เปิดสวิตซ์! จีนเปิดให้บริการ 5G แล้ว ค่าบริการเริ่มต้นเดือนละ 5xx บาท

เราเห็นกันแล้วว่า 5G เริ่มใช้งานกันไปแล้วในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และล่าสุดก็เป็นทางฝั่งของประเทศจีนบ้าง ที่ทั้ง 3 ค่ายโอเปอร์เรเตอร์ใหญ่เริ่มให้บริการ 5G กันแล้ว

3 ค่าย ข้อเสนอราคาเดียวกัน

โดยทั้ง China Mobile, China Unicom และ China Telecom ต่างก็มีข้อเสนอสำหรับบริการ 5G ในราคาเดียวกัน เริ่มต้นที่ 128 หยวนต่อเดือน (ประมาณ 550 บาท) จะได้รับสิทธิ์ใช้เน็ต 5G เป็นจำนวน 30GB แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้น ก็ขยับขึ้นมา 599 หยวน (ประมาณ 2,500 บาท) ก็จะได้เน็ต 5G ถึง 300GB ด้วยกัน

ถึงเป็นบริการ 5G แต่แพ็คเล็กก็ไม่ได้ความเร็วระดับ Gigabit

แต่มีอีกเรื่องที่น่าแปลกคือ สำหรับผู้ที่ใช้งานแพ็คเกจ 5G เริ่มต้นของทาง China Mobile จะได้ใช้ 5G ในความเร็วเพียง 300Mbps เท่านั้น ถ้าต้องการความเร็วระดับ Gigabit ต้องเป็นผู้ใช้งาน Family plan ที่ 869 หยวนต่อเดือน (3,720 บาท) แทน

5G ครอบคลุมกว่า 50 เมืองแล้ว

ทางรัฐบาลจีนได้รายงานความคืบหน้าของสัญญาณ 5G ในประเทศว่าขณะนี้สถานี 5G ถูกเปิดใช้งานไปแล้วกว่า 86,000 สถานี ครอบคลุมกว่า 50 เมือง และก่อนสิ้นปีนี้จะเปิดใช้งานสถานีให้ได้มากกว่า 130,000 สถานี

อุปกรณ์ที่รองรับ 5G

สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับสัญญาณ 5G ทางแบรนด์ Huawei และ Xiaomi ได้เปิดตัวมือถือ 5G สู่ตลาดทั้ง Huawei Mate 30 series และ Xiaomi Mi 9 Pro 5G ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงทั้งคู่ แต่ที่น่าจับตามองน่าจะเป็นในปี 2020 ที่มีสมาร์ทโฟนรองรับ 5G ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นออกสู่ตลาดมากขึ้น เพราะทางผู้ผลิตชิปเซ็ตชั้นนำอย่าง Qualcomm ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะนำการเชื่อมต่อ 5G มาใช้บนชิปเซ็ตที่ถูกกว่าอย่าง Snapdragon 700 และ Snapdragon 600 series
ที่มา : www.androidauthority.com

ปลุกตำนาน Walkie-Talkie กับ Motorola APX NEXT วิทยุสื่อสารสองทางอัจฉริยะ

หลายๆ คนคงคุ้นชินกับสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอทัชสกรีนและระบบผู้ช่วยคำสั่งเสียง AI จนคิดว่ามันไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเทคโลโนยีเหล่านั้นถูกนำมาใช้กับวิทยุสื่อสาร Walkie-Talkie แบบเดิมๆ ที่เรารู้จักกันล่ะ?

ล่าสุดทาง Motorola ได้พัฒนา APX NEXT Two-Way Smart Radio (วิทยุสื่อสารอัจฉริยะแบบสองทาง) ซึ่งเป็นวิทยุสื่อสารตัวแรกที่รองรับจอทัชสกรีนและคำสั่งเสียง AI มีความสามารถและประสิทธิภาพสูงกว่าวิทยุทั่วไปเป็นอย่างมาก ฟีเจอร์หลักๆ ก็จะมี

  • จอทัชสกรีนของ APX NEXT ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะท่ามกลางอากาศร้อนหนาว ฝนตก ใส่ถุงมือก็ยังสามารถใช้ได้ เรื่องความแข็งแรงทนทานก็หมดห่วง กันกระแทกกันตกได้ตามแบบฉบับวิทยุสื่อสารดั้งเดิม
  • คำสั่งเสียง AI ใช้เทคโนโลยี ViQi สั่งได้โดยไม่ต้องละสายตาจากสิ่งที่ทำอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ตำรวจ, หน่วยกู้ภัย สามารถถามข้อมูล เลขทะเบียนรถ, ข้อมูลผู้ขับขี่ หรือ เปลี่ยนช่องสัญญาณ ได้เลยทันทีเพียงแค่ใช้เสียง (ในอนาคตอาจจะแปลภาษา หรือ สั่งการให้ทำสิ่งอื่นๆ ได้) แถมยังมีไมค์สำหรับตัดเสียงถึง 4 ตัว พูดคุยได้ทุกสภาพแวดล้อม เสียงชัดเจน
  • มีเสาสัญญาณสองขนาด ตัวเครื่อง รองรับการเชื่อมต่อ LMR, LTE, Wi-Fi, Bluetooth และ NFC แถมยังมีระบบ SmartLocate ที่สามารถรับส่งข้อมูลสถานที่ระบุที่อยู่ของผู้ใช้งานวิทยุ ได้อีกด้วย ใช้ในการค้นหาติดตาม ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
  • Smart Battery แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ใช้งานได้ถึง 12 ชั่วโมง มีแบตเตอรี่เสริมเปลี่ยนที่สามารถใช้ได้นานถึง 18 ชั่วโมงด้วยกัน
ปลุกตำนาน Walkie-Talkie กับ Motorola APX NEXT วิทยุสื่อสารสองทางอัจฉริยะ

ขอบคุณรูปภาพจาก : Motorola

คงจะเรียกได้ว่า APX NEXT เป็น “วิทยุสื่อสารแห่งอนาคต” เลยก็ว่าได้ ทั้งลูกเล่นและประสิทธิภาพที่ถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานสมบุกสมบัน หน่วยกู้ภัย ตำรวจ ทหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ใช้งานวิทยุสื่อสารอยู่เป็นประจำ คงถูกใจ APX NEXT ตัวนี้เป็นแน่ ในตอนนี้ยังไม่มีราคา แต่คาดว่าราคาน่าจะสูงไม่ใช่เล่นแน่ๆ เลยล่ะ
ที่มา : www.theverge.com

HUAWEIเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

หัวเว่ย ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ทแกดเจ็ตหลายรุ่นพร้อมกัน นำโดย HUAWEI Watch GT 2 สมาร์ทวอชรุ่นล่าสุด, HUAWEI Band 4 สายรัดข้อมืออัจฉริยะสำหรับคนออกกำลังกายเป็นงานอดิเรก, HUAWEI MediaPad M5 Lite 10 แท็บเล็ตพร้อมปากการาคาเบาๆ นอกจากนี้ยังนำ HUAWEI FreeBuds 3 หูฟังไร้สายรุ่นล่าสุด และ HUAWEI x Gentle Monster Eyewear แว่นกันแดดแฟชั่นอัจฉริยะ มาเผยโฉมก่อนวางจำหน่ายอีกด้วย


HUAWEI Watch GT 2

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

สมาร์ทวอชซีรีย์ล่าสุดของทางค่ายที่ใช้ชิปเซ็ต Kirin A1 ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ใช้งานกับสมาร์ทดีไวซ์โดยเฉพาะ มีทั้งการเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธที่ยอดเยี่ยมและประหยัดพลังงาน สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน

HUAWEI Watch GT 2 เป็นสมาร์ทวอชรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอทัชสกรีน AMOLED HD แบบ 3 มิติ ให้มุมมองเต็มตามากยิ่งขึ้น ด้านการออกกำลังกาย มีโหมดกีฬาให้ใช้งานถึง 15 รูปแบบ มีโหมด Running Courses ที่เปรียบเสมือนโค้ชส่วนตัวช่วยแนะนำการวิ่งให้ผู้ออกกำลังกายได้ สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แม้จะอยู่ในน้ำ สามารถวัดอัตราความเครียดระหว่างวัน รวมถึงติดตามสถานะการนอนได้ทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งมีคำแนะนำในการนอนที่ดีขึ้นอีกด้วย

ส่วนการใช้งานอื่นๆ ที่น่าสนใจ HUAWEI Watch GT 2 มีลำโพงในตัว รองรับ Voice Call สนทนาโทรศัพท์ผ่านตัวสมาร์ทวอชได้ สามารถต่อหูฟังบลูทูธกับสมาร์ทวอชได้โดยตรง ฟังเพลงที่บันทึกในสมาร์ทวอชกว่า 500 เพลงได้

โดย HUAWEI Watch GT 2 มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาดได้แก่ รุ่นหน้าปัด 46 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร แบ่งเป็น 3 โมเดลแตกต่างกันที่สายนาฬิกา ได้แก่ Sport Edition, Classic Edition และ Elite Edition (Elegant Edition) โดยรุ่น Classic และ Elite ที่เป็นสายหนังและสายเหล็ก จะมีสายสปอร์ตให้เปลี่ยนใช้งานสำหรับออกกำลังกายด้วย

HUAWEI Watch GT 246mm42mm
SportClassicEliteSportClassicElegant
ราคา6,490 บาท 6,990 บาท7,990 บาท5,990 บาท6,490 บาท6,990 บาท

รุ่น Sport และ Classic ขนาด 46mm จะเริ่มขายก่อนในวันที่ 18 ตุลาคม
รุ่น Sport ขนาด 42mm จะวางจำหน่ายภายในเดือนตุลาคม
รุ่น Elite 46mm และ Classic 42mm จะวางจำหน่ายภายในเดือนพฤศจิกายน
รุ่น Elegant 42mm จะวางจำหน่ายภายในเดือนธันวาคม

สายรูปแบบต่างๆ ของ HUAWEI Watch GT 2


สาย Sport

สาย Classic

สาย Elite

HUAWEI Band 4

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

อีกทางเลือกของสมาร์ทดีไวซ์ที่ใช้งานออกกำลังกายไม่หนักเท่ารุ่นด้านบน โดย HUAWEI Band 4 เป็นสมาร์ทแบนหน้าจอทัชสกรีนแสดงผลสีอย่างสวยงามด้วย Creative Face สามารถกดรับสายและโทรออกได้ รับแจ้งเตือนแอปฯ ข้อความต่างๆ จากสมาร์ทโฟนได้และรองรับภาษาไทยด้วย มีโหมดการออกกำลังกายถึง 9 รูปแบบ มี HUAWEI TruSeen 3.5 สำหรับวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจและแจ้งเตือนหากมีการเต้นของหัวใจสูงผิดปกติ มี HUAWEI TruSleep 2.0 วิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจขณะนอนหลับ ช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย Night Mode และรองรับการวิเคราะห์การนอนระหว่างวันด้วย Nap Monitoring อีกด้วย และเรายังสามารถใช้ HUAWEI Band 4 เป็นรีโมทชัตเตอร์ถ่ายภาพให้กับกล้องมือถือในบางโอกาสได้อีกด้วย

นอกจากฟังก์ชั่นการใช้งานฉลาดๆ แล้ว HUAWEI Band 4 ยังมีขนาดเล็กที่น้ำหนัก 20 กรัม บางเพียง 12.5 มิลลิเมตร วางจำหน่ายด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สี Sakura Pink, Amber Sunrise และ Graphite Black ในราคา 999 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 18 ตุลาคมนี้

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ
หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ


พอร์ตชาร์จในตัว HUAWEI Band 4 ที่สามารถชาร์จกับช่อง USB ได้ทันที ไม่ต้องต่อสายเพิ่มเติม


HUAWEI MediaPad M5 Lite 10

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

แท็บเล็ตเพรียวบาง หน้าจอ Full HD 10.1 นิ้ว ทำงานด้วยระบบ Octa-core processor ใช้ลำโพงคู่ Harman Kardon มาพร้อมกล้องหน้าและกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ให้หน่วยความจำ RAM 4GB/ROM 64GB พร้อมแบตเตอรี่ 7,500mAh และระบบชาร์จไว Quick Charge 9V/2A

