YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น

YouTube ปรับปรุงการโฆษณาใหม่ให้ “ง่ายต่อการซื้อขาย” และสะดวกต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ขายมากขึ้น เพราะทางบริษัทได้อธิบายว่าจากการสำรวจพบว่าผู้ใช้ราว 70 % ตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีโฆษณาปรากฏอยู่บนหน้า YouTube ดังนั้นทางบริษัทจึงได้เพิ่มบริการให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าได้จากหน้าการโฆษณาง่ายขึ้นจากเดิม โดยผู้ใช้จะสามารถเลือกดูสินค้าเพิ่มเติมและกดที่ Shop Now เพื่อเข้าสู่หน้าการซื้อสินค้าได้

สำหรับร้านค้าที่ต้องการขึ้น Shoppable Ads จะต้องซิงก์เข้ากับ Google Merchant Center เข้ากับวิดีโอโฆษณา จากนั้นกดที่ “Call to Action” และเลือกสินค้าที่ต้องการให้แสดงผลบน YouTube ได้ตามต้องการ

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น


ภาพจาก : https://www.blog.google/products/ads/new-ways-to-drive-action/

นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรโมตโฆษณามากขึ้นด้วย Video Action Campaigns ที่จะทำการดึงโฆษณาทั้งจากหน้าแรกของ YouTube, ภายในวิดีโอ และ Google Video Partner เข้ามาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการหรือร้านค้าที่ซื้อการโฆษณาจาก YouTube ในราคาประหยัด

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น


ภาพจาก : https://www.blog.google/products/ads/new-ways-to-drive-action/

และสำหรับผู้ใช้ทั่วไปทางบริษัทก็ระบุว่าจะเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในโฆษณาเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดเวลาที่ผู้ใช้จะต้องสลับไปค้นหารายละเอียดของสินค้าที่สนใจขณะดู YouTube โดยทางบริษัทก็หวังว่าการอัปเดตใหม่นี้จะช่วยเหลือให้ทุกคนสามารถโปรโมตสินค้าและตัดสินใจซื้อสินค้าต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ที่มา : techcrunch.com , www.blog.google , www.tubefilter.com , 9to5google.com

Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก

เมื่อเวลาตีสามที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย Sony ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ PlayStation 5 อย่างเป็นทางการแล้ว

โดยภายในคลิปเปิดตัวดังกล่าว ได้เริ่มเปิดตัวที่เครื่อง PlayStation 5 รุ่นแรกในแบบที่มีช่องใส่แผ่นให้ การออกแบบในครั้งนี้ใช้การผสมผสานระหว่างสีดำกับสีขาวเข้าด้วยกัน และมาในรูปแบบสีทูโทน ซึ่งแตกต่างกันกับรุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมาในอดีตที่มักจะมาแบบสีเดียวตลอดทั้งตัวเครื่อง (ไม่นับรุ่นพิเศษ) และรุ่นที่สองที่ไม่มีช่องใส่แผ่น ที่มาในชื่อ Digital Edition

พื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวเครื่องจะใช้สีขาวเป็นหลัก มีโลโก้ PlayStation อยู่ที่ด้านบนมุมซ้ายของเครื่อง และถึงแม้จะถูกพรีเซ้นท์มาในแบบแนวตั้ง แต่เครื่องก็สามารถใช้วางในแนวราบได้ด้วยโดยไม่มีปัญหาในเรื่องการระบายความร้อน เพราะพัดลมระบายความร้อนของเครื่องก็อยู่ในบริเวณร่องสีดำด้านในของเครื่องนั่นเอง

Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก!

นอกเหนือจากการเปิดตัวเครื่องเล่นหลักแล้ว Sony ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้งานร่วมกันด้วย ได้แก่ DualSense Charging Station, หูฟังไร้สาย Pulse 3D Wireless Headset, HD Camera, และ Media Remote ส่วน DualSense Wireless Controller นั้นก็ถูกเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้

สำหรับใครที่ไม่อยากได้สีขาว ทาง Sony ก็ได้มีประกาศตามมาในภายหลังด้วยว่า จะมีอีกสองสีวางขายให้ได้เลือกซื้อเช่นกัน นั่นก็คือ สีดำ – น้ำเงิน และสีดำ – แดง ซึ่งเป็น Spider-Man Miles Morales Edition หรือเวอร์ชันพิเศษของเกม Spider-Man ภาคใหม่นั่นเอง

Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก!
Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก!

จากประวัติในการวางขายเครื่อง PlayStation 4 ที่วางขายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) เพราะฉะนั้นก็พอจะคาดเดากันไว้ได้เลยว่ามาในช่วงวันหยุดปลายปีนี้แน่นอน
ที่มา : www.engadget.com

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

โซนี่ไทยเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังเพลง ด้วยหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุด แบตอึดกว่า ฟังก์ชันครบ กันน้ำได้ ถูกออกแบบอย่างมีสไตล์

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังเพลงตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายด้วยคุณภาพที่จัดเต็มกว่าเดิม ด้วยผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ WF-SP800N, WF-XB700, WH-CH710N และ WI-SP510 โดยทุกรุ่นมาพร้อมประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่อึดมากขึ้นกว่าเดิม ให้คุณสามารถใช้งานหูฟังแบบต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันและการออกแบบอย่างมีสไตล์ รวมถึงการเชื่อมต่อที่เสถียรผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 ผสานกับเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP55 และ IPX4 ตอบโจทย์ผู้งานที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ หรือชอบออกกำลังกายได้อย่างดีเยี่ยม

