Xiaomi โพสต์คลิป Mi Watch Color สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ทางเลือกคนไม่ชอบหน้าปัดเหลี่ยม

เมื่อช่วงปลายปี 2019 ทาง Xiaomi ได้เปิดตัว Mi Watch รุ่นแรกของทางค่ายด้วยหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมที่หน้าตาคุ้นตลาด มาล่าสุดทางแบรนด์ได้ปล่อยทีเซอร์ Mi Watch Color สมาร์ทวอชอีกรุ่นที่เป็นหน้าปัดทรงกลมพร้อมจำหน่ายในปี 2020 นี้

สำหรับคนที่ไม่ชอบหน้าปัดสี่เหลี่ยม แน่นอนว่า Xiaomi Mi Watch Color จะเป็นอีกตัวเลือกของแฟนๆ ในปีนี้ ที่มีหน้าปัดดีไซน์ทรงกลมมาให้เลือกใช้งาน

โดยในคลิปสั้นๆ นี้ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรมาก จากที่เห็นคือ เราจะได้ใช้สมาร์ทวอชหน้าปัดกลม ที่มี 2 ปุ่มใช้งานอยู่ด้านขวาของหน้าปัด พร้อมสายนาฬิกาหลากสีที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ และขอบเฟรมหน้าปัดคาดว่าจะมีให้เลือกทั้งสีดำ สีทอง และสีเงิน

ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ ก็คาดว่าอาจจะเป็น WearOS เช่นเดียวกับ Mi Watch ส่วนฟีเจอร์ก็น่าจะมีทั้ง การติดตามการออกกำลังกาย วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แจ้งเตือนจากมือถือ และติดตามการนอนหลับ

  

สุดท้าย มีข้อมูลสเปคคร่าวๆ ของ Mi Watch Color ของกล้องแพ็คเกจที่หลุดออกมา เผยให้ทราบว่า Mi Watch Color มีหน้าปัด AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ 420 mAh ที่สามารถอยู่ได้นานถึง 14 วัน สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 50 เมตร รองรับการใช้งานทั้ง NFC และ GPS

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ทราบถึงราคาของ Mi Watch Color รวมทั้งจะวางจำหน่ายในต่างประเทศรึเปล่า? ส่วนในประเทศจีน จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 3 มกราคมนี้
ที่มา : www.techradar.com , www.gsmarena.com

รัฐบาลออสเตรเลียใช้ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะนำเอากล้องมาตรวจจับการกระทำผิดบนท้องถนนอย่างการขับรถเร็วเกินที่กำหนด แต่รัฐบาลออสเตรเลียเป็นเจ้าแรกที่นำเอาเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้งานในการตรวจจับผู้ที่เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ

โครงการนี้ได้เริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม ณ เมือง New South Wales ประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ได้มีการทดลองใช้มาเป็นเวลา 6 เดือน และในส่วนของผลการทดลองใช้ของโครงการนี้นั้น ทางรัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่ามันสามารถจับผู้กระทำผิด (ผู้ที่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ) ได้กว่า 100,000 รายเลยทีเดียว

ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะทำการบันทึกรูปรถทุกคันที่ผ่านเข้ามาในระยะตรวจจับโดยที่ไม่ได้ทำการบันทึกภาพหน้าตาของผู้ขับขี่แต่อย่างใด มันเพียงแค่จับภาพช่วงมือของผู้ขับขี่ที่ถือโทรศัพท์เอาไว้และใช้ AI ในการวิเคราะห์เพื่อตรวจหาผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์ในขณะขับรถอีกทีหนึ่ง (หลักการทำงานคล้ายกล้องตรวจจับความเร็ว) และหากซอฟต์แวร์ตรวจจับภาพการใช้งานโทรศัพท์ได้ก็จะส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจเช็คอีกรอบก่อนออกที่จะใบสั่ง (หรือใบเตือน) ส่งไปที่บ้าน

โดยคนขับจะได้รับใบเตือนในช่วง 3 เดือนแรกที่กล้องตรวจจับได้ว่ามีการใช้โทรศัพท์เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 344 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (คิดเป็นเงินไทยราว 7,070 บาท) และหากพบว่าใช้โทรศัพท์ในเขตโรงเรียนจะต้องจ่ายค่าปรับถึง 457 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 9,400 บาท) และจะถูกตัดแต้มในใบขับขี่อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ก็ทำให้ใครหลายคนออกมาโวยวายว่าการกระทำของรัฐบาลนั้นคุกคามความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลออสเตรเลียก็ยืนยันว่ากล้องนี้จะตรวจจับเฉพาะแค่คนขับที่ถือโทรศัพท์เอาไว้ในมือเพียงเท่านั้น และรูปภาพที่ได้ก็จะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูลภายในเวลา 1 ชั่วโมงหาก AI ตรวจไม่พบการกระทำความผิด และหากตรวจพบการกระทำผิดแต่ไม่มีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็จะลบภาพทิ้งภายในเวลา 48 ชั่วโมงเช่นกัน