นอกจากนี้ HUAWEI MediaPad M5 Lite 10 ยังมาพร้อมกับโหมด Parental control และ Health Reminder สำหรับควบคุมการใช้งานที่ดีต่อสุขภาพและเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนเมื่อเล่นแท็บเล็ตใกล้สายตาเกินไป ระบบปรับแสงอัตโนมัติ ฟิลเตอร์ตัดแสงฟ้า รวมทั้งควบคุมเวลาการเล่น

โดย HUAWEI MediaPad M5 Lite 10 จะวางจำหน่ายในราคา 10,990 บาท และมาพร้อมกับปากกา M-Pen Lite ให้ใช้งานอีกด้วย


HUAWEI FreeBuds 3

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

หูฟังเอียร์บัดไร้สายตัวแรกของโลกที่ใช้ชิปเซ็ต Kirin A1 มาพร้อมกับบลูทูธ 5.1 Soc (ฺBT/BLE dual-mode) พร้อมเทคโนโลยี Isochronous Dual Channel และ 356MHz audio processor ที่ให้ประสบการณ์เชื่อมต่อบลูทูธเร็วกว่าที่เคย มีค่า Latency ที่ต่ำ (เสียงไม่ดีเลย์)และกินพลังงานน้อย รวมทั้งยังเป็นหูฟังไร้สายตัวแรกที่มีระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation

โดยระบบตัดเสียงรบกวนมีทั้ง เทคโนโลยี Aerodynamic Mic Duct Design ช่วยตัดเสียงลมขณะสนทนาโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ขี่จักรยาน หรือวันที่มีลมแรง มีระบบ Bone Sensor ที่จะตรวจจับกระดูกกรามขณะพูดคุย เพื่อควบคุมระบบตัดเสียงให้ได้คุณภาพเสียงการสนทนาที่ชัดเจน

ด้านประสิทธิภาพเสียง HUAWEI FreeBuds 3 ให้เสียงคุณภาพดุจสตูดิโอด้วยไดรเวอร์ขนาด 14mm และ Bass Tube ที่ให้เสียงทุ้มนุ่มมีมิติ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน 4 ชั่วโมง และชาร์จกับเคสทรงกลมดีไซน์พรีเมี่ยมได้อีก 20 ชั่วโมง

HUAWEI FreeBuds 3 มีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีขาว และ สีดำ และจะนำเข้ามาจำหน่ายภายในปี 2019 นี้

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

HUAWEI x Gentle Monster

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

แว่นตากันแดดอัจฉริยะดีไซน์เกาหลีที่ทางหัวเว่ยได้จับมือกับแบรนด์ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาชั้นนำ ที่ครอบคลุมฟังก์ชั่นการใช้งานแว่นตาอัจฉริยะ ทั้งการรับโทรศัพท์ ควบคุมการเล่นเพลง หรือเรียก Google Assistant ได้ด้วยการแตะ 2 ครั้งที่ขาแว่น และเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI10 จะสั่งงานด้วยเสียง รับฟังการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ด้วยลำโพงที่ให้เสียงคมชัดแต่ไม่เล็ดลอดออกไปยังภายนอกบริเวณขาแว่น มีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกด้วยไมโครโฟนระบบคู่บริเวณขาแว่น มีเซ็นเซอร์สำหรับรับสายโทรศัพท์และควบคุมการเล่นเพลงด้วยการตรวจจับว่าผู้ใช้สวมใส่อยู่หรือไม่ สามารถหยุดเล่นเพลงเมื่อถอดแว่น และเล่นเพลงต่อเมื่อสวมแว่นกลับไปอีกครั้ง ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำที่ระดับ IP67 ฟังก์ชั่นทั้งหมดนี้ อยู่ในแว่นอัจฉริยะ HUAWEI x Gentle Monster ที่มีดีไซน์เพรียวบางแทบจะไม่ต่างจากแว่นตาปกติ

หัวเว่ยเปิดตัว 5 แกดเจ็ตใหม่ เอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่น ในราคาเบาๆ

นอกจากนี้ HUAWEI x Gentle Monster ยังมาพร้อมกับเคสหนังเรียบหรูที่เป็นทั้งที่ชาร์จไร้สายภายในตัวอีกด้วย โดยชาร์จ 1 ครั้ง สามารถใช้งานได้ยาวนาน 2.5 ชั่วโมง โดย HUAWEI x Gentle Monster จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยภายในปี 2019 นี้เช่นเดียวกัน

Huawei อาจทำ Mate X 2 ที่มาพร้อมปากกาวาดเขียนในตัว

หากยังจำกันได้ค่ายดอกไม้แดง (Huawei) ออกมาโชว์หน้าค่าตาของ Huawei Mate X มือถือพับจอได้ให้เห็นในงาน MWC 2019 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และมีข่าวลือว่าจะเปิดตัวพร้อมบอกวันวางขายในช่วงเดือนหน้าที่จะถึงนี้ 

ลือ! Huawei อาจทำ Mate X 2 ที่มาพร้อมปากกาวาดเขียนในตัว

แม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดตัวหรือวางขาย แต่ก็มีข่าวหลุดออกมาว่า Huawei ได้ยื่นจดสิทธิบัตร Mate X 2 (รุ่น 2) เรียบร้อยแล้ว โดยสื่อต่างประเทศอย่าง LetsGoDigital ออกมาเผยว่า ดีไซน์และคอนเซ็ตป์มีหน้าตาเหมือนกับ Mate X มาก ทั้งการพับและตำแหน่งกล้อง จะต่างกันตรงที่มีปากกา Stylus ในตัวที่สามารถถอดเข้า-ออกได้ ในตำแหน่ง USB-C ที่อยู่ด้านล่าง และกล้องกับแบตเตอรี่ยังมีขนาดบางขึ้นอีกด้วย 

อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่การยื่นจดสิทธิบัตรเท่านั้น Huawei ยังไม่ประกาศว่าจะผลิตออกมาวางขายแต่อย่างใด เราคงต้องตามดูกันอีกที
ที่มา : nl.letsgodigital.org , www.slashgear.com

ปีหน้า Samsung Galaxy S และ Note อาจถูกรวมเข้าด้วยกัน

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกๆ ปีที่ผ่านมา จะเป็นช่วงเวลาของการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซัมซุงในซีรีย์ Galaxy S และเดือนสิงหาคมก็มักจะเป็นช่วงเวลาของการเปิดตัว Galaxy Note เสมอๆ แต่ข่าวลือใหม่ที่ออกมา เราอาจจะไม่ได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบนี้อีกต่อไป

