Dell เปิดตัวเทคโนโลยี AI Dell Optimizer สุดฉลาด พร้อมผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

Dell เปิดตัวเทคโนโลยี AI Dell Optimizer สุดฉลาด พร้อมผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

Dell Technologies ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สายคอมเมอร์เชียลประกอบไปด้วยไฺฮไลท์ อย่างแล็ปท็อป Latitude และ Precision รวมถึงระบบ AI ซึ่งเจ้า AI ตัวนี้จะช่วยเข้ามาตอบโจทย์การทำงานรูปแบบใหม่ที่ต้องการพลังอันเปี่ยมล้น เพื่อตอบสนองความเคลื่อนไหวในกระแสธุรกิจอย่างทรงพลัง รวดเร็ว และเปี่ยมประสิทธิภาพ

โดย Dell ได้วางแนวทางสินค้าใหม่ๆ ของปีนี้ให้มีความเปลี่ยนแปลง 3 อย่างคือ

  1. มีระบบประมวลผลที่จะเปลี่ยนไปใช้ CPU 10th Gen ทั้งหมด
  2. เป็นโน้ตบุ๊คที่ใช้งานได้แบบ 2 in 1 เช่นมีระบบ Touch Sceen ทุกรุ่น
  3. ใส่ระบบ Machine learning หรือ AI

ระบบ AI สุดฉลาด Dell Optimizer เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้งาน

Dell ประกาศว่าสินค้าของ Dell อย่างโน้ตบุ๊คทุกรุ่นในปีนี้จะมีการฝัง Machine Learning AI เข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่ ชื่อว่า Dell Optimizer สามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้งานได้ และเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้นใน 4 มิติ ประกอบไปด้วย

Dell เปิดตัวเทคโนโลยี AI Dell Optimizer สุดฉลาด พร้อมผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

ExpressSign-in (Proximity Sensor) ระบบช่วยล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วย Face ID พร้อมเข้าทำงานทุกครั้งที่ผู้ใช้งานนั่งอยู่หน้าโต๊ะ สามารถล็อกอินให้อัตโนมัติเมื่อตรวจจับ Face ID ของผู้ใช้ ขณะที่เมื่อลุกออกจากที่ระบบจะดาวน์หน้าจอให้อัตโนมัติ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน

ExpressResponse (Application) เรียนรู้ว่าผู้ใช้งานมีการใช้แอปพลิเคชันใดบ่อยและทำการจัด Priority ให้ใช้งานง่าย เชื่อมต่อและสมูทขึ้น 40 %

ExpressCharge (Power) ปรับแต่งการทำงานของแบตเตอรี่ เช่นชาร์จไฟได้เร็วขึ้น ปรับการใช้งานแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

Intelligent Audio (Audio) ปรับแต่งระบบเสียง มีเซ็นเซอร์บนฝา 4 จุด ช่วยให้ตัดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม เวลาเข้าประชุมอยู่จะช่วยตัดเสียงรบกวนต่างๆ 

Latitude 9510 แล็ปท็อปสายธุรกิจ

ต่อไปเป็นสินค้าไฮไลท์วันนี้คือ Latitude 9510 ที่เป็นโน้ตบุ๊กธุรกิจใหม่อีกตัว Built-in AI มีความฉลาดในตัวและรองรับ 5G ซึ่งได้รับรางวัลในงาน Consumer Electronics Show 2020 (CES) มาพร้อมกับหน้าจอ 15 นิ้วน้ำหนักเบาแค่ 1.45 กิโลกรัมสำหรับรุ่นปกติ แต่รุ่น 2-in-1 มีน้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม

สเปคมาพร้อมกับซีพียู Core 10th Gen แรมสูงสุด 16GB, รองรับ Wi-Fi 6 AX200 และสามารถเลือกคอนฟิกใส่โมเด็มได้ทั้ง 4G LTE และ 5G ด้วย ส่วนแบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ 14 ชั่วโมง

Dell เปิดตัวเทคโนโลยี AI Dell Optimizer สุดฉลาด พร้อมผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

นอกจากนี้ Dell ยังมีการกล่าวถึงสินค้าอื่นๆ ที่จะเปิดตัวพร้อมกันอีกมากมาย ซึ่งจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์สาย Business ทำให้การทำงานในยุค New Normal สะดวกมากยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วยสินค้าต่อไปนี้

Precision แล็ปท็อป Mobile Workstation 

Dell เปิดตัวเทคโนโลยี AI Dell Optimizer สุดฉลาด พร้อมผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

Dell Precision 5550 และ 5750 ออกแบบมาเพื่อครีเอเตอร์ และมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและดีไซน์ที่มีสไตล์ โดยไม่ต้องการโมบายเวิร์กสเตชั่นแบบเดิมที่มีขนาดใหญ่และหนัก ซึ่ง Dell Precision 5550 และ 5750 เป็นโมบายเวิร์กสเตชันขนาด 15 นิ้ว และ 17 นิ้ว ที่เล็กและบางที่สุดในโลก โดยช่วยให้บรรดาครีเอเตอร์และวิศวกร มีมุมมองที่กว้างขึ้นและทำอะไรได้มากขึ้นด้วยจอดิสเพลย์ไร้ขอบแบบ InfinityEdge ทั้ง 4 ด้าน (ให้ความสว่างมากถึง HDR 400) อัตราแสดงผล 16:10 ทั้งนี้ Precision 5750 โฉมใหม่หมด ยังรองรับ VR/AR และมาพร้อม AI เพื่อช่วยในการทำเวอร์ชวลไลเซชั่นที่มีรายละเอียดเยอะ เรนเดอร์ภาพได้เร็ว อีกทั้งสร้างแบบจำลองที่ซับซ้อนได้