และทางรัฐบาลออสเตรเลียก็ตั้งใจไว้ว่าจะติดตั้งกล้องนี้เพิ่มขึ้นอีก 45 ตัวในเวลา 3 ปีข้างหน้า และกระจายการติดตั้งกล้องตรวจจับการเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถนี้ออกไปตามเมืองต่างๆ ของออสเตรเลียโดยที่ไม่ได้มีการระบุพื้นที่ที่แน่ชัดแต่อย่างใด ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายแรกเริ่มของ Andrew Constance ผู้ดูแลโครงการในเมือง New South Wales ที่กล่าวว่าเขาต้องการที่จะให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความคิดที่ว่าพวกเขาอาจถูกจับได้ (ว่าใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ) อยู่ตลอดเวลา และทำการลดหรือเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ลงในทันที เพราะอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถนั้นแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี และทางรัฐบาลออสเตรเลียก็คาดหวังว่าการนำเอาเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยดูแลพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถใช้ถนนก็น่าจะลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ราว 30% ภายในปี 2021
ที่มา : sea.mashable.com , roadsafety.transport.nsw.gov.au , www.ctvnews.ca

Facebook อัปเดตใหม่! ให้เอาเมนูที่ไม่ใช้ออกจากแถบเมนูบนแอปฯ ได้

Facebook เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่นับวันก็จะมีเซคชั่นกว้างขึ้นเรื่อยๆ ที่เห็นชัดๆ ก็ Watch, Marketplace, Gaming ไปจนถึง Dating แต่ปัญหาก็คือแถบ Navigation bar ในแอปฯ Facebook บนมือถือ มันไม่ได้มีพื้นที่มากพอที่จะแสดงผลทุกอย่างไว้ตรงนั้น โดยอัปเดตล่าสุดบน iOS ทาง Facebook จะอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถนำเซคชั่นที่ ‘ไม่ได้ใช้งาน’ ออกจากแถบดังกล่าวได้ รวมทั้งยังสามารถปิดเลขการแจ้งเตือน (จุดสีแดง) ออกไปได้ด้วย ส่วนทาง Android จะอัปเดตตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์

โดยวิธีการใช้งานฟังก์ชั่นการจัดการนี้ก็ทำได้ง่ายๆ โดย กดค้างปุ่มไอคอนที่ต้องการจัดการ (เช่น Marketplace) จากนั้นก็จะมีเมนูให้เลือก ทั้งการปิดแจ้งเตือน Notification dots หรือจะนำไอคอนดังกล่าวออกจาก Shortcut bar ไปเลยก็ได้ และถ้าต้องการนำไอคอนที่ลบไปกลับมา ก็ไปที่ Manage shortcut bar เพื่อนำเมนูต่างๆ กลับมาได้

Facebook อัปเดตใหม่! ให้เอาเมนูที่ไม่ใช้ออกจากแถบเมนูบนแอปฯ ได้

ทางโฆษกของ Facebook ได้กล่าวเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่นี้ว่า “เราทยอยปล่อยฟีเจอร์การควบคุม Navigation bar นี้ เพื่อให้ผู้คนเชื่อมต่อกับสิ่งที่เขาชอบ และควบคุมแจ้งเตือนที่พวกเขาได้รับบนแอปฯ Facebook ได้ง่ายขึ้น”
ที่มา : www.engadget.com , www.phonearena.com , techcrunch.com , marketresearchreporting.com

Samsung เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศอัจริยะ ดักจับฝุ่นได้ถึง PM 0.3 พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย

ปัจจุบันสภาพอากาศในไทยไม่ค่อยดีต่อสุขภาพสักเท่าไรนัก เนื่องจากปัญหามลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่สะสมในอากาศเป็นจำนวนมากในช่วงหน้าหนาว ทำให้หลายคนมีอาการภูมิแพ้ หอบหืด รวมถึงโรคปอดอักเสบ จนหลายคนเริ่มมองหาเครื่องฟอกอากาศเพื่อช่วยจัดการกับปัญหาเหล่านี้

Samsung เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศอัจริยะ ดักจับฝุ่นได้ถึง PM 0.3 พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย

