นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้

เผยผลงานจากนักวิจัยแห่งมาหวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสหรัฐ พบว่า Apple Watch และ iPhone ที่ใช้ร่วมกับแอปพลิเคชัน VascTrac สามารถประเมินการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยจากที่บ้านได้เลย

โดยงานวิจัยฉบับนี้ นักวิจัยได้ทดลองให้ผู้ป่วยทั้งหมด 110 คน ทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบ 6MWT (6 Minutes Walk Test) ที่โรงพยาบาล Palo Alto VA ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2018 (พ.ศ.2561) ถึงเดือนพฤษภาคม 2019 (พ.ศ.2562) โดยใช้เครื่องวัดสมรรถภาพตามมาตรฐานคลินิก เทียบกับการวัดสมรรถภาพผ่าน Apple Watch Series 3 และ iPhone 7 ที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน VascTrac เพื่อเก็บข้อมูลและวัดผล โดยผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังนี้

นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้
นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้
นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้

จะเห็นได้ว่า การทดลอง 6MWT ทั้งการทดลองโดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์ และใช้ Apple Watch Series 3 และ iPhone 7 สามารถวัดค่าออกมาได้ใกล้เคียงกัน ทั้งค่าความอ่อนแอ (frailty) ที่ได้ใกล้เคียงกันมาก ๆ ค่าขณะทำการ Walk Test และอื่น ๆ จึงทำให้ Apple Watch และ iPhone สามารถใช้วัดค่าความอ่อนแอของหัวใจและหลอดเลือดระหว่างการรักษาตัวที่บ้านได้ และช่วยเก็บค่าสถิติ ข้อมูลแฝงก่อนถึงเวลารักษาครั้งถัดไป เพื่อตรวจหาความผิดปกติของหัวใจให้แม่นยำยิ่งขึ้น

แต่การทดลองนี้จะสำเร็จไม่ได้เลย หาก Apple ไม่เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่างการทดสอบ 6MWT หรือทดสอบด้วยการเดิน 6 นาทีบน watchOS 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินการทำงานของหัวใจในผู้ป่วยนั่นเอง ซึ่งสามารถเก็บได้ทั้งข้อมูลระยะทาง ที่สัมพันธ์กับการทำงานของหัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
ที่มา : www.myhealthyapple.com , www.macrumors.com , www.engadget.com

Apple ประกาศยกเลิกการพัฒนา HomePod รุ่นปกติและมุ่งพัฒนา HomePod mini แทน

ตั้งแต่ที่เราเปิดตัว HomePod mini ไปเมื่อช่วงปีก่อนก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทางผู้ใช้ เพราะนอกจากจะมีเสียงที่ดีและระยะการทำงานที่ครอบคลุมแล้ว ยังสามารถใช้งานในร่วมกับอุปกรณ์ Smart Home ได้อย่างลื่นไหลในราคาเพียง 99 ดอลลาห์ (ราว 3050 บาท) เท่านั้น และเราก็ตั้งใจว่าจะโฟกัสกับรุ่นใหม่ HomePod mini แทน HomePod รุ่นดังเดิมแล้ว

ซึ่งเมื่อดูจากความสามารถในการใช้งานและราคาที่น่าคบหาแล้วก็ไม่น่าแปลกใจนักที่มันจะได้รับความนิยมมากกว่า HomePod รุ่นปกติ เพราะในขณะที่ HomePod เปิดตัวที่ 349 ดอลลาร์ (ประมาณ 10,730 บาท) ก่อนจะลดราคาลงมาอยู่ที่ 299 ดอลลาห์ (ราว 9,200 บาท) นั้น HomePod mini มีราคาเปิดตัวที่สบายกระเป๋าอยู่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่ดูน่ารักกว่ารุ่นปกติ และด้วยขนาดที่เล็กก็ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวกอีกด้วย
จะเห็นได้ว่า HomePod mini มีขนาดเล็กกว่า HomePod รุ่นปกติอยู่มากเลยทีเดียว
ภาพจาก : https://9to5mac.com/2020/10/13/homepod-mini-vs-homepod-comparison/
ส่วนใครที่สนใจ HomePod รุ่นเดิมก็ยังมีวางจำหน่ายที่ Apple Store, Apple Store Online และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของ Apple อยู่ดังเดิม รวมทั้งยังสามารถอัปเดตซอฟต์แวร์และเข้ารับการบริการหลังการขายที่ศูนย์ Apple Care ได้ตามปกติ