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มหูฟังจากโซนี่ ประกอบด้วย

WF-SP800N – Truly Wireless Noise Canceling Sport Headphones

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Sport ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ตัวหูฟังดีไซน์แบบโค้งสามมิติให้ความกระชับหูและนุ่มสบาย ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในการฟังเพลงขณะออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ WF-SP800N ถ่ายทอดรายละเอียดทุกย่านเสียงได้อย่างคมชัด พร้อมเสียงเบสเต็มพลัง โดดเด่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรอบข้างที่ดียิ่งขึ้น

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโหมดปรับเสียงรอบข้าง Ambient Sound ที่ยังคงให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงจากภายนอกในระหว่างใช้งานหูฟังเพิ่มความปลอดภัย และอันตรายจากสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ใช้งานนอกสถานที่ หรือในระหว่างออกกำลังกาย ขณะเดียวกันยังช่วยให้ไม่พลาดการสื่อสาร หรือเสียงประกาศในระหว่างเดินทาง อีกทั้งยังรองรับระบบเสียง 360 Reality Audio ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงได้อย่างสมจริง สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android และ iOS 

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

ยิ่งกว่านั้นจุดเด่นของ WF-SP800N อยู่ที่แบตเตอรี่ของหูฟังที่มาพร้อมเคสชาร์จแบบพกพา ที่สามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และเมื่อปิดฟังก์ชั่นตัดเสียง Active Noise Cancellation จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 26 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับระบบ Quick Charge ที่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที เมื่อใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ WF-SP800N ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 โดยใช้ชิปรับสัญญาณบลูทูธตัวเดียวกับที่ใช้ในหูฟังรุ่น WF-1000XM3 ซึ่งช่วยให้สัญญาณมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุด และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่น  ตามมาตรฐาน IP55 ทำให้สามารถใช้งานระหว่างออกกำลังกายได้อย่างสบาย จึงหมดกังวลเรื่องเหงื่อ และฝุ่น อีกทั้งยังสามารถล้างทำความสะอาดได้อีกด้วย

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

พร้อมกันนี้ WF-SP800N ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น Adaptive Sound Control เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน การตั้งค่าเสียง การตัดเสียงรบกวน และการปรับเสียงจากภายนอกอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์ และยังสามารถปรับการตั้งค่าเสียงรอบข้างได้ด้วยตัวเองถึง 20 ระดับ ทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยโหมด Quick Attention สำหรับควบคุมการรับเสียงจากภายนอกด้วยตัวเอง เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสไปที่หูฟังด้านขวา ความดังของเสียงเพลงจะถูกลดระดับลงมาทันที เพื่อเปิดรับเสียงจากภายนอก และยังมี Voice Assistance ทำให้สามารถสลับการฟังเพลง และคุยโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง WF-SP800N ยังรองรับการใช้งานผ่านระบบ Google Assistance และ Amazon Alexa เพิ่มความสะดวกในการค้นหา และเลือกฟังเพลงโปรดได้อย่างรวดเร็วทันใจ ขณะเดียวกันตัวหูฟังยังรองรับการปรับแต่ง Equalizer ผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Headphones Connect  อีกด้วย WF-SP800N มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีขาว และสีส้ม พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนมิถุนายนศกนี้ ในราคา 6,490 บาท 

WF-XB700 – Truly Wireless Headphones

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สาย True Wireless ในตระกูล Extra Bass แบบอินเอียร์ ที่ให้เสียงเบสหนักแน่นทรงพลัง ออกแบบมาให้ป้องกันน้ำด้วยเทคโนโลยีตามมาตรฐาน IPX4 เพื่อมอบประสบการณ์ในการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรส สามารถใส่ออกกำลังกายได้ โดยสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มในหนึ่งครั้ง โดยสามารถชาร์จผ่านตัวเคสแบบพกพาได้อีกด้วย

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

อีกทั้งยังมีระบบ Quick Charge ที่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที เมื่อชาร์จไฟเพียง 10 นาทีเท่านั้น และยังรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 ในขณะเดียวกันยังเป็นหูฟังที่อยู่ในตระกูล Extra Bass จึงให้เสียงเบสที่ทรงพลังกระหึ่มหนักแน่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานดูหนัง ฟังเพลง หรือระหว่างการออกกำลังกาย WF-XB700 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายกลางเดือนมิถุนายน ศกนี้ ในราคา 3,990 บาท

WI-SP510 – Sport Wireless In-Ear Headphones

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบอินเอียร์ (In-Ear) ในตระกูล Extra Bass แบบสายคล้องคอ วัสดุนุ่มและยืดหยุ่นเพื่อความสบาย ขณะคล้องคอได้ทั้งตลอดวัน พร้อมแม่เหล็กเพื่อล็อคสายไม่หล่นง่าย  จึงหมดกังวลสำหรับแอคทีฟไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ให้คุณฟังเพลงสนุกกับทุกจังหวะกิจกรรมด้วยระดับทนน้ำทนเหงื่อตามมาตรฐาน IPX5 เพื่อมอบประสบการณ์ในการฟังเพลง คุยโทรศัพท์ไปพร้อมกับการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 15 ชั่วโมงเมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง หมดกังวลเรื่องการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานดูหนัง ฟังเพลง หรือระหว่างการออกกำลังกายเบา ๆ WI-SP510 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ ขาว น้ำเงิน และส้ม พร้อมวางจำหน่ายกลางเดือนมิถุนายน ศกนี้ ในราคา 2,990 บาท 