และทาง Samsung แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากเกาหลี ได้นำทัพเครื่องฟอกอากาศ (Air Purlify) หลากหลายรุ่นมาเปิดนำโดยรุ่นท็อป Samsung CUBE AX9500 ดีไซน์สุดสวยพร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม และ BlueSky รุ่นรองลงมาอย่าง AX7500, AX5500, AX3300 


Samsung CUBE AX9500 ดีไซน์ล้ำ จัดเต็มฟีเจอร์

Samsung เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศอัจริยะ ดักจับฝุ่นได้ถึง PM 0.3 พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย
  • กรองฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กได้ถึง PM 0.3 ได้ถึง 99%
  • มีฟีเจอร์ Wide-Free ลดความดังขณะทำงาน
  • ใช้เลเซอร์ตรวจจับฝุ่น พร้อมแสดงผลผ่านหน้าจอ Numerin Easy View Display
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้และรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Bixby
  • ฟอกอากาศได้ 47 ตารางเมตร (สองตัว 94 ตารางเมตร)
  • อัตราการฟอกอากาศต่อชั่วโมง: CADR 732 ลูกบาศก์เมตร
  • ราคา 28,900 บาท

เครื่องฟอกอากาศตัวท๊อป Samsung CUBE AX9500 กรองฝุ่นที่มีขนาดเล็กถึง PM 0.3 ได้ถึง 99% มีดีไซน์แบบ Modular design รูปทรงลูกบาศก์ (Cube) สุดล้ำไม่ซ้ำใคร จะใช้แบบเดี่ยวๆ ก็ได้หรือจะซ้อนสองตัวเชื่อมต่อกัน เพื่อขยายพื้นที่การทำงานก็ไม่ใช่ปัญหา แถมยังมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านอีกด้วย 

Samsung เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศอัจริยะ ดักจับฝุ่นได้ถึง PM 0.3 พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย

ด้านฟีเจอร์ใช้งานก็มาแบบจัดเต็ม มีโหมด Wind-Free ที่ลดเสียงขณะทำงานลงด้วยการส่งอากาศผ่านรูขนาดเล็กกว่า 60,000 ช่อง (micro-holes) ด้านฟีเจอร์การตรวจจับฝุ่น PM และแก๊สก็ใช้ระบบเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง (Laser PM sensor) ตรวจจับและกรองได้ฝุ่นที่มีขนาดเล็กได้ถึง PM 0.3(ไมครอน) พร้อมแสดงผลผ่านหน้าจออัจฉริยะ (Numerin Easy View Display) ให้เห็นว่า ณ ปัจจุบันมีฝุ่นละอองขนาด PM1.0, PM2.0, PM10 มากน้อยแค่ไหนและแสดงสี 4 ระดับเพื่อให้เห็นถึงความอันตราย

นอกจากนี้ Samsung CUBE AX9500 ยังมีระบบเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi Control ที่สามารถสั่งงานผ่าน SmartThings ด้วยเสียงผ่าน Bixby และสามารถตั้งค่าการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตได้เลย รวมถึงการตั้ง Location Tracking ที่เมื่อผู้ใช้งานอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเครื่องจะเริ่มงานโดยอัตโนมัติอีกด้วยนะ


Samsung BlueSky AX7500, AX5500, AX3300

Samsung เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศอัจริยะ ดักจับฝุ่นได้ถึง PM 0.3 พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย

เครื่องฟอกอากาศตระกูล BlueSky ทั้ง 3 รุ่นมีจุดเด่นเรื่องการฟอกอากาศที่ครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างขึ้น พร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศเร็ว

โดย AX7500 มาพร้อมเทคโนโลยี 3-Way Air Flow ออกแบบช่องรับอากาศไว้ที่ด้านหน้าทำให้วางติดผนังได้ และมีพลังการฟอกอากาศถึง 701 ลูกบาศก์เมตร ด้วยพัดลมคู่ Dual Power Fan และแผ่นกรองอากาศ 3 ชั้น เปิดตัวราคาอยู่ที่ 29,900 บาท

ส่วน AX5550 ถูกออกแบบมาเพื่อให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก มีล้อที่ซ่อนใต้เครื่องอยู่ 4 จุด สามารถวางชิดผนังได้ และเชื่อมต่อ Wi-Fi ไร้สายรองรับการสั่งการผ่านแอปฯ SmartThings และรองรับการสั่งการด้วยเสียง Bixby และความสามารถอื่นๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดเสียงการทำงาน 

และสุดท้าย AX 3300 เครื่องปรับอากาศที่ได้รับรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยม IF Design Award 2017 ที่มาพร้อม Air Sensing Light ระบบไฟ 4 สีอัจฉริยะ ที่แสดงคุณภาพของอากาศตามสี นอกจากนี้ยังมีหูหิ้วช่วยเรื่องการพกพา