ที่มา : www.theverge.com , techcrunch.com

Google เพิ่มอัปเดตฟีเจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Android อีก 6 ฟีเจอร์

ทาง Google ได้ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ใหม่บน Android (และ Android Auto) อีก 6 ฟีเจอร์ โดยคาดว่ามันน่าจะช่วยให้อำนวยสะดวกในการใช้งานให้กับผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น ดังนี้

1. Password Checkup

ปกติแล้วผู้ใช้จะสามารถกดบันทึกรหัสผ่าน (Save Password) ให้มีการเข้าให้งานแบบ Autofill Password ได้ เพื่อป้องกันปัญหาการลืมรหัสผ่าน และจากจำนวนผู้ใช้ที่ใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นจำนวนมากก็ทำให้ทางบริษัทตัดสินใจเพิ่มอัปเกรดความปลอดภัยโดยเพิ่ม Password Checkup ขึ้นมาบนอุปกรณ์ที่ใช้งานระบบ Android 9 (Pie) ขึ้นไป ซึ่งเมื่อผู้ใช้ล็อกอินด้วย Autofill มันก็จะตรวจเช็คความปลอดภัยในการใช้งานรหัสผ่านของเราและแจ้งให้ทราบหากรหัสผ่านที่ใช้มีความปลอดภัยต่ำ (คล้ายการทำงานบน Browser)

Google เพิ่มอัปเดตฟีเจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Android อีก 6 ฟีเจอร์


ภาพจาก : https://blog.google/products/android/new-features-spring-2021/

2. Google Assistant

สำหรับ Google Assistant เองก็ได้มีการเพิ่มคำสั่งให้ผู้ใช้สามารถ สั่งการขณะล็อกหน้าจอ ได้ทั้งการส่งข้อความหรือโทรออกหาผู้อื่น ทำให้สามารถทำงานอย่างอื่นได้ไปพร้อม ๆ กับการพูดคุยและติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น รวมทั้งยังสามารถสั่งงานให้ตั้งนาฬิกาหรือเปิดเพลงในขณะล็อกหน้าจอได้อีกด้วย

Google เพิ่มอัปเดตฟีเจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Android อีก 6 ฟีเจอร์


ภาพจาก : https://blog.google/products/android/new-features-spring-2021/

3. Google Maps

ส่วนบนแอปพลิเคชัน Google Maps เองก็สามารถเปิดใช้งาน Dark Mode ได้อย่างเป็นทางการแล้วในเร็ว ๆ นี้ หลังจากเปิดให้ทดลองใช้งานกับผู้ใช้บางส่วนไปในช่วงเดือน กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ใช้จะสามารถเปิดการใช้งานได้ที่ Setting > Theme แล้วเลือกการแสดงผลเป็น Dark Mode (หรือ Light Mode) ได้ตามต้องการ

Google เพิ่มอัปเดตฟีเจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Android อีก 6 ฟีเจอร์


ภาพจาก : https://blog.google/products/android/new-features-spring-2021/

4. Schedule Messages

ผู้ใช้ Android 7 (Nougat) ขึ้นไป จะสามารถตั้งเวลาในการส่งข้อความได้แล้ว โดยฟีเจอร์นี้จะสามารถใช้งานบนแอปพลิเคชัน Google Messages ได้เท่านั้น ส่วนการส่งข้อความผ่านกล่องข้อความ (Messages) ที่เชื่อมกับเบอร์โทรศัพท์นั้นยังไม่รองรับการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวแต่อย่างใด