WH-CH710N – Noise Cancelling Headphones

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบครอบหู ที่ต่อยอดความสำเร็จในเรื่องการตัดเสียงรบกวนในรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงได้โดดเด่นเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ Artificial Intelligence(AINC) ผ่านเทคโนโลยี Dual Noise Sensor ซึ่งจะช่วยกรองเสียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนน และเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มอรรถรสและปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาณ Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 และ Near Field Communication (NFC™) เพื่อให้หูฟังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้โดยตรง

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ ขนาด 30 ม.ม. ให้เสียงที่ชัดใสเหมาะสำหรับการฟังเพลง และดูหภาพยนตร์ได้หลากหลายแนว พร้อมขุมพลังแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 35 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังมีระบบ Quick Charge ที่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที เมื่อชาร์จไฟเพียง 10 นาทีเท่านั้น และยังครบครันด้วยฟังก์ชั่นการฟังเพลงเพื่อตอบสนองคนรักเสียงเพลง ที่มองหาสุดยอดคุณภาพเสียง และอิสระในการฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ตัว Earpad ยังออกแบบด้วยวัสดุที่มีความนุ่ม แน่น กระชับสบายหู และช่วยตัดเสียงรอบข้างออกได้เป็นอย่างดี WH-CH710N มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และ สีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 4,990 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร

Nikon แจกคอร์สสอนถ่ายภาพออนไลน์ใน Nikon School ตลอดเดือนเมษายนนี้

Nikon แจกคอร์สสอนถ่ายภาพออนไลน์ใน Nikon School ตลอดเดือนเมษายนนี้

สถานการณ์ COVID-19 ในตอนนี้ทำให้หลายๆ คนที่วางแผนจะออกไปถ่ายรูปนอกบ้านต้องพับโปรเจคทิ้งหรือเลื่อนแผนที่วางไว้ออกไปก่อน แต่บริษัท Nikon ของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้เชิญชวนตากล้องที่สนใจจะฝึกฝีมือของตนเองในช่วงนี้ให้มาลงทะเบียนคอร์สสอนถ่ายภาพออนไลน์ของ Nikon School ที่ทางบริษัท เปิดให้เรียนฟรีในช่วงเดือนเมษายนนี้
โดยคอร์สที่เปิดให้ลงเรียนฟรีนี้มีทั้งหมด 10 คอร์ส ภายในเว็บไซต์ของ Nikon ที่ดำเนินการ สอนโดยช่างภาพมืออาชีพ หรือ Brand Ambassador ของ Nikon ที่ปกติแล้วจะมีค่าลงทะเบียนอยู่ที่ 15 ดอลลาร์ (ประมาณ 500 บาท) ไปจนถึง 50 ดอลลาร์ (ราว 1,650 บาท) ต่อ 1 คอร์ส ซึ่งแต่ละคอร์สก็มีความยาวตั้งแต่ 15 นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

ภาพจาก : https://www.engadget.com/2020-04-02-nikon-free-online-photography-courses.html
ถึงแม้ว่าบางคอร์สจะสอนเกี่ยวกับเทคนิคเชิงลึกของกล้อง Nikon แต่สำหรับคนอื่นที่ ถนัดใช้กล้องแบรนด์อื่นมากกว่าก็สามารถลงทะเบียนเรียนคอร์สอื่นๆ ที่สอนเกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพหรือวิดีโอในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ได้เน้นการใช้งานเฉพาะของกล้อง Nikon ได้เช่นเดียวกัน
สำหรับบุคคลที่สนใจก็สามารถเข้าไป ลงทะเบียน ที่เว็บไซต์ https://www.nikonevents.com/us/live/nikon-school-online/ ได้เลย โดยจะสามารถดูได้ถึงแค่ปลายเดือนเมษายน (30 เมษายน 2563) นี้เท่านั้นนะ

สรุปเหตุการณ์ COVID-19 ช่วง 16-22 มี.ค เกิดอะไรขึ้นบ้าง บนโซเชียลสนใจเรื่องอะไร ?

เหตุการณ์ COVID-19 ช่วง 16-22 มี.ค เกิดอะไรขึ้นบ้าง บนโซเชียลสนใจเรื่องอะไร ?

Zanroo ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับวิเคราะห์ข้อมูล และ Marketing Platform สำหรับองค์กรและธุรกิจขนาดใหญ่ เปิดเผยรายงานอัปเดตสถานการณ์ COVID-19 ช่วงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 16-22 มี.ค.2563 โดยพบว่าประชาชนภายในประเทศไทยมีการพูดถึงเหตุการณ์ COVID-19 บนโลกโซเชียล ทั้งสิ้น 1,081,024 ครั้ง การมีส่วนร่วม คอมเม้นท์ แชร์ ไลค์ รวม 17,491,330 ครั้ง โดยได้รวบรวมจากแพลตฟอร์ม “Social Listening” ของบริษัท ที่สามารถติดตามเทรนด์ความสนใจบน Social Media ทุกช่องทาง รวมถึงรวบรวมจาก Search Engine บน Social Media หรือเว็บไซต์สาธารณะต่างๆ ด้วย

ลำดับเหตุการณ์ COVID-19 ชาวไทยกังวลเรื่องค่ารักษา

ภายในรายงานดังกล่าวมีการสรุปรวบรวมลำดับเหตุการณ์ของสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 16-22 มี.ค. รวมถึงหัวข้อที่คนไทยให้ความสนใจ และได้รับการพูดถึงมากที่สุด 6 อันดับ ซึ่งพบว่าอันดับหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ “ขั้นตอนการตรวจ และค่ารักษาในโรงพยาบาลเมื่อติดเชื้อไวรัส” ที่มีการพูดถึงหัวข้อดังกล่าวบน Social Media มากถึง 167,674 ครั้งในสัปดาห์เดียว

สรุปเหตุการณ์ COVID-19 ช่วง 16-22 มี.ค เกิดอะไรขึ้นบ้าง บนโซเชียลสนใจเรื่องอะไร ?