Galaxy S และ Galaxy Note อาจรวมกันเป็นสินค้าไลน์เดียว

ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัว Galaxy S10 series ในปีนี้ ทางซัมซุงยอมรับว่าชื่อ Galaxy S11 มันเป็นชื่อที่ยาวมากสำหรับการทำแบรนด์ (คำอ่าน กา-แลค-ซี่-เอส-อี-เลฟ-เว่น ที่ออกเสียงค่อนข้างยาว) และอาจจะไม่ใช้ชื่อนี้ในปีหน้า ซึ่งก็คิดว่าเป็นเวลาที่ดีที่จะเปลี่ยนแปลงชื่อรุ่น และมีการคุยกันภายในบริษัทว่า “อาจมีการรวม Galaxy S และ Galaxy Note เข้าด้วยกัน”

ซึ่งล่าสุด Evan Blass ได้แชร์ข่าวลือใหม่จากแหล่งข่าวเชื่อถือได้ ว่าเรื่องการรวมรุ่นมือถือนี้ยังคงมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง และอาจเกิดขึ้นจริงภายในปีหน้าอีกด้วย (แต่ถ้ายังไม่เกิด ก็น่าจะดีเลย์ไปอีก 12 เดือน)

ปัจจุบัน Galaxy Note ก็แทบไม่ต่างจาก Galaxy S แล้ว

ในช่วงเวลารุ่นแรกๆ ของไลน์สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S และ Galaxy Note ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่พอมาถึง Galaxy S6 และ Galaxy Note 5 ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นก็เริ่มลดลง และมีหลายๆ ฟีเจอร์ที่คาบเกี่ยวกัน เป็นอย่างนี้มาจนถึงรุ่นปัจจุบัน และก็เป็นที่ถกเถียงกันว่า…

Samsung Galaxy Note ก็คือ Samsung Galaxy S แบบมีปากกา S-pen นั่นเอง

แน่นอนว่ายังไม่มีการยืนยันแน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หากทางบริษัทเปิดไฟเขียวเกี่ยวกับการรวมผลิตภัณฑ์นี้ ในต้นปีหน้าเราอาจได้เห็นทั้ง 2 รุ่นรวมกันในชื่อใหม่ “Galaxy One” แทนที่ Galaxy S11 ที่ลักษณะจะเป็น Galaxy S-series มาพร้อม S-pen ก็เป็นได้

และหากมีผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก็ยังมีคำถามอีกว่า S-pen จะเป็นอุปกรณ์ติดเครื่องสำหรับทุกรุ่นเหมือนโมเดล Note หรือจะมีให้เฉพาะรุ่นหน้าจอใหญ่/รุ่นที่แพงกว่าแทน แต่ที่แน่ๆ ช่องว่างของงานแถลงข่าวเปิดตัวจะถูกยุบไป 1 งานหรือเปล่า?

งานเปิดตัว Galaxy Note อาจถูกแทนที่ด้วย งานเปิดตัว Galaxy Fold

ความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง ก็คือหลังจากที่ Galaxy Note ถูกรวมกับ Galaxy S ไปเปิดตัวในช่วงต้นปีแล้ว ไทม์ไลน์เดือนสิงหาคมที่เคยเป็นการเปิดตัว Galaxy Note ก็จะถูกแทนที่ด้วย Galaxy Fold สมาร์ทโฟนจอพับได้แทน ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถสรุปถึงความสำเร็จของ Galaxy Fold ได้ในตอนนี้ แต่ทางซัมซุงก็เตรียมการสำหรับ Galaxy Fold รุ่นที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีหน้าจอ OLED พับได้ขนาด 6.7 นิ้ว มีความบางกว่า พกง่ายกว่า และถูกกว่ารุ่นแรก


เมื่อดูจากการมีอยู่ของ Galaxy Fold ที่เป็นเรือธงเพิ่มขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่งในตลาด ก็ดูเหมือนว่าทางซัมซุงจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปมากเกินไป การรวม S กับ Note เข้าด้วยกันจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่ทางบริษัทฯ จะได้โฟกัสตัวผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น
ที่มา : www.phonearena.com , twitter.com

ลือ! Huawei Mate 30 Pro จะใช้ระบบฯ Android 10 แบบไร้แอปฯ จาก Google

หลังจากที่ทาง Google ออกมาบอกว่า Mate 30 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงล่าสุดของทาง  Huawei จะไม่สามารถใช้บริการต่างๆ จาก Google ได้ ก็มีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ว่าจะเดินทางไปทางไหนในเมื่อไม่สามารถใช้ทั้งแอปฯ และ (น่าจะรวมทั้ง) ระบบปฏิบัติการของทาง Google อย่าง Android ได้

ซึ่งที่ผ่านมานี้ ก็มีทั้งกำหนดการเปิดตัว Mate 30 อย่างเป็นทางการออกมา พร้อมกับมีสเปคต่างๆ ของเครื่องหลุดออกมามากมาย แต่เรื่องของระบบปฏิบัติการก็ยังเป็นปริศนา จนกระทั่งทวิตล่าสุดของ @RODENT950 จากเว็บไซต์ Slashleaks ที่เผยทั้งสเปคและที่สำคัญซอฟต์แวร์ของ Huawei Mate 30 Pro 

โดยข้อมูลระบุว่า Huawei Mate 30 Pro จะใช้ซอฟต์แวร์เป็น “Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0 โดยที่ไม่มี Google Apps” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจโดยแท้

กลายเป็นว่า Huawei Mate 30 Pro จะไม่ใช้แอปฯ จาก Google ตามที่ทาง Google ได้ออกมาประกาศ แต่ในส่วนของระบบปฏิบัติการที่ยังเป็น Android 10 นั้น ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไร ข้อห้ามการใช้บริการ Googleไม่ได้รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android หรือทาง Huawei นำระบบปฏิบัติการ Android ที่เป็น Open-source มาพัฒนาต่อ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android จริงๆ แต่ก็ไม่สามารถใช้แอปฯ จาก Google ได้อยู่ดี สาวก Huawei อาจต้องปรับตัวกันพอสมควรเลย หากยังใช้บริการจาก Google อย่างเช่น Google Maps, Gmail, Drive ฯลฯ กันอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่นั้น อีกไม่นานเกินรอ 19 กันยายนนี้ รอชมการยืนยันชัดๆ จากการเปิดตัว Huawei Mate 30 Series ได้
ที่มา : www.techradar.com