  • Precision 5750 สเปค หน้าจอ 17 นิ้ว ซีพียูCore i5-10400H (มีอีกหลายตัวเลือก) จีพียูสูงสุดถึง Nvidia Quadro RTX 3000 แรม SODIMM สูงสุด 64 GB DDR4 2,666 MHz, SSD M.2 2280 สองช่อง
  • Precision 5550 สเปคหน้าจอ 15 นิ้ว ซีพียู Core-i5-10400H (มีอีกหลายตัวเลือก) จีพียูสูงสุดถึง Nvidia Quadro T2000 แรม SDRAM สูงสุด 64 GB DDR4 2,933MHz, SSD M.2 2280 สองช่อง 

หน้าจอ Monitor

Dell เปิดตัวเทคโนโลยี AI Dell Optimizer สุดฉลาด พร้อมผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

จอมอนิเตอร์ของเดลล์ยึดครองตำแหน่งอันดับ 1 ทั่วโลกในช่วงหกปีที่ผ่านมา สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้ใช้ทางธุรกิจ ไปจนถึงกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพกับ Dell 86 4K Interactive Touch Monitor ซึ่งก็คือไวท์บอร์ดเมื่อวันวานที่ได้รับการปรับเป็นดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ UltraSharp 43 4K USB-C Monitor ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูเนื้อหาจากพีซีที่เชื่อมต่อถึงสี่เครื่องพร้อมกันอย่างราบรื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิผลสูงสุดในการทำงาน จอภาพ USB-C UltraSharp 27 4K ใหม่พร้อม VESA DisplayHDRTM 400 ให้การครอบคลุมของสีที่กว้างเพื่อให้ได้สีที่ถูกต้อง

Accessory

Dell เปิดตัวเทคโนโลยี AI Dell Optimizer สุดฉลาด พร้อมผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คสายธุรกิจ

Facebook ประกาศปิดตัวแอป Hobbi และ Lasso ที่ทำมาแข่งกับ Pinterest และ TikTok

หลังจากเปิดตัวอย่างเงียบๆ ตอนนี้ก็ปิดตัวไปอย่างเงียบๆ ตามที่คาดไว้สำหรับแอปพลิเคชัน Hobbi และแอปพลิเคชัน Lasso ผลงานจากทีม New Product Experimentation team (NPE Team) ของ Facebook ซึ่งเป็นทีมที่มักชอบลองอะไรใหม่ๆ และไม่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท

Facebook ประกาศปิดตัวแอป Hobbi และ Lasso ที่ทำมาแข่งกับ Pinterest และ TikTok

ก่อนหน้านี้เราได้เคยนำเสนอข่าวไปแล้วในวันที่เปิดตัวครั้งแรก ว่าเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่คล้ายกับ Pinterest ส่วน Lasso เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ให้เราสามารถอัดคลิปวิดีโอไม่เกิน 15 วินาที เพื่อแชร์ลงไปบนแพลตฟอร์ม พร้อมใส่เสียงเพลง และข้อความประกอบ พอฟังแล้วดูคุ้นๆ ใช่มั้ย เพราะมันเหมือนรูปแบบการใช้ของแอปพลิเคชันที่คนไทยฮิตกันอยู่ในตอนนี้ นั่นคือ TikTok

Facebook ประกาศปิดตัวแอป Hobbi และ Lasso ที่ทำมาแข่งกับ Pinterest และ TikTok

ถ้าทีม NPE ตั้งใจนำ Hobbi มาท้าชนกับ Pinterest สำหรับ Lasso ก็เป็นความตั้งใจนำมาท้าชนกับ TikTok ซึ่งล่าสุดทั้ง 2 ตัวกำลังถูกปิดตัวไปในวันที่ 10 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ แต่นี่ไม่ถือเป็นความล้มเหลว เพราะมันคือความตั้งใจแรกอยู่แล้ว ซึ่งแต่เดิมนั้นทีม NPE เป็นทีมที่ Facebook สร้างขึ้นมาให้คอยพัฒนาสิ่งใหม่ๆ แม้จะสำเร็จ ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร เหมือนการหว่านเมล็ดพันธ์ุไปเรื่อย ต้นไหนเติบโตก็ดูแล ไม่เติบโตก็ทิ้งไป

สำหรับผลงานของทีม NPE มีมากหน้าหลายตาจนแทบมาเรียงต่อกันแบบเดือนต่อเดือนเลยก็ว่าได้ แค่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ประกอบไปด้วย Whale แอปสำหรับทำมีม, Bump แอปสำหรับแชท และ Tuned แอปสำหรับฟังเพลง ส่วนเดือนที่แล้วก็มีการเปิดตัวถึง 3 แอป ไม่ว่าจะเป็น CatchUp สำหรับ Voice CallsVenue ไว้ดู Event ต่างๆ แบบไลฟ์สดเช่น แข่งรถ หรือฟุตบอล สุดท้ายก็มี Collab ที่ใช้สร้างเสียงเพลงร่วมกับเพื่อนๆ ผ่านแอปพลิเคชัน โดยแอปเหล่านี้ยังคงอยู่ในสโตร์ทั้งฝั่ง iOS และ Android เฉพาะที่ US เท่านั้น
ที่มา : www.cnet.com , www.theverge.com

Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว

ผู้ใช้อุปกรณ์ Mac ไม่จำเป็นที่จะต้องรอการตอบกลับจากทางบริษัทในการขอแลกเครื่องผ่านเว็บไซต์อีกต่อไป เพราะล่าสุดทาง Apple ได้ออกมาประกาศเพิ่มโปรแกรม แลกเครื่องสำหรับอุปกรณ์ Mac ที่ร้านค้า (Apple Store) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยผู้ใช้จะสามารถยก Mac เครื่องเก่ามา แลกรับส่วนลด ในการซื้ออุปกรณ์ Mac เครื่องใหม่ หรือเลือกรับเป็น Apple Gift Card (บัตรส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ของ Apple) ที่ Apple Store ได้ ทั้ง MacBook, iMac, Mac Pro และ Mac mini

Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว


ภาพจาก : https://www.apple.com/shop/trade-in

ทางบริษัทระบุว่าการขยายบริการโปรแกรมแลกเครื่องที่ Apple Store นั้นน่าจะช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจนำเอาเครื่องเก่ามาแลกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลารอการดำเนินการและส่งสินค้าทางไปรษณีย์ที่ยุ่งยาก และการวอล์คอินเข้ามานี้ก็ ช่วยให้ผู้ใช้ได้มาสัมผัสและทดลองใช้งานอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว


ภาพจาก : https://9to5mac.com/2019/09/21/new-apple-stores-houston-bloomington-bridgewater-openings/

นอกจากนี้ ทาง Apple ยังได้อัปเดตราคาส่วนลดการแลกเครื่องของสมาร์ทโฟน Android เข้ามาภายในเว็บไซต์ของบริษัทอีกด้วย โดยในตอนนี้รับแลกเครื่องเฉพาะแค่ Samsung Galaxy, Note และ Google Pixel บางรุ่น ส่วนสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นๆ นั้นทางบริษัทก็ระบุว่า ยินดีที่จะรับรีไซเคิลให้ฟรี (สามารถเอาเครื่องเก่าไปให้ Apple ทำการรีไซเคิลได้ แต่จะไม่ได้รับส่วนลดจากทางบริษัท)

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมแลกเครื่อง Mac ที่ Apple Store นั้นได้นำร่องการบริการในสหรัฐอเมริกา (15 มิถุนายน) และแคนาดา (18 มิถุนายน) เท่านั้น ในส่วนของ Apple Store ของประเทศอื่นๆ นั้นต้องรอการประกาศอีกทีหนึ่ง
ที่มา : www.engadget.com , www.bloomberg.com , www.apple.com

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้

เลอโนโว ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกมมิ่งแลปทอปและเดสก์ท็อปตระกูล Lenovo Legion รุ่นใหม่ในประเทศไทย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้ทั่วประเทศ โดยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่ใหม่ประกอบไปด้วยแลปทอป: Lenovo Legion 7i, Legion 5Pi, Lenovo Legion 5i, Lenovo Legion 5, Lenovo IdeaPad ™ Gaming 3i และเกมมิ่งทาวเวอร์: Lenovo Legion Tower 5i

เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในประเทศ และเหนือกว่าทุกบริการหลังการขายที่เคยมีมาในผลิตภัณฑ์เกมมิ่ง ด้วยแพ็กเกจบริการหลังการขาย Unbeatable Protection เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเล่นเกมและการใช้เครื่องแบบครบวงจร เพื่อแฟนๆ Lenovo Legion จะมั่นใจได้ว่าเมื่อซื้อ Lenovo Legion จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดจากทีมงานคุณภาพ

Unbeatable Protection Package ประกอบด้วย:

  • รับประกันการใช้งานทั่วโลก 2 ปี*
  • บริการแบบ onsite service เข้าตรวจเช็คสภาพหน้างานภายใน 2 วันทำการ (2 ปี)*
  • ศูนย์บริการข้อมูล Call center support  ให้บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน (2 ปี)*
  • มีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างรอซ่อม (2 ปี)*
  • นำเครื่องเข้าซ่อมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง หากเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ พร้อมการสนับสนุนด้านชิ้นส่วนและบริการ 100% กับบริการ Accidental Damage Protection (2 ปี)*

พิเศษสำหรับผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion 2020 รุ่นใหม่ รวมถึง Lenovo IdeaPad Gaming 3i จะได้รับแพ็คเกจ Unbeatable Protection ฟรีทันที!

1. Lenovo Legion 7i

Lenovo Legion 7i (15 นิ้ว) เกมมิ่งแลปทอประดับพรีเมี่ยมสำหรับเกมเมอร์ตัวจริง ประสิทธิภาพการประมวลผลขั้นสุด ภาพละเอียดคมชัดทุกสีสัน ดีไซน์เพรียวบาง ไร้ความกังวลเรื่องความร้อนด้วยเทคโนโลยีพิเศษจากเลอโนโว ที่สุดแห่งความพรีเมี่ยมกับ

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i9 H-Series เจนเนอเรชั่น 10 (โอเวอร์คล็อก)
  • ตัวเลือกการ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2080 SUPER พร้อม Max-Q Design เพื่อขั้นสุดของประสิทธิภาพและความสมจริง
  • ตัวเลือกจอแสดงผล Full HD ขนาด 15 นิ้ว (1920 x 1080) พร้อมค่าสี Adobe sRGB 100% เพื่อภาพสีสวยแม่นยำ
  • ตัวเลือกหน่วยความจำสูงสุด DDR4 32GB / ตัวจัดเก็บข้อมูล PCIe SSD สูงสุด 1TB
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% และระบบ Corsair iCUE ช่วยให้ปรับสีคีย์บอร์ดได้มากถึง 16 ล้านสี
  • Lenovo Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • Dolby Vision และ VESA DisplayHDR 400 / Dolby Atmos / Intel Wi-Fi 6
  • น้ำหนัก 2.1 กก. / แบตเตอรี่ 80Whr (วัตต์-ชั่วโมง)