ลำดับเหตุการณ์ ช่วงวันที่ 16 – 22 มี.ค.2563

สรุปเหตุการณ์ COVID-19 ช่วง 16-22 มี.ค เกิดอะไรขึ้นบ้าง บนโซเชียลสนใจเรื่องอะไร ?

สิ่งที่คนไทยให้ความสนใจ และได้รับการพูดถึงมากที่สุด 6 อันดับหน้ากากก็ขาดแคลน การเงินมีปัญหา แล้วจะปรึกษาใคร

ทั้งนี้เมื่อมีการแบ่งหัวข้อที่ได้รับการพูดบน Social Media มากที่สุด ตามการแบ่งประเภทอุตสาหกรรม พบว่าคนไทยให้ความสนใจอุตสาหกรรม การเงินและธนาคารมากเป็นอันดับ 2 จากการที่เศรษฐกิจซบเซาลง และผลกระทบจาก COVID-19 จนทำให้คนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินของตัวเอง ขณะที่อันดับ 1 เป็นเรื่องเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพท์ย์ ซึ่งกำลังขาดแคลนอยู่ในปัจจุบัน 

สรุปเหตุการณ์ COVID-19 ช่วง 16-22 มี.ค เกิดอะไรขึ้นบ้าง บนโซเชียลสนใจเรื่องอะไร ?

กลัวต้องปิดเมือง รีบแห่ กักตุนอาหาร

รายงานของ Zanroo ยังได้รวบรวมคอนเทนท์หรือบทความบนสื่อออนไลน์ที่ได้รับ Engagement สูงสุด จากการค้นหาบน Zanroo Search ซึ่งประกอบไปด้วยผลสรุปตามภาพด้านล่าง โดยใจความสำคัญคือบทความเกี่ยวกับประชาชนแห่กักตุนอาหาร และสินค้าต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจมากเป็นอันดับ 1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะคนไทยเริ่มวิตกกังวล ว่าจะเข้าภาวะฉุกเฉิน จึงแห่กักตุนอาหารและสินค้า

สรุปเหตุการณ์ COVID-19 ช่วง 16-22 มี.ค เกิดอะไรขึ้นบ้าง บนโซเชียลสนใจเรื่องอะไร ?

กรุงเทพฯ และปริมณฑล คือจุดเสี่ยง ทำชาวเมืองจิตใจว้าวุ่น

นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี ล้วนให้ความสนใจเกี่ยวกับการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสมากเป็นพิเศษ จากข้อมูลที่ปรากฏดังภาพข้างล่าง เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้ถือเป็นจุดเสี่ยงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศไทย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เกิดความกังวลและติดตามข่าวสารตลอดเวลา ขณะเดียวกันเขตในกรุงเทพฯ ที่คนอาศัยอยู่ที่ได้รับการพูดถึง และมีส่วนร่วมมากที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ เขตจตุจักร วัฒนา ปทุมวัน ห้วยขวาง และพญาไท

สรุปเหตุการณ์ COVID-19 ช่วง 16-22 มี.ค เกิดอะไรขึ้นบ้าง บนโซเชียลสนใจเรื่องอะไร ?

ติดตามรายงานใหม่ๆ ทุกสัปดาห์

สำหรับบริษัท “Zanroo” คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับวิเคราะห์ข้อมูล และ Marketing Platform สำหรับองค์กรและธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้ให้บริการ “Social Listening” สามารถติดตามการพูดถึง สินค้าและบริการต่างๆ บน Social Media ทุกช่องทาง และครอบคลุม 8,000 เว็บไซต์ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ล่าสุดมีการใช้ข้อมูล Big Data ที่มีขนาดใหญ่ดังกล่าวดัดแปลงให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

โดยได้เปลี่ยนแพลตฟอร์มของตัวเองให้กลายเป็น “Social Listening” ในรูปแบบของภาพรวมการพูดถึงเชื้อไวรัส COVID-19 และใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามสถานการณ์รวมถึงสร้างระบบ “COVID-19 Tracker” ที่แสดงความเคลื่อนไหวของจุดเสี่ยงการแพร่ระบาดในรูปแบบแผนที่ พร้อมแสดงข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งในไทยและต่างประเทศ  

หากอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมทุกคนสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามลิงก์ที่ให้มา https://bit.ly/3dpaEeM ซึ่งจะมีการรายงานใหม่ๆ ออกมาในทุกสัปดาห์ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หากใครสนใจอยากใช้งาน Search Engine เพื่อค้นหาเรื่องที่คุณสนใจ หรือติดตามสถานการณ์ต่อสามารถเข้าไปติดตามได้ที่ www.zanroo.com

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

10 อันดับแอปพลิเคชัน ยอดนิยม ประจำปีแห่งไวรัส COVID-19 ระบาด !