Samsung เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศอัจริยะ ดักจับฝุ่นได้ถึง PM 0.3 พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย

โดยเครื่องฟอกอากาศทั้ง 4 รุ่นของทาง Samsung เริ่มวางจำหน่ายแล้วตามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 

คอนแทคเลนส์ซูมเข้า-ออกได้’ ด้วยการกะพริบตา ทีมนักวิทยาศาสตร์แดนมะกัน ประดิษฐ์

ทีมนักวิทยาศาสตร์แดนมะกัน ประดิษฐ์ 'คอนแทคเลนส์ซูมเข้า-ออกได้' ด้วยการกะพริบตา


แค่กะพริบตาก็มองเห็นไกลขึ้นเหมือนซูเปอร์แมนได้” อาจฟังดูเวอร์ๆ ไปหน่อย แต่มันก็เกิดขึ้นจริงแล้ว เพราะว่าทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย California San Diego ในสหรัฐอเมริกา ได้สร้าง “คอนแทคเลนส์สุดล้ำ ที่ซูมเข้า-ออก ได้ด้วยการกะพริบตา 2 ครั้ง

คอนแทคเลนส์ซูมได้สุดล้ำที่ว่านี้ มันทำงานด้วย สัญญาณไฟฟ้าในร่างกายมนุษย์ (Electrooculographic Signals) ที่ถูกส่งตรงจากสมองสู่ระบบกล้ามเนื้อรอบดวงตา เช่น การมองไปด้านบน ล่าง ซ้าย ขวา หรือแม้แต่การกะพริบตา
 
มุมมองปกติจากคอนแทคเลนส์ซูมได้สุดล้ำ


เมื่อซูมแล้วจะมองได้ไกลๆ ได้ใกล้ขึ้น

สัญญาณไฟฟ้าที่ถูกส่งออกมาเหล่านี้ จะถูกตรวจจับแล้วนำมาแปลงเป็นคำสั่งที่ใช้ควบคุมการทำงานของคอนแทคเลนส์ให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ เพื่อซูมเข้าหรืออกตามต้องการ โดยไม่ต้องใช้มือหรือการบังคับอย่างอื่นเลย เช่น กะพริบตา 2 ครั้งเพื่อซูมภาพให้ใกล้เข้ามา หรือทำซ้ำเพื่อคืนค่าแบบเดิม

รูปแบบการทำงานของคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษซูมได้ พร้อมกับระบบจับสัญญาณไฟฟ้า — onlinelibrary.wiley
แต่ถึงอย่างนั้น แค่ตัวคอนแทคเลนส์เพียงอย่างเดียว ไม่อาจที่จะทำงานได้ มันจำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์อื่นๆ ช่วยเสริม เช่น ตัวขยายและชิปประมวลผลสัญญาณไฟฟ้าจากร่างกาย คล้ายกับการทำงานของแขนเทียบไฟฟ้าหรือขาเทียมไฟฟ้า 

โครงสร้างภายในคอนแทคเลนส์ซูมได้ — onlinelibrary.wiley
และในปัจจุบัน คอนแทคเลนส์ซูมได้สุดล้ำ ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา มันยังเก็บใส่กะเป๋าไปใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ เพราะว่ามันต้องใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ทำให้ดูเทอะทะไม่เหมาะกับการใช้จริง แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งก้าวที่สำคัญ เพราะมันเป็นเครื่องยืนยันว่า อุปกรณ์ไฮเทคที่เห็นในหนังภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกแล้ว ในอนาคตเราจะได้ใส่คอนแทคเลนส์ที่เห็นภาพไกลๆ ได้ด้วยการกะพริบตา

ที่มา : www.independent.co.uk , www.cnet.com , in.mashable.com , edgy.app , interestingengineering.com , onlinelibrary.wiley.com

Sony เผย ‘อาจต้องปรับราคา PlayStation ขึ้น ถ้านโยบายภาษีของทรัมป์ยังคงอยู่’

เครื่องเล่น PlayStation อาจมีราคาแพงขึ้นอีกสำหรับผู้เล่นในประเทศสหรัฐอเมริกา จากรายงานของ The Wall Street Journal เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย หัวหน้าฝ่ายการเงินของ Sony Hiroki Totoki ได้ออกมากล่าวว่า บริษัทจำเป็นจะต้องขึ้นราคาขายของเครื่อง PlayStation ที่ขายในสหรัฐฯ หากประธานาธิบดีทรัมป์จะยังคงนโยบายภาษีที่เก็บจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในประเทศจีน รวมถึงเครื่องเล่นเกมประเภทคอนโซล