ราคาเริ่มต้นที่ 99,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo Legion 7i

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง recon Legion ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,990 บาท)
  • บันเดิลเกม Intel Tom Clancy’s The Division™ 2 Gold Edition (มูลค่า 1,340 บาท)

2. Lenovo Legion 5Pi

Lenovo Legion 5Pi (15 นิ้ว) เกมมิ่งแลปทอปอันทรงพลังในตระกูลซีรีย์ 5 ที่เน้น performance ของเครื่องเป็นหลัก เครื่องมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง แบบจัดเต็มเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด ตอบสนองความต้องการผู้เล่น eSports สายแข็ง อาทิ

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7 H-Series เจนเนอเรชั่น 10
  • ตัวเลือกการ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2060
  • จอแสดงผล IPS Full HD ขนาด 15 นิ้ว (1920 x 1080) พร้อมค่าสี Adobe sRGB 100% และความสว่างสูงสุด 500 nits
  • หน่วยความจำ DDR4 32GB / ตัวจัดเก็บข้อมูล PCIe SSD สูงสุด 1TB
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% สร้างขึ้นมาให้ตอบสนองได้ภายในเวลาน้อยว่า 1 มิลลิวินาที
  • Lenovo Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • Intel Wi-Fi 6 / ตัวเลือก refresh rate สูงสุด 240Hz / VESA DisplayHDR 400 และ Dolby Vision / Dolby Atmos และลำโพง Harman Kardon
  • น้ำหนัก 2.5 กก. / แบตเตอรี่ 80Whr (วัตต์-ชั่วโมง) ชาร์จจาก 0 ถึง 50% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีด้วยระบบ Rapid Charge Pro
  • ดีไซน์มินิมอล โลโก้ตัว “Y” สีขาว

ราคาเริ่มต้นที่ 49,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo Legion 5Pi

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง recon Legion ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,990 บาท)
  • บันเดิลเกม Intel Tom Clancy’s The Division™ 2 Gold Edition (มูลค่า 1,340 บาท)

3. Lenovo Legion 5i

Lenovo Legion 5i แลปทอปเกมมิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากเลอโนโว ที่มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดจาก Intel และขุมพลังการ์ดจอจาก NVIDIA เพื่อให้เหล่าเกมเมอร์ได้สัมผัสกับประสบการณ์การเล่มเกมที่เหนือกว่า โดยมีตัวเลือกขนาดหน้าจอทั้งหมด 2 ขนาด ระหว่าง 15 นิ้ว หรือ 17 นิ้ว

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ผสานพลังการเล่นแบบไร้ขีดจำกัดด้วยตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7 H ซีรีส์ เจนเนอเรชั่น 10
  • ตัวเลือกการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 เพื่อมอบประสบการณ์การเกมมิ่งขั้นสูงสุด ด้วยความแรงที่สูงกว่าเดิม และสมจริงมากกว่า
  • ตัวเลือกจอแสดงผล IPS ขนาด 17 นิ้ว (Full HD 1920 x 1080) ที่มีความสว่างสูงถึง 300 nits และหน้าจอ IPS ขนาด 15 นิ้ว (Full HD 1920 x 1080) ที่มีความสว่าง 300 nits และมีความแม่นยำสี sRGB สูงสุดถึง 100%
  • ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวด้วยอัตราการรีเฟรช 144Hz ให้การเล่นเกมลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด
  • หน่วยความจำ DDR4 ขนาดสูงสุด 32GB และ SSD ขนาดสูงสุดถึง 1TB PCIe
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% สร้างขึ้นมาให้ตอบสนองได้ภายในเวลาน้อยว่า 1 มิลลิวินาที
  • Lenovo Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • เทคโนโลยี Q Control 3.0 สำหรับการเลือกปรับโหมดได้ด้วยตนเอง ระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance
  • มาพร้อมมาตรฐานภาพ VESA DisplayHDR 400 เทคโนโลยี Dolby Vision ระบบเสียงอันคมชัด Dolby Atmos และ รองรับ Wi-Fi 6
  • น้ำหนัก 2.98 กิโลกรัมสำหรับขนาด 17 นิ้ว และ 2.5 กิโลกรัม สำหรับขนาด 15 นิ้ว
  • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 60Whr สามารถให้พลังงานได้นานถึง 6 ชั่วโมง ด้วยระบบ Rapid Charge Pro

ราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo Legion 5i

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง Lenovo Gaming ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,290 บาท *)
  • บันเดิลเกม Intel Games bundle Tom Clancy’s The Division™ 2 Gold Edition (มูลค่า 1,340 บาท*)

4. Lenovo IdeaPad Gaming 3i

Lenovo IdeaPad Gaming 3i (15 นิ้ว) เป็นเกมมิ่งแลปทอประดับเริ่มต้น เหมาะสำหรับนักเล่นมือใหม่ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมด้วยฟีเจอร์อันชาญฉลาดต่าง ๆ อาทิ