5. TalkBack

เปิดใช้แอปพลิเคชันและสั่งงานฟีเจอร์ต่าง ๆ แบบไม่ต้องมองจอด้วยฟีเจอร์ TalkBack บน Android Accessibility โดยมันจะทำการ “อ่านออกเสียง” คำสั่งและการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ออกมาให้ผู้ใช้ทำการปัดหรือสัมผัสหน้าจอเพื่อสั่งงานฟีเจอร์ต่าง ๆ (ในตอนแรกแอปพลิเคชันนี้ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกผู้มีปัญหาทางด้านสายตาโดยเฉพาะ แต่ผู้ใช้คนอื่น ๆ เองก็สามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ภายในแอปพลิเคชันนี้ได้ด้วยเช่นกัน)

6. Android Auto

สำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Android เข้ากับการใช้งานบนรถผ่าน Android Auto ก็ได้เพิ่มการเลือก Wallpaper บนหน้าจอและ “เกม” เข้ามาเพื่อช่วยคลายง่วงให้กับผู้ใช้ โดยผู้ใช้จะสามารถสั่งงานการเล่นเกมต่าง ๆ ผ่าน Google Assistant ที่เชื่อมต่อกับ Android Auto ได้เลย (รองรับการทำงานบน Android 6 (Marshmellow) ขึ้นไป)

Google เพิ่มอัปเดตฟีเจอร์ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน Android อีก 6 ฟีเจอร์


ภาพจาก : https://blog.google/products/android/new-features-spring-2021/
ที่มา : www.gsmarena.com , techcrunch.com , blog.google

Intel เปิดตัว Desktop GPUs ตัวใหม่ในรอบ 20 ปี พร้อมระบุว่าไม่รองรับการใช้งานบนระบบ AMD

หลังจากที่ได้เปิดตัวกองทัพชิปเซ็ต 11th Gen Intel (Tiger Lake) ที่จะวางจำหน่ายกันในปีนี้และเผยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชิป Alder Lake (12th Gen Intel) กันไปในงาน CES 2021 ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง Intel ก็ได้ออกมาประกาศว่าจะเตรียมวางจำหน่าย Desktop GPUs ของบริษัทในเร็วๆ นี้

โดย Desktop GPUs ของ Intel นี้จะใช้ชื่อว่า Iris Xe ที่จะมาพร้อมกับ Display Outputs สำหรับต่อจอแยก (รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K) ทั้งหมด 3 ตัว, รองรับ HDR, AI capability และ Adaptive Sync Connect พร้อมด้วยหน่วยประมวลผล 80 ยูนิต และหน่วยความจำ LPDDR4x ขนาด 4GB ในตัว

Intel เปิดตัว Desktop GPUs ตัวใหม่ในรอบ 20 ปี พร้อมระบุว่าไม่รองรับการใช้งานบนระบบ AMD


Iris Xe บนแลปท็อปของ ASUS (คาดเปิดตัวในปีนี้)
ภาพจาก : https://www.engadget.com/intel-shipping-first-iris-xe-discrete-graphics-cards-desktop-063217152.html

ซึ่งการประกาศในครั้งนี้ก็สร้างเสียงฮือฮาได้พอสมควรเพราะนอกจาก Iris Xe จะเป็น GPUs สำหรับ Desktop ตัวแรกในรอบ 20 ปีของ Intel แล้ว ทางบริษัทยังระบุเพิ่มเติมอีกว่าผู้ใช้จะ ไม่สามารถใช้งาน GPU ตัวนี้ร่วมกับระบบของ AMD และค่ายอื่นๆ ได้