Samsung เผยโฉมชิปรุ่นใหม่ Exynos 980 รวมโมเด็ม 5G เอาไว้ในตัวเพื่อประหยัดพื้นที่

ในงาน IFA 2019 Samsung ได้เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Exynos 980 ที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ด้วยการผนวกรวมโมเด็ม 5G เอาไว้ภายใน CPU เลย ไม่ต้องมีชิปแยกเหมือนในปัจจุบันนี้

มันอาจจะดูเหมือนเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ก็ค่อนข้างสำคัญสำหรับการแข่งขัน เพราะคู่แข่งอย่าง Qualcomm ก็ประกาศแล้วว่าในชิป Snapdragon รุ่นถัดไป จะรวมโมเด็ม 5G เอาไว้ในตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยลดพื้นที่ภายในเครื่องให้เอาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้มากขึ้น

ชิป Exynos 980 จะผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 8 นาโนเมตร สนับสนุนเครือข่ายตั้งแต่ 5G ลงไปถึง 2G ทาง Samsung เคลมว่ามันรองรับ LTE ได้ที่ความเร็วสูงระดับ Gigabit รองรับ 5G ความเร็วสูงสุด 2.55Gbps sub-6GHz และรองรับเครือข่าย mmWave ด้วย

การทำงานเป็นแบบ 8 คอร์, ระบบประมวลผล Neural processing unit (NPU) สำหรับงานด้าน AI ที่เร็วกว่าเดิมถึง 2.7 เท่า และรองรับการทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์กล้องความละเอียดสูง 108MP ได้สูงสุด 5 เซ็นเซอร์พร้อมกัน

ทาง Samsung จะเริ่มต้นการผลิต Exynox 980 ก่อนสิ้นปีนี้ และมีความเป็นไปได้ว่ามันจะทันพร้อมใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง Galaxy S11 ด้วย
ที่มา : www.theverge.com

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รองรับ 5G รุ่นแรกของโลก พร้อมกับ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น หูฟังไร้สาย Huawei FreeBuds 3, เราท์เตอร์ Huawei WiFi Q2 Pro และ Huawei P30 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงต้นปีกับ 2 สีใหม่ ภายในงาน IFA 2019 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น รับชมกันได้เลย

ชิปเซ็ต Kirin 990 เป็นชิปประมวลผลรุ่นแรกของโลกที่รองรับ 5G ในตัว (ซึ่งทางหัวเว่ยมี 2 โมเดล ได้แก่ Kirin 990 5G และ Kirin 990 ที่ไม่รองรับ 5G และมีการประมวลผลที่แรงน้อยกว่า) ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสกับการให้บริการ 5G ในเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงปีแรกของการเริ่มให้บริการ 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่จะใช้งานชิปเซ็ตนี้ ก็คือ Huawei Mate 30 Series ที่จะเปิดตัวในวันที่ 19 กันยายนนี้นั่นเอง

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

โดยชิป Kirin 990 เป็นชิปเซ็ต 5G ที่มีกระบวนการผลิตแบบ 7nm+ EUV และโมเด็ม 5G ที่ติดตั้งมาในตัว จึงทำให้มีขนาดชิปเล็กกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่าชิปอื่นๆ ที่ใช้ชิปเซ็ต 4G คู่กับโมเด็ม 5G

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

โดยทาง Huawei ชูจุดเด่นว่าเป็นชิปที่เชื่อมต่อ 5G ที่ความเร็วดาวน์โหลดสูงถึง 2.3 Gbps และอัปโหลด 1.23 Gbps แรงกว่า 4G แบบไม่ทิ้งฝุ่น โดยเทคโนโลยีที่ว่าไม่ได้พึ่ง 5G เพียงอย่างเดียว แต่มีการใช้สัญญาณ 4G เข้ามาช่วยด้วยอีกแรง และยังช่วยประหยัดแบตฯ เวลาเปิดใช้งาน 5G อีกด้วย 

และยังมีการปรับเรื่องระบบสถาปัตยกรรมใหม่มีทั้งหมด 8 Core โดยแบ่งการประมวลผลออกเป็น 3 แบบ Big-core | Middle-core | Little-core ที่ประมวลผลเหมาะกับงาน และช่วยประหยัดแบตฯ มากขึ้น

  • 2x Cortex-A76 Based @2.86GHz : Big-core
  • 2x Cortex-A76 Based @2.36GHz / 2.09GHz* : Middle-core
  • 4x Cortex-A55 @1.95GHz / 1.86GHz* : Little-core

*หมายเหตุ เป็นความเร็วของ Kirin 990 รุ่นธรรมดา 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

ส่วนการประมวลผลกราฟฟิกก็เป็นชิปตัวแรกของโลกที่มี 16 Core โดยเป็น GPU Mali-G76  

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

และยังเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ AI ภายในที่ทาง Huawei เคลมว่าเป็น AI ที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าค่ายอื่นๆ อีกด้วย

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

อย่างด้านการจัดการแรม Kirin 990 มีฟีเจอร์ Smart Cache ที่นำ Machine Learning มาช่วยในการจัดการทรัพยากร ทำให้การรันกราฟฟิกในเกมทำได้อย่างไหลลื่นมากขึ้น และกินพลังงานน้อยลงอีกด้วย

อีกเรื่องที่น่าตื่นเต้นก็คือ นวัตกรรม dual-domain noise reduction ที่ตัวชิปเซ็ตสามารถจัดการภาพถ่ายจากกล้องมือถือได้ดีขึ้น สามารถลดสัญญาณภาพรบกวนทั้งภาพนิ่งและวิดีโอได้เทียบเท่ากับกล้องถ่ายรูป DSLR อีกด้วย


Huawei FreeBuds 3

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่
Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