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7 H-Series ซีรีส์ เจนเนอเรชั่นที่ 10
  • ตัวเลือกการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti
  • จอแสดงผล IPS ขนาด 15 นิ้ว (Full HD 1920 x 1080) ที่มาพร้อมขอบจอบาง
  • ตัวเลือกอัตราการรีเฟรชที่ 120Hz เพื่อขจัดปัญหาภาพฉีก
  • ตัวเลือกพร้อมหน่วยความจำ DDR4 สูงสุด 16GB และ SSD ขนาดสูงสุดถึง 1TB PCIe
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วย heat pipe สำหรับ GPU โดยเฉพาะ ประกอบกับเทคโนโลยีช่องระบายความร้อนแบบคู่เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น
  • คีย์บอร์ดแบบ Blue backlit ที่มาพร้อมดีไซน์ปุ่มกดชัดเจนอันเป็นเอกลักษณ์ มีปุ่มตัวและเลขปุ่มลูกศรขนาดใหญ่ รวมถึงแทร็คแพดที่มีความความแม่นยำระดับสูง และระยะห่างแป้นพิมพ์ 1.5 มม.
  • เทคโนโลยี Lenovo Q Control 3.0 (Fn+Q) เพื่อการเล่นเกมในโหมด Performance, Work หรือ Quiet Mode
  • น้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม / ให้พลังงานได้นานถึง 7 ชั่วโมง และมาพร้อมระบบ Rapid Charge Pro

ราคาเริ่มต้นที่ 25,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo IdeaPad Gaming 3i

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection 1 ปี (มูลค่า 4,990 บาท*)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง Lenovo Gaming ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,290 บาท *)

5. Lenovo Legion Tower 5i

Lenovo Legion Tower 5i เกมมิ่งทาวเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ยกประสบการณ์การเกมมิ่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการทำงานของระบบ Liquid Cooling System ที่ทำให้เครื่องทั้งเงียบและเย็นเพื่อการเกมมิ่งที่เต็มอรรถรส

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ที่สุดแห่งประสิทธิภาพการเกมมิ่งเกมมิ่งด้วยตัวเลือกโปรเซสเซอร์ระดับ Intel Core
  • ตัวเลือกการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 SUPER รองรับความละเอียดของภาพถึงระดับ 4K
  • ตัวเลือกหน่วยความจำสูงถึง 64GB DDR4 และตัวจัดเก็บข้อมูลขนาดสูงสุด 2TB PCIe SSD
  • มาพร้อมตัวเลือกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการโอเวอร์คล็อกด้วยระบบ Liquid-Cooling
  • เทคโนโลยี Legion Coldfront 2.0 ช่วยการจัดการอุณหภูมิของโปรเซสเซอร์ขนาด 150 วัตต์ ใบพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ช่วยถ่ายเทความร้อนให้กับตัวเครื่องขนาด 28 liter ได้เป็นอย่างดี
  • Lenovo Q-Control 3.0 (Fn+O) ควบคุมตัวเลือกโหมดอย่าง Quiet Mode สำหรับการทำงานที่เงียบและ Performance Mode สำหรับเกมมิ่งโดยเฉพาะ
  • สวย สะดุดตาด้วยแผงข้างเครื่องแบบใส ตัดกับไฟ LED lighting สีฟ้า พร้อมตัวเลือกไฟภายในแบบ RGB

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28,990 บาท

6. Lenovo Legion 5

ครั้งแรกของหน้าประวัติศาสตร์ผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion ที่มาพร้อมโปรเซสเซอร์ทรงประสิทธิภาพ AMD Ryzen ที่เหล่าเกมเมอร์รอคอย และการ์ดจอรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti GPU กับ Lenovo Legion 5

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ครั้งแรกกับหน่วยประมวลผลจาก AMD ที่มาพร้อมตัวเลือกสูงสุด AMD Ryzen 7 4800 H ซีรีส์
  • ตัวเลือกการ์ดจอ Nvidia GeForce GTX1650Ti พร้อมโหมด OC การ์ดจอ
  • หน่วยความจำสูงสุด 16GB DDR4 และ 1TB PCIe SSD
  • หน้าจอ Full HD (1920 x 1080) IPS ขนาด 15นิ้ว ด้วยความสว่างระดับ 300 nits และ 100% sRGB
  • รีเฟรชเรทสูงสุดที่ 144Hz เพื่อลดอาการภาพขาด และอาการแล็กระหว่างการเล่นเกม
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% สร้างขึ้นมาให้ตอบสนองได้ภายในเวลาน้อยว่า 1 มิลลิวินาที
  • Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • 3 โหมดควบคุมผ่าน Lenovo Q-Control 3.0 อาทิเช่น Performance  Quiet และ Balanced
  • Dolby Atmos/ Wi-Fi 6
  • น้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัม และแบตเตอรี่ขนาด 60Whr พร้อมการชาร์จเร็ว Rapid Charge Pro

เริ่มต้นที่ราคา 26,990 บาท พิเศษเมื่อซื้อแลปทอป Lenovo Legion 5

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท*)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง Lenovo Gaming ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,290 บาท*)
  • ฟรี! 8GB DDR4 3200Hz (เฉพาะ 300 เครื่องแรกเท่านั้น)

อนึ่ง ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่น พร้อมจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถสอบถามได้ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ

ASUS ส่งโน้ตบุ๊คบางที่สุดในโลกจากซีรี่ส์ ZenBook ชาร์จเร็ว พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบ

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊คสุดบางเบาอย่าง ExpertBook B9 ไป ก็ยังมีโน้ตบุ๊คจากซีรีส์ ZenBook ที่ได้ชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่บางที่สุดในโลก ได้แก่ ASUS ZenBook 13 (UX325), ASUS ZenBook 14 (UX425 / UM425) และ ASUS ZenBook Flip 13 (UX363)