การระบาดของไวรัส COVID-19 ยังคงค่อยๆ ทวีความรุนแรงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ช่วงนี้ในประเทศไทยหลายคนคงเริ่มคุ้นเคยกับสถาณการณ์ในบ้านเรากันบ้างแล้ว ทั้งการกักกัน ทั้งการปิดเมือง การปิดห้าง และให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งมันก็ยังส่งผลกระทบต่อทุกอย่างในชีวิตของเรา รวมไปถึงการทำงานของเราแต่ละคน และถ้ามาลองทบทวนดูดีๆ สถานการณ์แบบนี้อาจจะอยู่กับพวกเราต่อเนื่องยาวนานไปหลายเดือน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ หากลองคิดกันเล่นๆ ว่าแต่ละคนกำลังทำอะไรกันอยู่และพวกเขาจะดำเนินชีวิตกันอย่างไร ก็คงจะจินตนาการไม่ออกถึงภาพรวม แต่เชื่อว่าหลายคนคงอยู่แต่ในบ้าน ขณะที่บางส่วนก็เดินทางกลับภูมิลำเนาตัวเอง 

ในขณะที่กำลังเขียนบทความนี้แอดมินก็ได้แอบไปส่องแอปฯ ฟรียอดนิยมภายในประเทศไทยของเราจาก App Store รวมถึง Android ก็ทำให้พบว่าปกติแอปฯ ยอดนิยมเหล่านี้อันดับ 1-10 ส่วนใหญ่มักตกเป็นของแอปฯ โซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง Facebook, Instagram, Tik Tok หรือแม้แต่แหล่งช๊อปสินค้าออนไลน์อย่าง Shopee แต่ตอนนี้อันดับมันเปลี่ยนไปเสียอย่างนั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะสถานการณ์ COVID-19 และวันนี้เราจะมาจัดอันดับกันว่ามีแอปฯ ไหนบ้าง ที่ผู้คนในประเทศไทยให้ความสนใจในช่วงไวรัสระบาด

อันดับที่ 1. Twitter

ติดอันดับมาเพราะ ช่วงนี้ถ้าจะตามข่าว COVID-19 ได้ไวที่สุด เร็วที่สุดก็ต้องเป็นสังคมแห่งการแฮชแท็ก โซเชียลมีเดียระดับโลกอย่าง ทวิตเตอร์ ที่รวบรวมทั้งข่าวในข่าวนอกประเทศ และข่าววงใน แต่ถ้าจะเสพข่าวก็ต้องระวังข่าวปลอมด้วยนะ เพราะทวิตเตอร์แม้เราจะได้ติดตามข่าวและโต้ตอบกับคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งความเร็วก็ทำให้ ข่าวเท็จกระจายไปรวดเร็วจนแยกไม่ออกไหนจริงไหนปลอมกันแน่

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 2. Zoom Clould Meetings

Zoom Clould Meetings แอปพลิเคชัน Video conference เพื่อติดต่อสื่อสารในการทำงาน แอปฯ นี้คงกำลังนิยมในหมู่มนุษย์เงินเดือนที่โหลดมาใช้ทำงานที่บ้าน หลังบริษัทประกาศ Work from Home แน่นอน นั่นรวมไปถึงบรรดาคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ที่กำลังมีการเรียนการสอนออนไลน์แทนเพื่อป้องกันเชื้อ COVID-19 ตอนนี้

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 3. 7-Delivery

7-Delivery บริการส่งของเซเว่นถึงบ้าน คนดาวน์โหลดมาใช้ช่วงนี้คงคิดว่าจะออกจากบ้านแต่ละที ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง ใครจะไอ ใครจามแต่ละที ในหัวคิดด้านลบไปต่างๆ นาๆ การที่แอปฯ นี้ยังติดอันดับ แสดงให้เห็นเลยว่า ขนาดเซเว่นที่มีอยู่ทั่วไปตามหน้าปากซอยของบ้านทุกคน ก็ยังไม่มีใครกล้าเดินออกไปซื้อของกันเลย

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 4. Foodpanda 

Foodpanda บริการสั่งอาหารออนไลน์แอปพลิเคชัน นี้ก็ติดมาเป็นอันดับ 4 ช่วงนี้คนก็จะสั่งอาหารมาส่งเยอะมาก แทนการออกไปกินข้าวข้างนอก เพราะกลัว COVID-19 กันหมด

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 5. Microsoft Teams 

Microsoft Teams อีกแพลตฟอร์มสื่อกลางในการสื่อสารสำหรับองค์กรและบุคคลทั่วไป ที่ใช้สื่อสารทำงานในด้านต่างๆ เช่นติดต่อนัดหมายการประชุม  การประกาศและติดตามข่าวสาร พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งตั้งใจให้มาแทนที่ Skype (For business) แอปฯ นี้ก็ยอดนิยมเหมือนกันในช่วงนี้ 

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 6. Hangout Meet

Hangout Meet อีกหนึ่งแอปพลิเคชัน Video conference เพื่อติดต่อสื่อสารในการทำงาน แอปฯ นี้ก็คงเป็นตัวเลือกของหลายบริษัทในการใช้เป็นเครือข่ายสื่อสารทำงานระหว่างคนในทีม ทีมงานไทยแวร์ทุกคนก็ใช้แอปฯ นี้เหมือนกันนะ 

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 7. Grab

Grab บริการส่งของ รถรับ-ส่ง หรือสั่งอาหารด่วนครอบจักรวาล น่าแปลกใจที่อยู่อันดับ 7 แต่อาจเพราะปกติคนจะใช้แต่เรียกแท็กซี่ และช่วงนี้ก็ไม่มีใครคิดจะไหนกันอยู่แล้ว คงมีแต่โหลดมาใช้สั่งอาหารแทน แต่ก็ติด 1 ใน 10 เหมือนกัน

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 8. LINE Man

LINE Man อีกหนึ่งแอปพลิเคชันส่งของ-อาหารอีกทางเลือกที่คนเลือกใช้ คงไม่มีใครอยากออกจากบ้านจริงๆ ในช่วงนี้ สั่งอาหารให้คนขับมาส่งปลอดภัยกว่าเยอะ 