Iris Xe จะสามารถใช้งานร่วมกับ 9th gen (Coffee Lake-S) และ 10th gen (Comet Lake-S) รวมทั้งชิปประมวลผล Intel® Core™ ต่างๆ และชิปเซ็ตบนเมนบอร์ดอย่าง Intel ® B460, H410, B365 และ H310C โดยมันจะทำงานบน BIOS พิเศษที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับการใช้งานร่วมกับ Intel Iris Xe เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถเอาไปเทียบกับ GPUs ของระบบอื่นๆ ได้นั่นเอง

และแน่นอนว่าผู้ใช้จะ ไม่สามารถซื้อ GPUs แยก มาใช้งานเองได้ เพราะด้วย BIOS พิเศษจึงทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งานค่อนข้างสูง ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองใช้ GPUs ตัวใหม่นี้ก็น่าจะต้องรอซื้อพร้อมแลปท็อปตัวใหม่ที่จะวางจำหน่ายในปีนี้แทน
ที่มา : www.theverge.com , www.engadget.com , www.theverge.com , www.intel.com

Watch OS 7.3 เปิดใช้งานฟีเจอร์ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจใน “ไทย” แล้ว และเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ

นอกจากการอัปเดต iOS 14.4 วันนี้ Apple ก็ยังได้ปล่อยอัปเดต watchOS 7.3 ด้วย แล้วจะช่วยเพิ่มความสามารถ Apple Watch ในด้านใดบ้าง มาดูกัน

ก่อนหน้านี้คุณสมบัติของ watchOS 7.2 ได้เพิ่มการรองรับแอปพลิเคชัน Apple Fitness+ ซึ่งการอัปเดตเป็น watchOS 7.3 จะเพิ่มความสามารถของ Apple Fitness+ ด้วยฟีเจอร์ Time to Walk สำหรับผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกแบบเสียเงินเท่านั้น



คลิปจาก MacRumors

ฟีเจอร์ Time to Walk จะเป็นดั่งแรงบัลดาลใจของผู้ที่ออกกำลังกายด้วยการเดิน เมื่อเปิดใช้งานเราจะได้ฟังเรื่องราวจากศิลปิน นักกีฬา และคนดังอื่นๆ ที่ใช้งาน Apple Watch มาพูดคอยสร้างแรงบัลดาลใจระหว่างเดินนั่นเอง โดยจะมีให้ฟังแบบเป็นตอนๆ และแต่ละตอนจะมีความยาว 25-40 นาที

Watch OS 7.3 เปิดใช้งานฟีเจอร์ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจใน "ไทย" แล้ว และเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ

อีกไฮไลท์ การอัปเดตที่เพิ่มใน watchOS 7.3 ก็คือฟังก์ชัน ECG (ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ) จะเข้าไทยแล้ว รวมถึงประเทศอื่นๆในแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปิน และไต้หวัน นอกจากนี้ยังมี “มายอต” แคว้นที่ตั้งอยู่เป็นเอกเทศทางตอนเหนือของช่องแคบโมซัมบิก แต่ทางเทคนิคก็คืออยู่ในฝรั่งเศส ซึ่งฟังก์ชันการแจ้งเตือนจังหวะการเต้นหัวใจที่ผิดปกติก็จะเข้า ไทยด้วยเช่นกัน

Watch OS 7.3 เปิดใช้งานฟีเจอร์ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจใน "ไทย" แล้ว และเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ

สุดท้ายนี้คือการอัปเดตเพิ่มหน้าปัดนาฬิกา (Watch Face) แบบใหม่ และแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องอื่นๆ

คุณสามารถอัปเดต WatchOS ได้ผ่านแอป Apple Watch บน iPhone โดยเข้าไปที่ General > Software Update ซึ่ง Apple Watch จะต้องมีแบตเตอรี่อย่างน้อย 50% และต้องอยู่ระหว่างการชาร์จ รวมถึงห้ามออกห่างจากตัว iPhone ที่เชื่อมต่ออยู่
ที่มา : www.macrumors.com