อ้างอิงจาก The Wall Street Journal ส่วนประกอบของเครื่อง PlayStation ส่วนใหญ่ นั้นถูกผลิตในประเทศจีน “เราเชื่อว่าภาษีที่สูงขึ้นนั้นจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และนั่นเป็นเหตุผลที่เราเคยบอกไปแล้วกับทางการของสหรัฐฯ “

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ประกาศว่ามีแผนที่จะเพิ่มภาษีขึ้นอีก 10 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์จากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในจีนและส่งมายังสหรัฐฯ โดยภาษีส่งออกเหล่านี้ยังไม่ได้มีการสรุปอย่างเป็นทางการ และทั้งสองประเทศจะทำการเปิดโต๊ะเจรจากันอีกครั้งในสัปดาห์นี้

สำหรับอีกสองบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้นำในตลาดเกมอย่าง Nintendo และ Microsoft ก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน โดยทาง Nintendo นั้นได้เลือกที่จะย้ายฐานการผลิตออกไปยังเวียดนามแทน ทางด้าน Microsoft ที่กำลังพัฒนาเครื่องคอนโซลใหม่อย่าง Project Scarlett ประธาน Xbox Phil Spencer ก็ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ราคาเครื่องอาจมีการปรับขึ้นเช่นเดียวกันโดยขึ้นอยู่กับอัตราภาษีที่ได้รับผลกระทบมา 
ที่มา : www.gamespot.com

Canon ระดมทุนผ่าน Indiegogo สร้างกล้องคลิปหนีบ เล็กๆ กะทัดรัด

งานนี้ บริษัท Canon มาแปลก ระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Indiegogo สร้างกล้องรุ่นใหม่ Ivy Rec กล้องที่มีความเล็กขนาดเท่าแฟลชไดร์ USB แถมยังมีรูสำหรับห้อยเป็นพวงกุญแจ เอาไว้หนีบกับกระเป๋า หรือ ห้อยคอน้องหมา น้องแมว ได้ด้วยล่ะ

Canon ระดมทุนผ่าน Indiegogo สร้างกล้องคลิปหนีบ เล็กๆ กะทัดรัด !

ขอบคุณภาพจาก : DPReview

ฟังก์ชั่นคร่าวๆ ที่เจ้ากล้อง Ivy Rec ตัวนี้จะมี คือ ความละเอียดระดับ 13 megapixel ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1/3 นิ้ว รองรับการถ่ายภาพนิ่ง และ วีดีโอคุณภาพระดับ 1080p / 60 fps อีกด้วยนะ ต่อกับมือถือผ่าน Wi-Fi ดูผ่านแอปฯ ได้ ยังไม่พอ! มันกันกระแทก และ กันน้ำได้นานถึง 30 นาที มีปุ่มชัตเตอร์ รูห้อย (แอบใช้เป็น Viewfinder ได้) และก็มีปุ่ม Dial ปรับตั้งค่าทางด้านหลัง ดังภาพ

Canon ระดมทุนผ่าน Indiegogo สร้างกล้องคลิปหนีบ เล็กๆ กะทัดรัด !

ขอบคุณภาพจาก : DPReview

แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีราคาเปิดเผยมาในตอนนี้ และก็ยังไม่รู้ว่าทาง Canon คิดอะไรถึงระดมทุนสร้างเจ้ากล้องตัวนี้ขึ้นมา แต่น่าจะออกมาขายกลุ่มผู้ใช้งานผู้ที่ชอบถ่ายภาพทั่วไป ที่ชอบถ่ายเล่นๆ เพลินๆ ซึ่งมันพกง่ายและน่าสนใจมากๆ เลยล่ะ

ใครสนใจล่วงหน้า ก็สามารถไปลงทะเบียนช่วยระดมทุนใน Indiegogo ส่วนใครที่อยากติดตาม อยากทราบรายละเอียด หรือ ราคา เพิ่มเติมว่าจะวางขายเท่าไหร่ พอมีอัพเดทอะไรใหม่ๆ เดี๋ยวเราจะมาอัพเดทให้รู้กัน เร็วๆ นี้นะ
ที่มา : www.theverge.com , www.dpreview.com

VISA ผนึก LINE Pay สร้างฟินเทคโซลูชั่นและบัตรชำระเงินดิจิทัลสำหรับอนาคต

 6 มิถุนายน 2562 – วีซ่า ผู้นำด้านระบบการชำระเงินระดับโลก ร่วมกับ ไลน์ คอร์เปอเรชั่น (LINE Corporation) ผู้ให้บริการด้านฟินเทค (FinTech) และดิจิตอลวอลเลท (Digital Wallet) บนแอพพลิเคชั่นไลน์ ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจเพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ด้านบริการทางการเงินบนแอพพลิเคชั่นให้แก่ผู้บริโภคและร้านค้านับล้านทั่วโลก