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 9. Netflix 

Netflix  ช่วงนี้อยู่บ้านหลายคนคงไม่มีอะไรทำกัน ต้องนั่งดูหนังทุกวัน และยิ่งช่วงนี้บ้านเรายิ่งฮิตๆ พูดถึงแต่ Netflix กัน บวกกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19 แถวบ้านแอดมินมีคนพูดว่าจสมัครเน็ตฟริกซ์มาดูแก้ว่าง สงสัยช่วงนี้หลายคนคงอยู่บ้านนั่งดูหนังกันทั้งวันเป็นแน่แท้

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

อันดับที่ 10. Wish

Wish แอปพลิเคชันของสายช็อป มีสินค้าเหมือนตามห้าง ที่สำคัญลดราคาหนักถึง 50-80 % ช่วงนี้ห้างต่างๆ ปิดทำการไป สายช็อปคงหักห้ามใจไม่ไหว อยากเปลี่ยนมาช็อปสินค้าในออนไลน์

10 อันดับแอปพลิเคชัน ความนิยมพุ่งในช่วง ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไทยจำนวนมากมีความกังวลในสถานการณ์ COVID-19 โดยเฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑลที่มีการระบาดมากสุดในประเทศไทยตอนนี้ นอกจากแอปฯ สั่งอาหาร แล้วก็ยังมีพวก Video Conference อย่าง Zoom Cloud Meetings  Microsoft Teams และ Hangouts Meets ก็มีการดาวน์โหลดมาใช้มากขึ้น คงเป็นเพราะช่วงนี้บริษัทต่างๆ ให้พนักงานโหลดมาใช้ในการติดต่อสื่อสารกันแทน รวมไปถึง อาจารย์และนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

เป็นไงกันบ้างกับ แอปฯ ยอดฮิตในช่วงไวรัสระบาดที่เรานำมาเสนอวันนี้ อย่างไรก็ตามพรุ่งนี้หรือวันข้างหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะต่างไปจากนี้มากเท่าไหร่ ใครที่เป็นหนึ่งในผู้ใช้งานใหม่ ของแอปฯ เหล่านี้ก็รายงานตัวกันหน่อยคุณทำให้แอปพลิเคชันเหล่านี้มีความนิยมพุ่งพรวดเลยนะ

Google ฟอร์มทีม Adidas และ EA Sports ทำชุดกีฬาอัจฉริยะ สั่งการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ

ด้วยทุกวันนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมากมายถือกำเนิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น IOT, AI, บล็อกเชน, 5G, อักเมนต์-เวอร์ชวล เรียลลิตี้และอื่นๆ ทำให้บริษัทต่างๆ มีการพัฒนาสินค้าของตัวเองเพื่อออกมารองรับเทคโนโลยีเหล่านี้ 

ล่าสุด Google, EA Sports ค่ายเกมในเครือ Electronic Arts และ Adidas แบรนด์สินค้ากีฬาชื่อดัง ก็มีการฟอร์มทีมกันร่วมมือกันผลิตเสื้อผ้ากีฬาโดยใช้เทคโนโลยี “Jacquard” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเส้นใยผ้านำไฟฟ้าของ เย็บลงไปบนผืนผ้าปกติ เพื่อเชื่อมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีคุณสมบัติในการทำงานเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของคุณ

Google ฟอร์มทีม Adidas และ EA Sports ทำชุดกีฬาอัจฉริยะ สั่งการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ

ในภาพ GIF เราจะเห็นทีเซอร์ที่ประกอบด้วยโลโก้ Adidas, FIFA Mobile และ Jacquard by Google ปรากฏขึ้นพร้อมข้อความ “Play Connected” แท็กวันที่ 10 มีนาคม 2020 ซึ่งน่าจะเป็นการประกาศวันเปิดตัวและเผยรายละเอียดของเสื้อผ้าอัจฉริยะนี้ 

ทั้งนี้ “Jacquard” คือโปรเจ็คเสื้อผ้าอัจฉริยะที่อยู่ภายใต้ทีมงาน Advanced Technology and Projects (ATAP) ของ Google เป็นเทคโยโลยีที่ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ต่างๆ ทำให้คุณสามารถสั่งการโทรศัพท์มือถือของคุณได้ผ่านการสัมผัสที่ตัวแผงควบคุมซึ่งเย็บติดอยู่กับเส้นใยผ้านำไฟฟ้า เช่นการสั่งให้เล่นเพลงในโทรศัพท์ เป็นต้น

ปัจจุบันนี้เทคโยโลยี Jacquard ได้มีการนำไปใช้กับเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของ Levi และแบรนด์กระเป๋าของYves Saint Laurent จากฝรั่งเศส โดยครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับเสื้อผ้ากีฬา ซึ่งบางทีเราอาจได้โบนัสพิเศษเพิ่มเติมจากการใส่ชุดและเชื่อมต่อกับเกมฟุตบอลในมือถือ FIFA Mobile ของค่าย EA Sport ก็เป็นได้ 

โดยคลิปวิดีโอนี้เป็นภาพการใช้งานเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของ Levi ที่ใช้เทคโนโลยี Jacquard ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา

ที่มา : www.theverge.com , atap.google.com

บริษัท Booking.com เปิดตัว Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้

บริษัท Booking.com ผู้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเดินทางระดับโลกที่ช่วยให้นักเดินทางทั่วโลกได้เลือกเข้าพักในที่พักที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บ้านพัก, อพาร์ตเมนต์, โรงแรม, เบดแอนด์เบรกฟาสต์ โฮสเทล, บังกะโล, ที่พักในฟาร์ม/เรือ, กระท่อมน้ำแข็ง ไปจนถึงบ้านต้นไม้ ได้รังสรรค์ Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้ ที่พักแปลกใหม่โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบไทยๆ ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางบริษัทระบุว่าได้แนวคิดนี้มาจาก ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทาง ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะจากข้อมูลการรายงานภายในเว็บไซต์ Booking.com ชี้ว่านักเดินทางจำนวนมากมีการมองหาที่พักรูปแบบที่แปลกใหม่ เพื่อทดลองสัมผัสกับประสบการณ์การเข้าพักที่ต่างไปจากเดิม และนักเดินทางชาวไทยมากกว่า 42% (ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยจากทาง Booking.com) ได้มีการวางแผนว่าจะ เข้าพักในที่พักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะนอกจากจะเป็นการมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ แล้วคนรอบตัวก็รู้สึกประทับใจกับตัวเลือกที่พักในรูปแบบที่แปลกใหม่นี้ และสามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดี

โดย Bangkok Booking Bus คันนี้ได้ นำเอารสบัส (หรือรถเมล์ที่เราคุ้นเคยกันดี) มารีโนเวทและตกแต่งใหม่ ให้กลายเป็นที่พักที่มีความพิเศษและแปลกใหม่ที่ แสดงออกถึงความเป็นกรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาหน้าแมกกาซีนมาตกแต่งร่วมด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่สื่อถึงวิถีชีวิตแบบชาวไทยและใช้ตู้ขายข้าวมันไก่แทนชั้นวางของเป็นกิมมิกเล็กๆ บริเวณเคาท์เตอร์, การนำเอาไฟจากรถตุ๊กตุ๊กและป้ายไฟนีออน รวมทั้งโซนเตียงนอนก็มีการนำเอาลังพลาสติกใส่ผลไม้และกระจกรถเมล์มาตกแต่งภายใน Bangkok Booking Bus อีกด้วย

ซึ่ง Bangkok Booking Bus จะจอดให้บริการ ณ Asiatique The Riverfront แหล่งรวมไลฟ์สไตล์และความบันเทิงยามค่ำคืน โดยแขกที่ได้เข้าพักใน Bangkok Booking Bus จะได้รับการต้อนรับด้วย ชุดกระเช้าของขวัญ สุดพิเศษ พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งภายในที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนต์เสน่ห์ของกรุงเทพฯ มารวมไว้อยู่ใน Bangkok Booking Bus รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทำให้ทุกช่วงเวลาของการเข้าพักในครั้งนี้สมบูรณ์แบบและน่าประทับใจ

บริษัท Booking.com เปิดตัว Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้
บริษัท Booking.com เปิดตัว Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้
บริษัท Booking.com เปิดตัว Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้

มิเชล เกา (Michelle Gao) ผู้จัดการประจำภูมิภาคประจำกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงของ Booking.com ได้กล่าวว่า

“ด้วยพันธกิจของบริษัทที่เราต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่พักที่หลากหลายทั่วโลกได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น เราภูมิใจที่จะนำเสนอ Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็นไทย ณ ใจกลางกรุงเทพฯ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะมอบประสบการณ์ที่พักสุดพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศแหล่งช้อปปิ้งยามค่ำคืนรวมถึงการลองลิ้มชิมรสอาหารต่างๆ อันหลากหลาย เพื่อให้นักเดินทางของเราได้พบกับประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริงที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ โดย Bangkok Booking Bus นี้เป็นเพียงหนึ่งในประสบการณ์ที่พักสุดพิเศษอีกมากมายที่ลูกค้าของเราสามารถสัมผัสได้ จากตัวเลือกบ้านพัก อพาร์ตเมนต์ และที่พักน่าทึ่งประเภทอื่นๆ กว่า 6.2 ล้านรายการ บน Booking.com”

ผู้ที่สนใจเข้าพักบน Bangkok Booking Bus สามารถ สำรองที่พัก ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่เว็บไซต์ Booking.com โดยจะเป็นการ เข้าพักในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ และจำกัดการเข้าพักแค่เพียง 1 คืน ต่อผู้เข้าพัก 2 ท่าน ในราคา 2,020 บาทเท่านั้น (ทางเว็บไซต์จะให้สิทธิ์ในการเข้าพักตามลำดับของผู้ที่จองเข้าพักก่อน โดยสามารถเข้าไปจองได้ที่ https://www.booking.com/hotel/th/booking-bus.html?lang=xu ที่เดียวเท่านั้น)

และหลังจากที่แขกผู้โชคดีได้เข้าพักที่รถบัสพักได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วทางบริษัท Booking.com จะ ส่งมอบ รถบัสพักได้ดังกล่าวนี้ให้กับทาง Local Alike ที่เป็นกิจการเพื่อสังคมด้านการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาชุมชนสัญชาติไทย สตาร์ทอัพในโครงการ Booking Booster ปี 2560 ซึ่ง Local Alike จะนำรถบัสพักได้ไปใช้งานเพื่อสานต่อความยั่งยืนต่อไป

Xiaomi โพสต์คลิป Mi Watch Color สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ทางเลือกคนไม่ชอบหน้าปัดเหลี่ยม

เมื่อช่วงปลายปี 2019 ทาง Xiaomi ได้เปิดตัว Mi Watch รุ่นแรกของทางค่ายด้วยหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมที่หน้าตาคุ้นตลาด มาล่าสุดทางแบรนด์ได้ปล่อยทีเซอร์ Mi Watch Color สมาร์ทวอชอีกรุ่นที่เป็นหน้าปัดทรงกลมพร้อมจำหน่ายในปี 2020 นี้