Google Maps บนมือถือ Android สามารถแบ่งครึ่งจอแผนที่กับโหมด Street View ได้แล้ว

เมื่อพูดถึง โหมด Street View คนที่ใช้งาน Google Maps ล้วนทราบดีว่าถึงแม้มันจะช่วยให้เราค้นหาสถานที่ได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือเราจะไม่เห็นแผนที่ และไม่รู้ว่าต้องเดินอีกไกลแค่ไหนจะถึงจุดหมาย ซึ่งล่าสุด Google Maps ได้อัปเดตเพิ่มคุณสมบัติการแบ่งหน้าจอระหว่างโหมด Street View และแผนที่ Google Maps แล้ว

การอัปเดตจะถูกปล่อยเฉพาะมือถือ Android คาดว่า iOS อาจตามมาทีหลัง วิธีใช้ คือ ระหว่างที่คุณกำลังเปิด Google Maps กำหนดสถานที่ที่ต้องการไป และใกล้ถึงที่หมาย ก็แค่แตะเปิดฟังก์ชัน Street View จากนั้นสังเกตมุมขวาด้านล่าง จะเห็นปุ่ม ย่อ-ขยาย เมื่อคลิก คุณก็จะเห็นภาพที่แบ่งครึ่งจอระหว่างโหมด Street View และแผนที่ Google Maps

Google Maps บนมือถือ Android สามารถแบ่งครึ่งจอแผนที่กับโหมด Street View ได้แล้ว


ขอบคุณภาพจาก https://www.androidpolice.com/2021/01/31/split-screen-street-view-finally-arrives-on-google-maps-for-android/

ฟีเจอร์นี้รองรับ Google Maps เวอร์ชัน 10.59.1 ขึ้นไป ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดแบบ APK เป็นเวอร์ชัน Beta ทดสอบ หากอยากลองก็ไปหาดาวน์โหลดใช้กันได้เลย
ที่มา : www.androidpolice.com

YouTube ทดสอบเพิ่มฟีเจอร์ ไอคอน Shopping bag ซื้อสินค้าผ่านคลิปวิดีโอได้เลย

เคยไหมกับการนั่งดูรีวิวของใน YouTube ไม่ว่าจะอาหาร ของใช้ส่วนตัว หรือแก็ดเจ็ตสุดปัง แล้วเงินในกระเป๋าแทบสั่น แบบว่าของมันต้องมี ต้องกดซื้อเดี๋ยวนั้นเลยไม่อยากให้เสียเวลา

ซึ่งผู้พัฒนา YouTube เขาเข้าใจความต้องการเหล่านั้นของนักช้อปออนไลน์ดี เพราะล่าสุดกำลังมีการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มความคล่องตัวของสายช้อป คุณไม่ต้องย้ายแพลตฟอร์มไปหาสินค้าเหล่านั้นที่อื่นไกล เพราะ YouTube กำลังจะเพิ่มปุ่มกระเป๋าช้อปปิ้ง (icon Shopping bag) ที่รวมการเข้าถึงข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง และดีลเด็ดบนคลิปวิดีโอให้คุณกดช้อปได้เลย

ไอคอนกระเป๋าจะถูกเพิ่มลงบนด้านซ้ายล่างของหน้าจอ และมีเพียงผู้ใช้ในสหรัฐเท่านั้นที่เห็น เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงทดสอบ ซึ่งเมื่อคลิกปุ่มไอคอนกระเป๋าจะสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า ดูวิดีโอที่เกี่ยวข้อง หรือค้นหาลิงก์ร้านค้าต่างๆ ได้เลย

YouTube ทดสอบเพิ่มฟีเจอร์ ไอคอน Shopping bag ซื้อสินค้าผ่านคลิปวิดีโอได้เลย


ภาพประกอบจาก https://www.youtube.com/watch?v=mhDJNfV7hjk คลิปช่อง Gordon Ramsay

สิ่งนี้จะช่วยเพิ่ม Traffic ในการเข้าถึงสินค้าจาก YouTube เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงคลิปรีวิวโฆษณาไปสู่สินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น คลิปสอนการทำอาหารที่เชื่อมโยงถึงสินค้าอุปกรณ์ในครัว หรือคลิปการแคสเกมที่เชื่อมโยงไปถึงสินค้าอุปกรณ์ Gaming Gear ต่างๆ และทำให้ YouTube ยกระดับกลายเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้ง ที่สร้างรายได้ใหม่ให้ครีเอเตอร์ และแบรนด์ต่างๆ นอกเหนือจากแค่ทำคลิปและสร้างรายได้จากยอดวิว
ที่มา : www.engadget.com