ก่อนที่ Huawei จะเปิดตัว FreeBuds 3 มีการพูดถึงชิป Kirin A1 รุ่นใหม่ที่รองรับทั้ง Bluetooth 5.1 แบบธรรมดา และ Bluetooth 5.1 แบบ LE ที่สามารถแยกออกจากกัน (สองข้างแยกเป็นอิสระออกจากกัน) รับ-ส่งข้อมูลเร็ว แถมกินพลังงานต่ำ และในอนาคต Huawei จะนำไปใส่กับอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์หลายๆ รุ่น 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่
Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

Huawei FreeBuds 3 หูฟังรุ่นใหม่จาก Huawei ที่เป็นหูฟังรุ่นแรกของโลกที่สามารถปรับระดับ Active Noise Cancellation ได้ตามต้องการ และยังมีอัตรา Latency ต่ำจนสามารถนำไปใช้เล่นเกมส์ได้ นอกจากนี้ยังรองรับระบบ Fast Charge และ Wireless Charge Speed ด้วย ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ สำหรับหูฟังใช้งานต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมง และนำกลับไปชาร์จในเคสเก็บต่อได้อีก 20 ชั่วโมง 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

นอกจากนี้แล้วไมค์รับเสียงยังมีเทคโนโลยี Mic Duct ที่ป้องกันเสียงลมไหลผ่านไมค์ทำให้สามารถจับเสียงพูดได้อย่างชัดเจน 

ด้านดีไซน์ Huawei FreeBuds 3 เป็นหูฟังแบบเอียร์บัด (Ear-buds) ที่มีก้านยาวๆ ออกมาด้านข้าง ตัวเคสเก็บหูฟังมีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายตลับแป้ง และมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาวเงาและสีดำเงา


Huawei WiFi Q2 Pro

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

เราท์เตอร์ Huawei WiFi Q2 Pro เป็นอีกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในงาน IFA ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยงาม พร้อมฟีเจอร์ป้องกันคลื่นรบกวนสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากชิปโมเด็ม PLC และ เทคโนโลยี PLC Turbo ให้สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วเต็มพิกัด ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น รองรับการสร้างเครือข่าย mesh Wi-Fi ความถี่ 5 GHz เพื่อกระจายสัญญาณได้ และมีการผสานเครือข่ายระหว่าง PLC และ Wi-Fi เข้าด้วยกัน เพื่อให้การเชื่อมต่อมีความเร็วสูงสุดได้ถึง 1,867 Mbps

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

นอกจากนี้ Huawei WiFi Q2 Pro ยังรองรับการเชื่อมต่อกับเราท์เตอร์แบบพ่วงแบบ Plug and Play ได้สูงสุดถึง 15 เครื่อง โดยตัวเครื่องจะเลือกเชื่อมต่ออุปกรณ์กับคลื่นสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แรงที่สุดให้เอง และจดจำรหัสผ่านเราท์เตอร์ตัวเก่าได้อีกด้วย มีเทคโนดลยีเครือข่า IPv6 ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครือข่ายและการเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้ขึ้นไปอีกระดับ


Huawei P30 Pro กับ 2 สีใหม่

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว Huawei ยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงเมื่อต้นปี Huawei P30 Pro กับสีใหม่ทั้ง สีชมพู Misty Lavender ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีชายหาดภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง และสีน้ำเงิน Mystic Blue ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของท้องฟ้าที่สะท้อนผิวน้ำทะเล

 
Misty Lavender
 Mystic Blue

โดยดีไซน์ใหม่ จะมีความแตกต่างตรงที่ ด้านหลังของตัวเครื่องจะถูกแบ่งพื้นผิวออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ พื้นผิวมันวาว (Glossy) ในส่วนของกล้องด้านบน และพื้นผิวด้านล่างที่เป็นผิวด้าน (Matte) จากเทคนิคการพ่นทราย ลดการเกิดรอยนิ้วมือบนตัวเครื่อง

ส่วนฟีเจอร์การใช้งาน Huawei P30 Pro ได้เพิ่ม Night Selfie เข้ามาใน Night Mode ให้สามารถถ่ายเซลฟี่ในสภาพแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น มีฟีเจอร์ Huawei Vlog AI ให้ผู้ใช้สามารถสร้างมิวสิควิดีโอจากอัลบั้มภาพและวิดีโอภายในเครื่องได้ภายในปุ่มเดียว และที่สำคัญ Huawei P30 Pro สีใหม่ จะมาพร้อมกับ EMUI 10 ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดจากทางหัวเว่ย โดยสีใหม่นี้จะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 20 กันยายนเดือนนี้

Vivo NEX 3 อาจมาพร้อมแบตฯ จัดหนัก 6,400mAh และชาร์จด่วนมาตรฐานโหด 120W

การแข่งขันชาร์จด่วนบนสมาร์ทโฟนแข่งขันกันอย่างดุเดือด ตั้งแต่ 30W ของ OnePlus, 40W ของ Huawei, 45W ของ Samsung และที่สุดของตอนนี้ก็คือ SuperVOOC Flash Charge 50W บน Oppo Find X

แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน Vivo ได้โพสต์โฆษณาชาร์จด่วนมาตรฐานใหม่ Vivo Super FlashCharge 120W ที่มากกว่ามาตรฐานที่ผ่านๆ มาในท้องตลาดเกินกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ 4,000mAh ได้ภายใน 13 นาที และจากข่าวลือล่าสุด เหมือนว่า Vivo NEX 3 สมาร์ทโฟนเรือธงของแบรนด์ที่มีแผนจะเปิดตัวเดือนหน้า จะมาพร้อมกับมาตรฐานชาร์จด่วนใหม่นี้

Vivo NEX 3 อาจมาพร้อมแบตฯ จัดหนัก 6,400mAh และชาร์จด่วนมาตรฐานโหด 120W!

สิ่งที่น่ากังวลก็คือ เทคโนโลยีชาร์จด่วนที่มากกว่าชาวบ้านชาวช่องเกินเท่าตัว ที่การประจุแบตเร็วๆ ต้องใช้ความร้อนที่สูงมากๆ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อการใช้งานแบตเตอรี่ หรือเกิดอันตรายได้ การก้าวกระโดดนำแบรนด์อื่นๆ ในตลาด อาจจะเป็นไปได้ว่า Vivo พร้อมแล้วจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องการมีระบบชาร์จด่วน 120W บน Vivo NEX 3 อาจจะเป็นเพียงข่าวลือก็ได้ เพราะสเปคที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ ให้ข้อมูลว่า Vivo NEX 3 จะใช้ชาร์จด่วนเพียง 44W เท่านั้น

Vivo NEX 3 อาจมาพร้อมแบตฯ จัดหนัก 6,400mAh และชาร์จด่วนมาตรฐานโหด 120W!