วีซ่า ผนึก LINE Pay สร้างฟินเทคโซลูชั่นและบัตรชำระเงินดิจิทัลสำหรับอนาคต

โดยทั้งสองบริษัทประกาศที่จะร่วมมือกันในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • การใช้จ่ายของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน: สำหรับผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น LINE กว่า 187 ล้านรายทั่วโลกจะสามารถสมัครบัตรวีซ่าในรูปแบบดิจิทัลได้ผ่านแอพฯโดยตรง ซึ่งในอนาคตจะสามารถเพิ่มบัตรวีซ่าที่ถืออยู่เข้าไปยังดิจิตอลวอลเลท เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านการชำระเงินแบบไร้รอยต่อบนสมาร์ทโฟน นอกจากนั้นทั้งสองบริษัทจะร่วมกันต่อยอดโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ (Loyalty Program) ต่าง ๆ สำหรับลูกค้า สิทธิประโยชน์ และโซลูชั่นการชำระเงินสำหรับการเดินทางในต่างประเทศ
  • โซลูชั่นสำหรับร้านค้า: ผู้ใช้บริการ LINE Pay จะสามารถใช้บริการชำระเงินในเครือข่ายร้านค้าของวีซ่า ที่มีอยู่กว่า 54 ล้านร้านค้าทั่วโลก ไปพร้อมกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และบริการและจาก LINE Pay อีกด้วย โดยผู้บริโภคจะสามารถตรวจการทำธุรกรรมได้ผ่านดิจิตอลวอลเลทของ LINE Pay ถึงแม้ว่าในบางสถานที่จะไม่รับบริการชำระผ่าน LINE Pay โดยตรง นอกจากนี้ วีซ่า และ LINE Pay ยังจะร่วมมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ร้านค้าเพื่อรองรับการชำระเงินผ่าน LINE Pay และ ดิจิตอลวอลเลทของ LINE Pay เพื่อขยายเครือข่ายการชำระเงินระหว่างกันทั่วโลก
  • การบริการฟินเทค: LINE Pay และ วีซ่า จะร่วมพัฒนาประสบการณ์รูปแบบใหม่บนบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อรองรับการชำระเงินระหว่างหน่วยงานธุรกิจ (B2B) การชำระเงินแบบข้ามพรมแดน และการทำธุรกรรมการเงินทางเลือก
  • การตลาด: วีซ่า และ LINE Pay จะร่วมผลักดันแคมเปญทางการตลาด และโปรโมชั่นต่าง ๆ ทั้งในช่วงก่อน และหลังการจัดงานโอลิมปิกที่จะถึงนี้ เพื่อช่วยผลักดันให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมไร้เงินสด

แอพพลิเคชั่นส่งข้อความ (Messaging Applications) เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดดิจิตอลคอมเมิร์ซ เนื่องจากผู้บริโภคใช้เวลาส่วนใหญ่กับแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ ซึ่งการผนวกบริการการชำระเงินเข้ากับแอพพลิเคชั่นจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ประสงค์จะใช้งานเพียงแอพพลิเคชั่นเดียวในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การโอนเงิน การซื้อสินค้าออนไลน์ การจ่ายบิล การจองที่พัก หรือแม้กระทั่งการสั่งอาหาร ดังนั้นความร่วมมือกันระหว่าง LINE และ วีซ่า จะตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อสำหรับผู้ใช้งานหลายล้านราย ทั้งยังช่วยผลักดันให้เกิดการขยายตัวของการชำระเงินแบบเปิด และการทำงานระหว่างหน่วยงานในระดับโลก

สำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่าง วีซ่า และ LINE Pay ซึ่งรวมถึงความร่วมมือในการออกบัตร LINE Pay วีซ่าในประเทศไต้หวัน และในช่วงปลายปี 2019 ในประเทศญี่ปุ่น

คริส คลาร์ก ประธานบริหารวีซ่า ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “โปรแกรมที่ทำร่วมกันเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในไต้หวันกว่า 2.3 ล้านรายในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่เติบโตเร็วที่สุดระดับโลก และเรายินดีที่ได้ขยายโซลูชั่นนี้ไปยังตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก นอกจากนั้น เรายังประทับใจในขีดความสามารถและความนิยมของ LINE และยินดีที่ได้ร่วมมือเพื่อผลักดันการเติบโตของระบบการชำระเงินแบบเปิดทั่วโลก โดยเราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในเครือข่ายของเราไม่ว่าจะเป็น ผู้บริโภค ร้านค้า และ ธนาคารผู้ออกบัตร และรับบัตร เป็นต้น” 