นายกฯ ทดลองนั่งเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า โครงการ “ท่าเรืออัจฉริยะ”(Smart Pier) พร้อมเปิดเดินเรือไฟฟ้าลำแรกในเจ้าพระยา ลั่นทุกระบบขนส่งสาธารณะต้องเปลี่ยน



พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมเปิดโครงการทดลองเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา และเปิดโครงการนำร่องท่าเรืออัจฉริยะ (SmartPier) ในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นี้ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท เพื่อการยกระดับการขนส่งสาธารณะของประเทศ และตรวจสอบความพร้อม ของการนำเรือโดยสารไฟฟ้ามาเริ่มให้บริการระบบการขนส่งโดยสารทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้า E-Smart Ferry จากท่าเรือ แคท ทาวเวอร์ ไปยังท่าเรือสะพานพุทธ เพื่อทดสอบระบบหลังจากนั้นจะเปิดท่าเทียบเรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า และเยี่ยมชมโครงการนำร่องในการพัฒนา ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ ป้ายอัจฉริยะแจ้งเวลาเรือเข้าเทียบท่า ระบบโซลาร์เซลล์ไฟส่องสว่างภายนอกอาคาร ฯลฯ

ทั้งนี้ การพัฒนาเรือไฟฟ้าฯ และท่าเรืออัจฉริยะฯ ดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จในความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยกรมเจ้าท่า และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้นำยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2563 มาเริ่มให้บริการในระบบการขนส่งผู้โดยสารทางน้ำ พร้อมพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ให้เป็นไปตามเป้าหมายเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) อันเป็นการยกระดับเรือโดยสารและท่าเรือให้ทันสมัย สะดวกปลอดภัย ไร้มลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือ “ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยในขณะนี้ต้องเผชิญปัญหาสภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งการพัฒนาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า MINE Smart Ferry ลำแรกในแม่น้ำเจ้าพระยา และท่าเรืออัจฉริยะ Smart Pier แห่งแรก ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัย ทันสมัย สามารถช่วยลดมลภาวะฝุ่นละออง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ ได้อย่างยั่งยืน ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินเรือของไทย“วันนี้เป็นการเริ่มต้นเปิดเดินเรือไฟฟ้า แต่ตามนโยบายรัฐบาลเดินหน้าที่จะพัฒนาไปทุกระบบขนส่งอื้นๆ ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ทุกระบบจะต้องเป็นไฟฟ้า เป็นพลังงานทางเลือก เราก็จะค่อยๆ ทำ

“นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดแผนยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายในปี 2573 มุ่งให้ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 30% ของปริมาณการผลิตยานยนต์ทั้งหมด กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า ได้สนองนโยบายดังกล่าว ร่วมกับภาคเอกชน ส่งเสริม ผลักดันให้มีการยกระดับเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้มีมาตรฐานและปลอดภัย ลดมลพิษทางอากาศ และลดต้นทุนทางด้านพลังงาน

โดยเรือไฟฟ้าดังกล่าวจะให้บริการฟรีในช่วงการทดลองตั้งแต่ 23 ธ.ค. 2563 ถึงวันที่ 14 ก.พ. 2564 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้กับประชาชน พร้อมกับอีกหนึ่งของขวัญปีใหม่ ที่กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้พัฒนาท่าเรือสะพานพุทธให้เป็นท่าเรืออัจฉริยะแห่งแรกของประเทศ ให้สามารถรองรับทั้งการโดยสารที่ปลอดภัย การบริการทันสมัยทั้งระบบจำหน่ายบัตรโดยสารอัจฉริยะและป้ายแจ้งเวลาเดินเรืออัจฉริยะ

เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ‘MINE Smart Ferry’ ของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA จดทะเบียนเป็นเรือโดยสารไฟฟ้าลำแรกของประเทศไทย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ ปัญหาฝุ่น PM2.5เริ่มให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นรายแรกอย่างเต็มรูปแบบ เปิดให้ประชาชนทั่วไปทดลองโดยสารฟรี ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2563-จนถึง 14 กุมภาพันธ์ 2564 โดยวันจันทร์ถึงวันศุกร์ จอดรับส่งผู้โดยสารบริเวณท่าเรือ 11 แห่ง ตั้งแต่ท่าเรือพระราม 5 ไปจนถึงท่าเรือสาทร ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ให้บริการฟรีเฉพาะท่าเรือที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว 5 แห่ง ได้แก่ ท่าช้าง วัดอรุณฯ วัดกัลยาณมิตร กรมเจ้าท่า ท่าเรือ CAT Tower จากนั้นจะเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายเป็นเวลา 6 เดือน ก่อนปรับอัตราจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทางต่อไป
MINE Smart Ferry ตัวเรือออกแบบมาในรูปโฉมเรือสองท้อง (Catamaran) ใช้วัสดุลำตัวเรือเป็นอลูมิเนียม ให้การทรงตัวดีเยี่ยม สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 18 น็อต เรือมีขนาดกว้าง 7 เมตร และยาว 24 เมตรสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 250 คน

ภายในเรือติดระบบปรับอากาศ มีระบบตั๋วโดยสารอัตโนมัติ สามารถซื้อตั๋วผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมรองรับระบบตั๋วร่วมกับระบบขนส่งทุกประเภทได้ในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการให้ข้อมูลการเดินทางผ่านจอทีวีและการประกาศให้ผู้โดยสารทราบข้อมูลตลอดการเดินทาง พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กรมเจ้าท่ากำหนด

สำหรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่พัฒนาขึ้นมาใช้กับ MINE Smart Ferry มีขนาดความจุที่ 800 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถอัดประจุไฟฟ้าจากสถานีชาร์จ EA Anywhere ได้ในเวลาเพียง 20 นาที



เผยภาพเรนเดอร์ Apple Watch Series 7 จากนักออกแบบ ใช้ขอบข้างแบบเดียวกับ iPhone 12

หลังจากที่แอปเปิลเปิดตัว iPad Pro 2018 และ iPhone 12 ที่ใช้ดีไซน์ขอบข้างแบบตัดเหมือนๆ กัน แต่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ยังไม่มีดีไซน์นี้ อย่างเช่น Apple Watch แต่ทางแอปเปิลก็ยังไม่ออกดีไซน์ Apple Watch รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ แต่มีนักออกแบบได้ทดลองออกแบบและเรนเดอร์ภาพดีไซน์ออกมาแล้ว

โดย Wilson Nicklaus นักออกแบบ ได้สร้างแนวคิดที่จินตนาการถึง Apple Watch Series 7 ที่ตัวเรือนเป็นแบบขอบเรียบแบบ iPhone 12 ซึ่งการออกแบบในอนาคตอาจถูกทำให้เกี่ยวเนื่องกันกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในรุ่นก่อน แม้ตัวไอโฟนจะทำจากแก้วและสแตนเลสสตีล แต่ใน Apple Watch อาจเป็นตัวเรือนอะลูมิเนียมแบบที่ผ่านๆ มา

อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ใช่ภาพหลุดที่จะการันตีได้ว่านี่คือดีไซน์ใหม่อย่างเป็นทางการ และถ้าดีไซน์ Apple Watch Series 7 เป็นแบบนี้จริงๆ จะใช้งานสะดวกหรือไม่ เพราะขอบตัวเรือนนาฬิกาจะเสียดสีกับข้อมืออยู่ตลอดเวลา อาจเกิดเหตุการณ์ Apple Watch บาดข้อมือในอนาคตก็เป็นได้ แตกต่างจาก iPhone และ iPad ที่ไม่จำเป็นต้องจับถือตลอด และระมัดระวังในการใช้งานได้มากกว่า
ที่มา : 9to5mac.com

รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นใหม่ จาก Aptera ดีไซน์เดิม เพิ่มเติมคือ เท่ !