ASUS ส่งโน้ตบุ๊คบางที่สุดในโลกจากซีรี่ส์ ZenBook ชาร์จเร็ว พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบ
https://www.asus.com/Laptops/ASUS-ZenBook-13-UX325JA/

สำหรับ ASUS ZenBook 13 (UX325) และ ZenBook 14 (UX425) ทั้งสองรุ่นมีความบางที่ 13.9 มม. แต่ยังพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-A ขนาดเต็ม, Thunderbolt 3, USB-C และช่องเสียบ microSD ใส่มาให้ครบครันส่วนน้ำหนัก ZenBook 13 (UX325) อยู่ที่ 1.07 กิโลกรัม ขณะที่ ZenBook 14 ทั้งรุ่น UX425 และ UM425 มีน้ำหนัก 1.13 กิโลกรัม ทุกรุ่นมีดีไซน์สวย พร้อมอุปกรณ์สำคัญอย่าง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าร่วมกับ Windows Hello

ในส่วนของสเปกภายใน ZenBook 13 (UX325) และ ZenBook 14 (UX425) ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i3, i5 และ i7 10th Gen รุ่นล่าสุด ติดตั้ง RAM สูงสุด 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 2TB แต่ว่า ZenBook 14 (UM425) กลับได้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 8-core แบบเดียวกับใน ASUS Zephyrus 14 มาแทน

ASUS ส่งโน้ตบุ๊คบางที่สุดในโลกจากซีรี่ส์ ZenBook ชาร์จเร็ว พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบ
https://www.asus.com/Laptops/ASUS-ZenBook-14-UX425JA/

ส่วนโน้ตบุ๊คพับได้อย่าง ZenBook Flip 13 (UX363) นั้น สามารถพับตัวเครื่องได้ถึง 360 องศา เพื่อเปลี่ยนการใช้งานจากโหมดเดสก์ท็อปเป็นโหมดแท็บเล็ต ซึ่งรุ่นนี้มีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ที่รองรับการชาร์จเร็ว สามารถชาร์จไฟ 60% ได้ในเวลาเพียง 49 นาที แต่ใช้งานได้นานถึง 16 ชั่วโมง และน้ำหนักตัวเครื่อง 1.3 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เบา แต่เป็นแท็บเล็ตที่มีน้ำหนักเอาเรื่องอยู่

โน้ตบุ๊คทั้งสามรุ่น (ยกเว้น ZenBook Flip 13) ปรากฎข้อมูลบนเว็บไซต์ ASUS อย่างเป็นทางการแล้ว และเริ่มวางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปเป็นที่แรก แล้วทั้งสามรุ่นนี้จะได้วางจำหน่ายในไทยหรือไม่ ก็ต้องติดตามข่าวจากทาง ASUS กันต่อไป
ที่มา : www.engadget.com , www.notebookcheck.net

Google เปิดตัว Keen โซเชียลเน็ตเวิร์คคล้าย Pinterest แชร์และเสพไลฟ์สไตล์ที่ชอบอย่างไม่รู้จบ

ทีม Area 120 จาก Google เปิดตัวแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบใหม่ ที่มาในรูปแบบเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันบน Android ชื่อว่า “Keen” ให้เราสามารถบันทึกรูปภาพ วิดีโอ หรือไลฟ์สไตล์ที่สนใจ สร้างไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว เพื่อนำมาแชร์ให้เพื่อนกดไลค์ หรือกดติดตามคอลเลกชั่นของเราได้ 

ความโดดเด่นของ Keen คือผู้ใช้ไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลกิจกรรมจากไหนไกล แค่สนใจอะไรอยู่ตอนนั้น ก็เสิร์ชหาหัวข้อ (Topic) ที่สนใจได้เลย เช่น การฝึกสุนัข การทำขนม ดารา การท่องเที่ยว ซึ่งระบบจะช่วยแนะนำทั้งบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่เกี่ยวข้อง จากหลายเว็บไซต์ให้เราได้นำมารวบรวมบันทึกไว้เป็นคอลเลกชั่นของตัวเอง หรือแม้กระทั่งสามารถอัปโหลดรูป หรือวิดีโอของตัวเองใส่ลงไปในคอลเลกชั่นก็ยังได้ 

Keen จะช่วยให้คุณเสพเนื้อหา หรือสะสมคอลเล็กชันที่คุณรัก เพื่อแบ่งปันร่วมกับผู้อื่น สิ่งที่คุณชอบจะถูกจดจำด้วยระบบ AI เพื่อบันทึกไว้ และนำเสนอเนื้อหาแบบเดียวกันเพิ่มให้แบบไม่รู้จบ

– CJ Adams หนึ่งในผู้พัฒนา Keen –

ความพิเศษอีกอย่างของ Keen ก็คือระบบ AI ที่ถูกใส่เข้ามาช่วยจดจำพฤติกรรมของผู้ใช้ คือ ถ้ายิ่งผู้ใช้สนใจเนื้อหาประเภทไหนมากเป็นพิเศษ เช่นค้นหาบ่อยๆ คลิกดูบ่อยๆ ระบบ AI ก็จะคอยแสดงเนื้อหาใหม่ๆ ของหัวข้อประเภทนั้นเข้ามาให้เรื่อยๆ บนหน้าฟีดหลัก ทำให้เวลาที่เปิดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Keen ขึ้นมา เราก็สามารถเลื่อนดูฟีด เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหาในคอลเลกชั่นส่วนตัวได้ตลอด ซึ่งพอฟังรูปแบบของระบบนี้ ก็ดูละม้ายคล้ายกับ แพลตฟอร์ม Pinterest ชื่อดังเหมือนกันนะ

