualcomm ไป

Samsung ตั้งเป้าผลิตเซ็นเซอร์กล้องสมาร์ทโฟนความละเอียดสูงถึง 600MP

ตลาดสมาร์ทโฟนกำลังแข่งขันกันในเรื่องกล้องความละเอียดสูง ซึ่งหนึ่งในเบื้องหลังที่ทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนมีกล้องความละเอียดสูงๆ ใช้ ก็คือ เซ็นเซอร์กล้อง ISOCELL ของทางซัมซุง ที่ทำให้ Xiaomi Mi Note 10 สามารถนำกล้องหลังความละเอียด 108 ล้านพิกเซลออกสู่ตลาดได้ หรือ Samsung Galaxy S20 Ultra ที่ใช้ความละเอียดสูงนี้เป็นจุดขายเช่นเดียวกัน

แต่เหมือนว่าบริษัทผู้ผลิตเซ็นเซอร์กล้องความละเอียดสูงนี้ จะยังไม่หยุดจุดขายนี้ในเร็วๆ นี้แน่นอน เพราะมีรายงานออกมาว่า ซัมซุงมีเป้าหมายในระยะยาวที่จะนำความละเอียดของเซ็นเซอร์กล้องที่สูงถึง 600 ล้านพิกเซลออกสู่ตลาดสมาร์ทโฟน

เป้าหมายระยะยาวของเซ็นเซอร์กล้องซัมซุงคือ 600 ล้านพิกเซล!

ซึ่งนั่นก็เป็นเป้าหมายในระยะยาว ส่วนในระยะสั้นอันใกล้นี้ ซัมซุงเตรียมพัฒนาเซ็นเซอร์ใหม่ที่จะมีความละเอียด 250 ล้านพิกเซลในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่าเซ็นเซอร์ความละเอียด 150 ล้านพิกเซลถูกพัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าอาจจะถูกใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 บน Samsung Galaxy Note 20 Ultra

ซัมซุงเริ่มสมาร์ทโฟนรุ่น Ultra ที่ซีรีย์ Galaxy S20 ซึ่ง Galaxy Note 20 Ultra ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับเซ็นเซอร์กล้อง 150MP ดังกล่าว แต่ก็ไม่แน่ว่า เราอาจได้เห็นเซ็นเซอร์กล้องใหม่นี้ บนสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ก่อนซัมซุงก็เป็นได้ เพราะทางบริษัทเป็นซัพพลายเออร์โมดูลกล้องสำหรับสมาร์ทโฟน ที่จำหน่ายให้แบรนด์อื่นๆ อย่างเช่น เสียวหมี่อีกด้วย

Apple AirPods หูฟังไร้สายรุ่นใหม่อาจเปิดตัวในช่วงต้นปี 2021

Ming Chi Kuo นักวิเคราะห์ชื่อดังเผยผ่านเว็บไซต์ Apple insider ว่า Apple น่าจะผลิตเจ้าหูฟังไร้สาย AirPods รุ่นที่สามในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 และ AirPods Pro รุ่นใหม่ในครึ่งปีหลังของปี 2021 หรือต้นปี 2022 ไปเลย ซึ่งขัดแย้งกับข่าวที่เคยออกมาก่อนหน้านี้

รอต่อไป! Apple AirPods หูฟังไร้สายรุ่นใหม่อาจเปิดตัวในช่วงต้นปี 2021

โดยข้อมูลของ Ming Chi Kuo คาดการณ์ว่า จากเดิมที่จะมีหูฟัง AirPods รุ่นใหม่เปิดตัวในปีนี้ แต่มีความเป็นไปได้ที่ Apple จะเลือกส่งหูฟังไร้สาย Beats ลงสู่ตลาดมากกว่า นอกจากนี้ ยังมีอัปเดตเพิ่มเติมว่า AirPods รุ่นต่อๆ ไปจะยังคงใช้ดีไซน์แบบเดิมต่อ แต่จะเปลี่ยนในส่วนของระบบภายในแบบใหม่แทน ซึ่งยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ส่วน AirPods Pro รุ่นใหม่นั้น ก็เลื่อนกำหนดการตาม AirPods เช่นกัน โดยจะมีกำหนดการผลิตในช่วงปลายปี 2021 และเปิดตัวในปี 2020 ถือว่าห่างจาก AirPods Pro รุ่นแรกที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2019 ถึง 3 ปีเลยทีเดียว