นอกจากเรื่องมาตรฐานชาร์จด่วนแล้ว Vivo NEX 3 ยังมีสเปคหลุดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ความจุ 6,400mAh (ที่ดูแล้วเข้ากับชาร์จด่วน 120W พอดี) หน้าจอดีไซน์ใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Waterfall’ ที่ขอบจอด้านข้างมีความโค้งย้อยลงมาคล้ายน้ำตก อัตราส่วนหน้าจอ 99.3% กล้องหน้าป๊อปอัพคู่ กล้องหลัง 3 เลนส์ที่เรียงตัวเป็นวงกลม รวมทั้งใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 855+

Vivo NEX 3 อาจมาพร้อมแบตฯ จัดหนัก 6,400mAh และชาร์จด่วนมาตรฐานโหด 120W!

ข้อมูลของ Vivo NEX 3 ที่ออกมาก็แทบจะทำให้เราไม่ต้องลุ้นหน้าตาของรุ่นใหม่นี้กันแล้ว แต่ยังไงสมาร์ทโฟนใหม่นี้ จะมาพร้อมชาร์จด่วน 120W หรือ 44W ก็รอลุ้นกันต่อไปในเดือนหน้านะครับ

วิดีโอประกอบจาก Youtube
ที่มา : www.gizchina.com , www.gsmarena.com , www.gsmarena.com , www.gsmarena.com

ครั้งแรกในไทย! กับการบังคับรถไร้คนขับ ข้ามภูมิภาคผ่าน 5G ที่ไกลกว่า 950 กิโลเมตร

เอไอเอสค่ายผู้ให้บริการมือถือยักษ์ใหญ่ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ กสทช. ร่วมทดสอบ 5G Remote Control Vehicle บังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาคครั้งแรกในไทย! ในสถาพแวดล้อมจริง ผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G บนคลื่นความถี่ 28 GHz ได้สำเร็จอย่างสวยงาม 

ครั้งแรกในไทย! กับการบังคับรถไร้คนขับ ข้ามภูมิภาคผ่าน 5G ที่ไกลกว่า 950 กิโลเมตร

ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของเอไอเอสที่เป็นผู้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมายกระดับโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคและประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน ภายใต้วิสัยทัศน์ของการเป็น Digital Life Service Provider เราจึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ

ครั้งแรกในไทย! กับการบังคับรถไร้คนขับ ข้ามภูมิภาคผ่าน 5G ที่ไกลกว่า 950 กิโลเมตร

โดยการลงพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีความพร้อมด้านบุคลากรในการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม และเสริมสร้างการพัฒนาเครือข่าย 3G และ 4G ให้ครอบคลุมแล้วกว่า 1,083 ตำบล ทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้, การขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ชาวใต้เข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว กว่า 4,000 จุด และการออกแบบแพ็กเกจและโปรโมชั่นมือถือ รวมถึงคัดสรรคอนเทนท์ความบันเทิงและสิทธิพิเศษที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้เรามีส่วนแบ่งทางการตลาดในพื้นที่ภาคใต้เป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนลูกค้า 5.7 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 14% ของฐานลูกค้าทั่วประเทศ

ล่าสุดเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เอไอเอสจึงร่วมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทดลอง ทดสอบ ศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 28 GHz ในรูปแบบไลฟ์บรอดแคสต์ เป็นครั้งแรกของไทย ร่วมกับการสนับสนุนของ กสทช. ภายใต้แนวคิด “Smart City, Smart Living” เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ 5G ในทุกมิติ

ครั้งแรกในไทย! กับการบังคับรถไร้คนขับ ข้ามภูมิภาคผ่าน 5G ที่ไกลกว่า 950 กิโลเมตร
  • 5G Remote Control Vehicle (การบังคับรถไร้คนขับข้ามภูมิภาค) : การแสดงศักยภาพที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Throughput) ความเร็วในการตอบสนอง (Latency) และความเสถียรของระบบ (Stability) ผ่านเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกลข้ามภูมิภาคครั้งแรกของไทย ระหว่างกรุงเทพฯ – สงขลา ที่ผู้ควบคุมรถไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถ แต่สามารถบังคับรถให้เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ตามต้องการ ผ่านการสั่งงานระยะไกลแบบเรียลไทม์ บนเครือข่าย 5G ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งต่อผ่านระบบ Video Analytics และสามารถ Streaming Video ที่มีความละเอียดสูง ผ่านเครือข่าย 5G กลับมาหาผู้ควบคุมรถได้ทันที จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายๆ ส่วนของสังคม เช่น การสัญจรโดยสาร, การขนส่งสินค้าในภาคอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์
ครั้งแรกในไทย! กับการบังคับรถไร้คนขับ ข้ามภูมิภาคผ่าน 5G ที่ไกลกว่า 950 กิโลเมตร
  • นวัตกรรม V2V (การสื่อสารระหว่างรถต่อรถ ผ่าน 5G) : การสาธิตนวัตกรรมการสื่อสารระหว่างรถต่อรถ (Vehicle to Vehicle) ผ่านเครือข่าย 5G ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีการตอบสนองที่รวดเร็วและมีความเสถียรของระบบสูง ทำให้รถยนต์ 2 คัน สามารถสื่อสารข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลความปลอดภัย และข้อมูลการจราจรไปมาระหว่างกันเองได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในเส้นทาง
ครั้งแรกในไทย! กับการบังคับรถไร้คนขับ ข้ามภูมิภาคผ่าน 5G ที่ไกลกว่า 950 กิโลเมตร
  • นวัตกรรม Mobile Surveillance / Object Detection (รถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย) : นวัตกรรมรถตรวจการณ์และรักษาความปลอดภัย จาก Video Analytics และ AI ด้วยการนำข้อมูลวิดีโอจากกล้องวงจรปิดบนยานพาหนะ ส่งผ่านเครือข่าย 5G ไปยังห้องควบคุมกลาง ทำให้สามารถวิเคราะห์ภาพจำแนกวัตถุรอบคันรถ และตรวจจับลักษณะของรถ เช่น ป้ายทะเบียน, รุ่นของรถ,ยี่ห้อ, สีและลักษณะของรถ และการแจ้งเตือนความเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ โดยหากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแจ้งข้อมูลรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ ระบบก็จะสามารถแกะรอยและแจ้งเตือนทันทีที่รถคันดังกล่าวขับเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้การเฝ้าระวังพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