ในยุคที่ทรัพยากร และพลังงานต่างๆ บนโลกต้องถูกใช้อย่างจำกัด เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ก็คือหนึ่งนวัตกรรมที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อเสียในการใช้งานคือต้องมีการชาร์จไฟ และใช้เวลานาน แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถขับรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ไกล 1,600 กม. โดยไม่ต้องชาร์จไฟเลย

Aptera Motors Corp. เป็นหนึ่งในบริษัทสตาร์ทอัพจากสหรัฐอเมริกา ผู้สร้างเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (solar electric vehicle) เคยถูกปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2011 เนื่องจากไม่สามารถหาเงินทุนในการผลิตได้ แต่สุดท้ายก็สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ใหม่ และเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อปี ค.ศ. 2019 

โดยในวันนี้ Aptera Motor ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์และเครื่องยนต์ 3 ล้อ สามารถนั่งได้ 2 คน (พร้อมสัตว์เลี้ยง 1 ตัว) ซึ่งบริษัทเคลมว่ามีความจุแบตเตอรี่ขนาด 100 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งได้ไกล 1,000 พันไมล์ หรือ 1,600 กิโลเมตร โดยไม่ต้องชาร์จไฟเลย เพราะหลังคามีแผงโซล่าเซลล์ ช่วยกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ให้รถวิ่งได้ 45 ไมล์ต่อวัน ซึ่งก็ทำให้การเก็บพลังงานไว้ใช้ถึง 1,000 ไมล์โดยไม่ต้องชาร์จไฟฟ้าที่สถานีเลย ก็ดูไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันนัก

ดีไซน์ถูกออกแบบให้ตัวเครื่องมีความโค้งเพื่อลดแรงเสียดทานของกระแสลม ทำให้ประหยัดพลังงานและยังดูล้ำสมัยอีกด้วย น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง รถมีแรงขับเคลื่อนอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชั่วโมง ด้วยเวลา 5.5 วินาที และสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด 110 ไมล์ต่อชั่วโมง

ในด้านราคานั้นก็เรียกว่าเปิดตัวในราคาที่ไม่แพงมาก 25,900-46,000 ดอลลาร์ หรือ 700,000 – 1,300,000 บาทไทย ซึ่งหากใครสนใจและสั่งจองมาใช้งาน คาดว่าน่าจะได้รถในช่วงปี ค.ศ.2021

Chris Anthony ผู้ร่วมก่อตั้ง Aptera กล่าวว่ารถยนต์ Aptera ได้รับการออกแบบให้กักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพียงพอต่อการเดินทางกว่า 11,000 ไมล์ต่อปี นั่นทำให้คุณสามารถใช้เดินทางไปได้ทุกสถานที่ที่คุณต้องการ

บอกเลยว่า รถคันนี้ ถ้ามาขับในบ้านเราคงทั้งดูแปลก และ ดูเท่ ไปพร้อมกัน แล้วทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไร อยากได้มาขับสักคันไหม

รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นใหม่ จาก Aptera ดีไซน์เดิม เพิ่มเติมคือ เท่ !
รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นใหม่ จาก Aptera ดีไซน์เดิม เพิ่มเติมคือ เท่ !
รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นใหม่ จาก Aptera ดีไซน์เดิม เพิ่มเติมคือ เท่ !

ที่มา : www.prnewswire.com , www.theverge.com