“LINE Pay เป็นมากกว่ารูปแบบการชำระเงิน ในขณะที่เราก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด LINE Pay จะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ใช้งาน LINE ทั่วโลก นอกจากนั้น ผู้ใช้ LINE Pay จะสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเครือข่ายระดับโลกของวีซ่าได้อีกด้วย” ยงซู โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE Pay และ LINE Fintech Company

ในขณะที่รูปแบบการชำระเงินขยายตัวจากบัตรพลาสติกแบบดั้งเดิม เข้าสู่การชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน อุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และการชำระเงินรูปแบบดิจิตอลอื่น ๆ วีซ่าได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อเพิ่มประสบการณ์การชำระเงินใหม่ให้แก่ผู้บริโภคผ่านบัตรในรูปแบบดิจิตอล และขยายเครือข่ายสร้างพันธมิตรกับผู้เล่นใหม่ๆ ซึ่งรวมไปถึงโปรแกรม วีซ่า ฟินเทค ฟาสแทรค (Visa Fintech Fast-track programme) ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรเข้าร่วมพัฒนาบริการใหม่ ๆ บนเครือข่ายการชำระเงินของวีซ่า

เปิดขายแล้ว! Nreal Light แว่นตา AR ดีไซน์แฟชั่นสุดล้ำ ใช้กับมือถือได้เลย

เปิดขายแล้ว! Nreal Light แว่นตา AR ดีไซน์แฟชั่นสุดล้ำ ใช้กับมือถือได้เลย

หากยังจำกันได้ในงาน CES 2019 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทสตาร์ทอัพจากจีน ได้เผยโฉม Nreal Light แว่นตา AR  ที่ผสมผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริง (Reality) และโลกแห่งภาพเสมือน (Virtual Reality) มาไว้ให้อยู่ในรูป “แว่นตากันแดดแฟชั่น ขนาดกะทัดรัด” พร้อมราคาขายคนทั่วไปที่ 499 USD หรือประมาณ 15,xxx บาทและสำหรับนักพัฒนาในราคา 1,199 USD หรือประมาณ 37,xxx บาท และการเผยโฉมในครั้งนั้นทำเอาใครหลายคนหมายปองอยากจับจองเป็นเจ้าของ Nreal Light กันเป็นแถวๆ เพราะว่าขนาดของมันกะทัดรัด น้ำหนักเบา ดีไซน์สวยงาม พร้อมใช้ทันทีแค่เสียบสายเข้ากับสมาร์ทโฟน และที่สำคัญการแสดงผลมันยังคมชัดอีกด้วย

ล่าสุดมีข่าวดีออกมาว่า วันนี้ Nreal Light แว่นตา AR เปิดขายแล้วทั้งสองรุ่น โดยคนที่สั่งรุ่นราคาขายคนทั่วไป (499 USD) จะค่อยๆ ทยอยจัดส่งให้ภายในปีนี้ ส่วนรุ่นนักพัฒนา (1,199 USD) จะเริ่มจัดส่งให้ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป  สินค้าในล็อตแรกนี้มีจำนวนจำกัด ซึ่งถ้าหากจำหน่ายหมดแล้วก็ต้องรอไปอีกหลายเดือน เพราะว่าตัวสินค้าจะเริ่มเดินไลน์ผลิตแบบเต็มตัวในช่วงปี 2020 ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ว่าจะเป็นเดือนไหน เอาเป็นว่าใครที่อยากได้เจ้าแว่น Nreal Lihgt ในรุ่นแรกนี้ ก็ไปจับจองได้ที่หน้าเว็บไซต์ของเขาเลย ส่วนจะได้จัดส่งเมื่อไรนั้นคงต้องรอดูกันอีกที 

เปิดขายแล้ว! Nreal Light แว่นตา AR ดีไซน์แฟชั่นสุดล้ำ ใช้กับมือถือได้เลย

เสริมสำหรับใครที่สงสัยว่า Nreal Light มันต่างจากแว่น AR ตัวอื่นที่ออกมาก่อนหน้า เช่น Microsoft HoloLensEPSON Moverio, Google Glass อย่างไร คำตอบคือ รุ่นก่อนหน้าทั้งหมดถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานเฉพาะทาง เช่น EPSON Moverio ก็เป็นแว่นที่ดีไซน์มาสำหรับการใช้บังคับโดรน ส่วน Microsoft HoloLens ก็มีขนาดใหญ่พกพาไม่สะดวก และราคาก็สูงอีกด้วย 