และนายปรัธนา กล่าวต่ออีกว่า “นอกเหนือจากการทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G บนสภาพแวดล้อมจริง เพื่อสร้างโมเดล Smart City ต้นแบบการพัฒนาเมืองเพื่อความปลอดภัยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เอไอเอสให้ความสำคัญก็คือการสร้างความเชี่ยวชาญของทีมงานและบ่มเพาะบุคลากรด้านเทคโนโลยี ให้กลายเป็น Smart People ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการ, เกษตรกร นิสิต และนักศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับฟาร์มสุข ในการพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์ม iFarm ที่ผสานเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นปั้น Smart Farmer ด้วยแนวคิด “สอน-เสริม-สร้าง” เพื่อยกระดับเกษตรกรไทย, การสร้างนวัตกรรม AIS School Van Clever ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดูแลความปลอดภัยของบุตรหลานได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน นำร่องใช้งานแล้วในพื้นที่ภาคใต้เป็นที่แรก รวมถึงการเปิดให้บริการ AIS DigitALL Shop ช้อปดิจิทัลแห่งแรกของเมืองไทยที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการครบทุกฟังก์ชันและไลฟ์สไตล์ของคน Gen C ภายใต้ด้วยแนวคิด “The Unmanned Store” ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอคิว (No Queue) ไม่ต้องมีเคาน์เตอร์บริการ (No Counter Service) และไม่ต้องใช้เงินสด (No Cash) ให้บริการแล้วที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต”

ครั้งแรกในไทย! กับการบังคับรถไร้คนขับ ข้ามภูมิภาคผ่าน 5G ที่ไกลกว่า 950 กิโลเมตร

เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจของเอไอเอสในการมอบบริการคุณภาพให้แก่พี่น้องชาวปักษ์ใต้ เอไอเอสจึงเปิดตัวแคมเปญล่าสุด “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแรงสุดทั่วภาคใต้” ที่ครั้งนี้ได้เลือก“เอกชัย ศรีวิชัย” นักร้องลูกทุ่งชื่อดังผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาวใต้ เป็นตัวแทนในการสื่อสารความมุ่งมั่นของเอไอเอสได้อย่างเข้าถึงใจคนใต้อย่างแท้จริง โดยประเดิมจัดกิจกรรมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วพื้นที่ภาคใต้ให้กับลูกค้าเอไอเอส ถึง 15 รอบการแสดงทั่วภาคใต้ โดยเฉพาะวันที่ 23 สิงหาคม จังหวัดสงขลา, 30 สิงหาคม จังหวัดตรัง, 31 สิงหาคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 11 กันยายน จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ลูกค้าเอไอเอสเข้าชมฟรีตลอดงาน”

ชาวปักษ์ใต้เตรียมพบกับความพิเศษจากแคมเปญ “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแรงสุดทั่วภาคใต้” ทั้งแพ็กเกจมือถือ สิทธิพิเศษ คอนเทนท์ความบันเทิง ที่คัดสรรมาเพื่อชาวใต้โดยเฉพาะ

  •   สมาร์ทโฟนสุดคุ้มพร้อมแพ็กเกจถูกใจทั้งโทรและเล่นเน็ต ได้แก่ สมาร์ทโฟน AIS Super Smart Gen 1 ราคาเพียง 1,590 บาท ให้เล่นเน็ตสูงสุด 120 GB มูลค่า 1,400 บาท เมื่อใช้ซิมใหม่ที่มาพร้อมเครื่อง, ฟีเจอร์โฟน AIS Super Talk T1 ราคาเพียง 890 บาท โทร AIS ไม่อั้น 24 ชั่วโมง ฟรี!
  • แพ็กเกจซิมที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์คนใต้ ไม่ว่าจะเป็น The One SIM ซิมความบันเทิง ให้ดู YouTube และ AIS PLAY พร้อมฟังเพลงฟรีตลอดปี, Super Social SIM ซิมโซเชียลไม่อั้น, ZEED SIM ซิมเล่นเกมและโซเชียลเพื่อคนวัยเรียน ใช้ได้คุ้มๆ, AIS Lucky SIM ซิมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  ให้เล่นเน็ตและโทรกลับบ้านราคาพิเศษขณะท่องเที่ยวในภาคใต้, ซิมพม่า เพื่อคนพม่าที่อาศัยในพื้นที่ภาคใต้ ให้เล่นโซเชียลฟรี พร้อมโทรกลับพม่าในราคาประหยัด
  • แพ็กเกจเสริมพิเศษ ให้เล่นเน็ตได้เต็มสปีด และโทรฟรีทุกเครือข่ายในราคาประหยัด สำหรับ 6 จังหวัดที่โฟกัสเป็นพิเศษในภาคใต้ ได้แก่ สงขลา, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, สตูล และระนอง
  • จัดเต็มกับสิทธิพิเศษแบบ 360 องศาจากร้านอาหาร เครื่องดื่ม และแหล่งช้อปปิ้ง ดังทั่วภาคใต้มากกว่า 300 ร้าน ที่ เอไอเอส คัดสรรมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนปักษ์ใต้ พร้อมกิจกรรมมื้อนี้ฟิน วันนี้ฟรี ทั่วภาคใต้ ซึ่งมียอดลูกค้าใช้สิทธิ์กว่า 150,000 เลขหมายต่อปี

“วันนี้ภาคใต้มีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่น และเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโต ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นและเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของภาคใต้ และยังเป็นประตูผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาเพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จึงยังมีโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกมหาศาลรออยู่ ดังนั้น การที่สงขลาได้รับการสนับสนุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมศักยภาพทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง 5G ทั้งหมดนี้ จะทำให้จังหวัดสงขลาและภาคใต้ เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดและแข็งแกร่งอย่างแน่นอน” นายปรัธนา กล่าวทิ้งท้าย