นับว่า Keen ถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรุ่นใหม่ที่น่าใช้อยู่เหมือนกัน เพราะจุดเด่นของมันสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ในเรื่องของความสะดวกสบายได้อย่างดี ถ้าใครสนใจอะไรเช่น งานศิลป์ รูปภาพไอดอล หรืองานอดิเรกอื่นๆ ก็ไม่ต้องค้นหาเอง เพราะในแพลตฟอร์มนี้รวมทุกอย่างมาเสิร์ฟให้ถึงที่ แถมยังตามเทรนด์ของสายอวดในยุคนี้ มอบโอกาสให้เราได้เป็นผู้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นส่วนตัวไว้อวดใครต่อใครได้

แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดที่เหมือนกับ Pinterest ก็ดูเหมือนจะเข้ามาซ้ำตลาดหน่อยๆ ซึ่งจะประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมเหนือกว่าหรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันอีกที
ที่มา : www.engadget.com , techcrunch.com

Intel เพิ่มระบบป้องกันมัลแวร์ระดับฮาร์ดแวร์ให้ Tiger Lake ซีพียูรุ่นใหม่สำหรับโน๊ตบุ๊ค

Intel ได้เปิดตัวระบบรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ที่เรียกว่า Intel Control-Flow Enforcement Technology หรือ Intel CET มันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีแบบ Control-flow hijacking เทคนิคที่มัลแวร์ส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ซึ่งมันยากที่จะป้องกันการโจมตีนี้โดยพึ่งพาแต่ซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว ทาง Intel จึงพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ขึ้นมาที่จะทำงานในระดับซีพียู โดยจะเริ่มใช้ใน Tiger Lake ซีพียูสำหรับอุปกรณ์พกพาที่กำลังจะเปิดตัวก่อนเป็นลำดับแรก

ทุกวันนี้ แม้ระบบรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์มีความแข็งแกร่งกว่าอดีตมากนัก แต่แฮกเกอร์ก็พัฒนาทักษะหาวิธีทะลวงผ่านระบบป้องกันได้อยู่เสมอเช่นกัน การอาศัยช่องโหว่ของหน่วยความจำเป็นหนึ่งในวิธีดังกล่าว ด้วยการใช้เทคนิคเรียกว่า Return Oriented Programming หรือ ROP และ Jump Oriented Programming หรือ JOP ทั้งสองวิธีนี้ยากต่อการตรวจสอบ หรือป้องกัน เนื่องจากผู้โจมตีได้อาศัยประโยชน์จากชุดคำสั่งที่กำลังทำงานอยู่ในหน่วยความจำของระบบปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของมันให้เอื้อประโยชน์ต่อการโจมตี

Intel เพิ่มระบบป้องกันมัลแวร์ระดับฮาร์ดแวร์ให้ Tiger Lake ซีพียูรุ่นใหม่สำหรับโน๊ตบุ๊ค

Intel Control-Flow Enforcement Technology หรือ Intel CET ได้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการโจรกรรมข้อมูลจากมัลแวร์ที่ใช้เทคนิค ROP และ JOP ด้วยการสร้าง Indirect branch tracking (IBT) และ Shadow stack (SS) ขึ้นมา โดย IBT จะทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีด้วยเทคนิค JOP ในขณะที่ SS จะป้องกันการโจมตีด้วยเทคนิค ROP อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่า Intel CET จะถูกใส่เอาไว้ในฮาร์ดแวร์เลย ดังนั้นมันจึงสามารถป้องกันได้ดีกว่าระบบป้องกันที่เป็นซอฟต์แวร์อย่างแน่นอน

ทาง Intel ยังกล่าวด้วยว่า ในอนาคต Intel CET จะถูกนำไปใช้กับแพลตฟอร์มพีซี และเซิร์ฟเวอร์ด้วย อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทาง Microsoft ก็ได้เริ่มนำระบบดังกล่าวไปอัปเดตบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 เพื่อให้รองรับกับการทำงานนี้แล้ว โดยจะเรียกว่า Hardware-enforced Stack Protection โดยปล่อยอัปเดตออกมาแล้วใน Windows 10 Insider Previews
ที่มา : www.engadget.com , threatpost.com , www.anandtech.com

Apple เตรียมเปิดตัว Macbook พร้อมชิป ARM รุ่นใหม่ในงาน WWDC 2020

ในปีนี้งาน Worldwide Developers Conference หรืองานประชุมผู้พัฒนา WWDC 2020 ที่จะจัดขึ้นภายในวันที่ 22 มิถุนายน ในรูปแบบออนไลน์บนโปรแกรม Video Conference ดูเหมือนว่า Apple จะมีแผนเปิดตัวซีพียู Macbook รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนจากชิปประมวลผลของ Intel มาเป็นชิป ARM

หลายคนอาจยังไม่ทราบผมจะขออธิบายเรื่องของ ซีพียู ARM ง่ายๆ ก่อน ว่าเป็นชิปประมวลผลขนาดเล็กสำหรับพกพา ซึ่งแน่นอนว่าสามารถทำงานได้ดี แต่อาจจะไม่ได้ครอบคลุมเหมือนของ Intel ซึ่งซีพียู ARM เป็นชนิดของซีพียูที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้กับ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต รวมไปถึงแล็ปท็อปบางรุ่นในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตอาจมีการพัฒนานำไปใช้กับ Supercomputer อีกด้วย จุดเด่นคือใช้พลังงานไม่มาก และกินไฟน้อยกว่า ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีนั่นเอง