เปิดขายแล้ว! Nreal Light แว่นตา AR ดีไซน์แฟชั่นสุดล้ำ ใช้กับมือถือได้เลย

แต่กลับกันเจ้า Nreal Light มีราคาถูกแค่ 499 USD ดีไซน์ก็ดูดี มีสีให้เลือกเหมือนแว่นแฟชั่น น้ำหนักก็เบา ขนาดก็กะทัดรัด พกพาสะดวก พับเก็บได้ และต่อสาย USB-C กับสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งเอาไปใช้จริงๆ ในชีวิตประจำวันของเราได้เลย นี่เองเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมใครหลายคนถึงหมายปองกันนักกันหนา
ที่มา : www.engadget.com

Apple เปิดตัว Mac Pro 2019 ใหม่ รองรับแรมสูงถึง 1.5TB

Apple เปิดตัว Mac Pro เวิร์คสเตชั่นใหม่ในงาน WWDC 2019 ที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ต่างกับรุ่นในปี 2013 อย่างสิ้นเชิง โดยในรุ่นนี้ มาในรูปแบบเคสทาวเวอร์อลูมิเนียมทรงสี่เหลี่ยมสีเงินคล้ายกับเคสคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป  ที่แปลกตาก็คือด้านข้างของตัวเครื่องที่เป็นจุดระบายความร้อน ที่สื่อต่างประเทศให้คำนิยามว่า เหมือนกับ ‘เครื่องขูดชีส’

Apple เปิดตัว Mac Pro 2019 ใหม่ รองรับแรมสูงถึง 1.5TB

ถึงแม้ว่าจะไม่มีดีไซน์ที่แปลกตาเหมือนรุ่นก่อน แต่ก็มาพร้อมกับความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น มีด้ามจับให้สามารถหิ้วเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้ กรอบเคสสามารถถอดเปิดออกมา เพื่ออัพเกรดปรับแต่งฮาร์ดแวร์ด้านในได้ง่าย

Apple เปิดตัว Mac Pro 2019 ใหม่ รองรับแรมสูงถึง 1.5TB

ด้านสเปคของ Mac Pro สามารถรองรับโปรเซสเซอร์ Intel Xeon ได้สูงสุดถึง 28 คอร์ รองรับแรมได้สูงสุดถึง 1.5TB และได้ยังเสริมช่อง PCI เข้ามาในรุ่นนี้ด้วย โดยประกอบไปด้วย double-wide 4 สล็อต, single-wide 3 สล็อต และ half-width 1 สล็อตสำหรับใช้งานกับ I/O card ของ Apple ที่มีพอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต, USB-A 2 พอร์ต และช่องแจ๊คเสียง 3.5mm  นอกจากนี้อุปกรณ์ยังมีพอร์ต ethernet ให้ใช้งาน 2 พอร์ตอีกด้วย และสำหรับสายงานกราฟฟิก Mac Pro สามารถรองรับกราฟิกการ์ด Radeon Pro Vega II ได้ถึง 2 ตัวด้วยกัน

สำหรับสายงานตัดต่อ Apple ยังมีฮาร์ดแวร์ของตัวเองที่เรียกว่า Afterburner ที่จะทำให้ Mac Pro สามารถสตรีมไฟล์วิดีโอดิบขนาด 8K ได้พร้อมกัน 3 ไฟล์ หรือ วิดีโอ 4K 12 ไฟล์ ซึ่งการ์ด Afterburner นี้ สามารถโปสเซสวิดีโอด้วยความเร็วถึง 6 พันล้านพิกเซลต่อวินาที และเพื่อไม่ทำให้เครื่องเกิดความร้อนจนเกินไป Mac Pro จึงมีพัดลมระบายอากาศถึง 3 ตัวที่จะส่งผ่านแรงลมถึง 300 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที และเสียงของพัดลมไม่ได้ดังไปกว่าการทำงานของ iMac Pro อีกด้วย

Apple เปิดตัว Mac Pro 2019 ใหม่ รองรับแรมสูงถึง 1.5TB

โดย Mac Pro มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5,999 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 188,125 บาทไทย) ซึ่งในราคานี้ จะได้สเปคเริ่มต้นอย่าง Intel Xeon 8 คอร์, เมมโมรี่ 32GB, SSD 256GB และกราฟิกการ์ด Radeon Pro 580X เท่านั้น

Apple เปิดตัว Mac Pro 2019 ใหม่ รองรับแรมสูงถึง 1.5TB

นอกจาก Mac Pro แล้ว Apple ยังออกหน้าจอ LCD ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 6K Retina พร้อม HDRให้มาเข้าคู่กับ Mac Pro อีกด้วย โดยหน้าจอ 6K Retina นี้ มีราคาอยู่ที่ 4,999 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 156,846 บาทไทย)
ที่มา : www.theverge.com , www.engadget.com , sea.mashable.com