สำหรับคนที่ไม่ชอบหน้าปัดสี่เหลี่ยม แน่นอนว่า Xiaomi Mi Watch Color จะเป็นอีกตัวเลือกของแฟนๆ ในปีนี้ ที่มีหน้าปัดดีไซน์ทรงกลมมาให้เลือกใช้งาน

โดยในคลิปสั้นๆ นี้ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรมาก จากที่เห็นคือ เราจะได้ใช้สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ที่มี 2 ปุ่มใช้งานอยู่ด้านขวาของหน้าปัด พร้อมสายนาฬิกาหลากสีที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ และขอบเฟรมหน้าปัดคาดว่าจะมีให้เลือกทั้งสีดำ สีทอง และสีเงิน

ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ ก็คาดว่าอาจจะเป็น WearOS เช่นเดียวกับ Mi Watch ส่วนฟีเจอร์ก็น่าจะมีทั้ง การติดตามการออกกำลังกาย วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แจ้งเตือนจากมือถือ และติดตามการนอนหลับ

  

สุดท้าย มีข้อมูลสเปคคร่าวๆ ของ Mi Watch Color ของกล้องแพ็คเกจที่หลุดออกมา เผยให้ทราบว่า Mi Watch Color มีหน้าปัด AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ 420 mAh ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 14 วัน สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 50 เมตร รองรับการใช้งานทั้ง NFC และ GPS

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบถึงราคาของ Mi Watch Color รวมทั้งจะวางจำหน่ายในต่างประเทศรึเปล่า? ส่วนในประเทศจีน จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 3 มกราคมนี้
ที่มา : www.techradar.com , www.gsmarena.com

รัฐบาลออสเตรเลียใช้ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะนำเอากล้องมาตรวจจับการกระทำผิดบนท้องถนนอย่างการขับรถเร็วเกินที่กำหนด แต่รัฐบาลออสเตรเลียเป็นเจ้าแรกที่นำเอาเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้งานในการตรวจจับผู้ที่เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ

โครงการนี้ได้เริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม ณ เมือง New South Wales ประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ได้มีการทดลองใช้มาเป็นเวลา 6 เดือน และในส่วนของผลการทดลองใช้ของโครงการนี้นั้น ทางรัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่ามันสามารถจับผู้กระทำผิด (ผู้ที่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ) ได้กว่า 100,000 รายเลยทีเดียว

ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะทำการบันทึกรูปรถทุกคันที่ผ่านเข้ามาในระยะตรวจจับโดยที่ไม่ได้ทำการบันทึกภาพหน้าตาของผู้ขับขี่แต่อย่างใด มันเพียงแค่จับภาพช่วงมือของผู้ขับขี่ที่ถือโทรศัพท์เอาไว้และใช้ AI ในการวิเคราะห์เพื่อตรวจหาผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ในขณะขับรถอีกทีหนึ่ง (หลักการทำงานคล้ายกล้องตรวจจับความเร็ว) และหากซอฟต์แวร์ตรวจจับภาพการใช้งานโทรศัพท์ได้ก็จะส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจเช็คอีกรอบก่อนออกที่จะใบสั่ง (หรือใบเตือน) ส่งไปที่บ้าน

โดยคนขับจะได้รับใบเตือนในช่วง 3 เดือนแรกที่กล้องตรวจจับได้ว่ามีการใช้โทรศัพท์เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 344 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (คิดเป็นเงินไทยราว 7,070 บาท) และหากพบว่าใช้โทรศัพท์ในเขตโรงเรียนจะต้องจ่ายค่าปรับถึง 457 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 9,400 บาท) และจะถูกตัดแต้มในใบขับขี่อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ก็ทำให้ใครหลายคนออกมาโวยวายว่าการกระทำของรัฐบาลนั้นคุกคามความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลออสเตรเลียก็ยืนยันว่ากล้องนี้จะตรวจจับเฉพาะแค่คนขับที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ในมือเพียงเท่านั้น และรูปภาพที่ได้ก็จะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูลภายในเวลา 1 ชั่วโมงหาก AI ตรวจไม่พบการกระทำความผิด และหากตรวจพบการกระทำผิดแต่ไม่มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็จะลบภาพทิ้งภายในเวลา 48 ชั่วโมงเช่นกัน

และทางรัฐบาลออสเตรเลียก็ตั้งใจไว้ว่าจะติดตั้งกล้องนี้เพิ่มขึ้นอีก 45 ตัวในเวลา 3 ปีข้างหน้า และกระจายการติดตั้งกล้องตรวจจับการเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถนี้ออกไปตามเมืองต่างๆ ของออสเตรเลียโดยที่ไม่ได้มีการระบุพื้นที่ที่แน่ชัดแต่อย่างใด ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายแรกเริ่มของ Andrew Constance ผู้ดูแลโครงการในเมือง New South Wales ที่กล่าวว่าเขาต้องการที่จะให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความคิดที่ว่าพวกเขาอาจถูกจับได้ (ว่าใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ) อยู่ตลอดเวลา และทำการลดหรือเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ลงในทันที เพราะอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถนั้นแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี และทางรัฐบาลออสเตรเลียก็คาดหวังว่าการนำเอาเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยดูแลพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนก็น่าจะลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ราว 30% ภายในปี 2021
ที่มา : sea.mashable.com , roadsafety.transport.nsw.gov.au , www.ctvnews.ca