แต่ทั้งนี้เราก็ต้องมารอดูกันอีกทีว่าความสามารถของ ซีพียู ARM ที่พัฒนาโดย Apple จะมีความโดดเด่นในด้านไหนบ้าง แต่เบื้องต้นที่ทราบมาคือดัดแปลงมาจาก ชิป A14 ของ iPhone 12 และก่อนหน้านี้คาดว่าจะเปิดตัวพร้อม Macbook รุ่นต่อไปในปีหน้า (ค.ศ. 2021) แต่ตอนนี้กำหนดการอาจกลายเป็นปีนี้เลย

โดยรายงานจาก Bloomberg บอกว่าเหตุที่ Apple ต้องทิ้ง Intel ไป เพราะเกิดจากการที่ชิป Performance ของ Intel มีการพัฒนาที่ล่าช้าไม่ทันคู่แข่ง บวกกับ Apple ได้ทดสอบแล้วว่าชิป ARM ของตัวเองมี Performance ที่ดีกว่าจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปนั่นเอง
ที่มา : www.theverge.com , www.bloomberg.com

Fitbit เตรียมจับฟีเจอร์ Google Assistant ลงใน SmartWatch รุ่นใหม่ๆ

แม้ Google จะส่งผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant ลงในสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ คอมพิวเตอร์ Chromebooks และลำโพงอัจฉริยะ Google Assistant แต่กลับไม่มีใน SmartWatch แบรนด์อื่นๆ เลย จนกระทั่งมีผู้พบเห็นข้อมูลว่า Google Assistant อาจไปอยู่ในนาฬิกาของ Fitbit รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ Wear OS จากไฟล์ XML ที่คาดว่าน่าจะหมายถึง Google Assistant

Fitbit เตรียมจับฟีเจอร์ Google Assistant ลงใน SmartWatch รุ่นใหม่ๆ

แม้ว่า SmartWatch ของ Fitbit อย่าง Versa 2 จะเคยใช้ Alexa ของ Amazon มาก่อน แต่เหมือนว่าเพิ่งจะได้ฤกษ์งามยามดีที่ Fitbit จะหันมาใช้ Google Assistant ส่วนหนึ่งมาจากก่อนหน้านี้ Google ยังไม่ได้สนใจในตัว SmartWatch มากนัก แม้นี่จะไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ๆ น่าตื่นตา แต่ว่า Google Assistant ก็เป็นส่วนเสริมที่ดีเมื่ออยู่ใน SmartWatch และทำให้ Google และ Fitbit หันมาร่วมมือกันสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่า SmartWatch รุ่นถัดไปจาก Fitbit จะหันมาใช้ Wear OS หรือไม่ หรือ Google จะเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ในชื่อว่า Pixel เหมือนสมาร์ทโฟนของตัวเองหรือเปล่า งานนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่ยังต้องลุ้นกันต่อไป
ที่มา : www.androidpolice.com , 9to5google.com

จุฬาฯ ผนึก SkillLane ปั้น GenEd UC Cloud Learning แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์สำหรับนิสิตนักศึกษาเรียนข้ามสถาบัน

จุฬาฯ ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัย และ SkillLane พัฒนาระบบเรียนออนไลน์ GenEd UC Cloud Learning ให้นิสิตนักศึกษา ทุกคณะในเครือข่ายฯ เรียนรายวิชาศึกษาทั่วไปข้ามสถาบันได้ครั้งแรกของไทย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยภายใต้เครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาทั่วไป ภาคกลางตอนบน (Upper Central: UC) และ SkillLane บริษัท Online Learning Platform อันดับหนึ่งของไทย พัฒนาระบบเรียนออนไลน์ GenEd UC Cloud Learning ให้นิสิตนักศึกษา ทุกคณะในเครือข่ายฯ เรียนรายวิชาการศึกษาทั่วไปหรือ General Education ข้ามสถาบันได้ เป็นครั้งแรกของไทย มุ่งยกระดับคุณภาพบัณฑิตและสังคมไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอนาคต

จุฬาฯ ผนึก SkillLane ปั้น GenEd UC Cloud Learning แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์สำหรับนิสิตนักศึกษาเรียนข้ามสถาบัน

ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมผลิตเนื้อหาวิชาที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามเป้าหมายของ General Education ผ่านระบบดังกล่าวแล้ว 4 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม โดยมีวิชาที่พร้อมให้ลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 40 วิชา เช่น วิชา Fun with AI วิชา Critical Thinking for Business วิชา Digital Disruption และ วิชา Value Proposition และอยู่ระหว่างการขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของออนไลน์คอนเท้นต์ให้แก่มหาวิทยาลัยในเครือข่ายฯ เพิ่มเติม

ทั้งนี้ จุฬาฯ มีความตั้งใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะต่อยอดไปสู่การพัฒนาในอนาคต โดยในระยะที่ 2 นิสิตนักศึกษาจะสามารถใช้ระบบ GenEd UC Cloud Learning ในการเรียนเพื่อเก็บหน่วยกิตข้ามสถาบันได้ และในระยะที่ 3 มหาวิทยาลัยในเครือข่ายจะเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเรียนผ่านทางออนไลน์เพื่อเก็บหน่วยกิตในคลังหน่วยกิต (Credit Bank) ซึ่งจะสามารถโอนถ่ายหน่วยกิตเมื่อผู้เรียนได้เข้ามาเป็นนิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยในเครือข่ายนั้น ๆ แล้ว