Facebook เปิดให้สร้าง Avatar พร้อมสติกเกอร์ด้วยหน้าตัวเองในไทยแล้ว พร้อมวิธีทำง่ายๆ

หลังจากที่ Facebook Avatar หรือระบบสร้างสติกเกอร์อวาตาร์เป็นของตัวเองเปิดตัวให้ใช้งานในประเทศอื่นๆ และในที่สุด ฟีเจอร์นี้ก็สามารถใช้งานในประเทศไทยได้อย่างเป็นทางการเสียที ขอบอกว่าไม่ต้องไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใดๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าคุณจะใช้มือถือ iOS หรือ Android ให้อัปเดตแอป Facebook เป็นเวอร์ชันล่าสุดและปิด-เปิด Facebook ใหม่เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน Facebook Avatar นั่นเอง

วิธีสร้าง Facebook Avatar ของคุณ


ให้เลือกเมนูขวาสุด (ขีด 3 ขีด) เลื่อนลงมา กดที่คำว่า See More และเลือกเมนู Avatar
(หากใครกดไม่ติด ให้อัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน)

จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการเลือกสีผิว โครงหน้า หูตาจมูกปาก ไปจนถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ
ที่มีแบบและสีสันให้เลือกมากมาย

ทรงผมมีให้เลือกทั้งผมสั้น ผมยาว ย้อมสีผมได้

ทีเด็ดของ Facebook Avatar อยู่ที่การเปิด
กล้องหน้าเพื่อเทียบกับใบหน้าจริงได้

เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จสมบูรณ์แล้วก็กด Save
จากนั้นก็แชร์ลง Facebook ได้ทันที

แถมยังมีสติกเกอร์ส่วนตัวใช้สำหรับ
คอนเมนต์บน Facebook และแชทใน Facebook Messenger อีกด้วย

ถ้าใครยังงงๆ ว่าเจ้า Avatar นี่นำไปใช้กับอะไรได้บ้าง มาดูกัน


ใช้แชทบน Messenger ได้

คอนเมนต์ตามโพสต์ก็ได้

และแน่นอนว่านำไปใช้เป็นรูป
Profile สวยๆ ได้

เห็นแบบนี้ ถ้าใครยังไม่มี Facebook Avatar เป็นของตัวเอง ไปลองเล่นกันตามวิธีนี้ได้เลย ด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ต้องโหลดแอปอื่นๆ เลย ใช้ได้บน Facebook ทั้ง iOS และ Android แล้ววันนี้ และอย่าลืมอัปเดตแอป Facebook เป็นเวอร์ชันล่าสุดและปิด-เปิด Facebook ใหม่ก่อนเล่นด้วยนะ

Huawei เตรียมปล่อย Harmony OS พร้อมใช้งานบนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ปีหน้า

แม้ว่าทางสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มความเข้มงวดใน มาตรการคว่ำบาตร และบีบบังคับให้บริษัทต่างๆ หลายประเทศทั่วโลกยุติการค้ากับ Huawei และล่าสุดทาง SK Hynix, Samsung และ LG ต้องสูญเสียลูกค้ารายใหญ่และรายได้ไปเป็นจำนวนมากจากการปฏิบัติตามข้อเสนอของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ แต่นอกจากที่ทางบริษัทออกมายอมรับว่า เหลือของผลิตชิป Kirin จำนวนไม่มาก และข่าวลือเรื่องการ เลื่อนจำหน่าย Mate 40 ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเดือดร้อนกับสถานการณ์ขณะนี้มากนัก

เพราะล่าสุดภายในงาน HDC. Together (Huawei Developer Conference 2020) ทางบริษัทก็ได้ออกมาประกาศถึงโปรเจคใหม่ๆ ของบริษัทที่จะพัฒนาออกมาให้เหล่า Developer และผู้ใช้งานทั่วไปได้สัมผัสกันเร็วๆ นี้ ทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และตัวซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ทางบริษัทภูมิใจนำเสนอ

Huawei เตรียมปล่อย Harmony OS พร้อมใช้งานบนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ปีหน้า


ภาพจาก : https://developer.huawei.com/consumer/en/events/hdc2020/

และสิ่งที่หลายๆ คนรอคอยก็น่าจะเป็น HarmonyOS หรือระบบปฏิบัติการที่ทาง Huawei พัฒนาขึ้นเองหลังถูกจำกัดการใช้งาน Android จาก Google ไปเมื่อปีก่อน โดยภายในงาน HDC นี้ ทางบริษัทได้ประกาศว่าจะเปิดให้ HarmonyOS นี้เป็น Open Source ที่ Developer สามารถเข้ามาร่วมพัฒนาโปรแกรมได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ยังระบุว่าจะเปิดให้ใช้งาน HarmonyOS 2.0 (Developer Beta) ในอุปกรณ์ Smart Device ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะสามารถใช้ HarmonyOS 2.0 บนสมาร์ทโฟนได้ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ส่วนผู้ใช้ทั่วไปก็น่าจะได้เห็นกันในสมาร์ทโฟน Huawei รุ่นใหม่ๆ ที่จะวางจำหน่ายในปีหน้าเช่นกัน

ส่วนในด้านของ HMS (Huawei Mobile Service) และ AppGallery (ร้านค้าแอปพลิเคชันของ Huawei) ก็มีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในปัจจุบันก็มีแอปพลิเคชันที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้กว่า 96,000 แอปพลิเคชันแล้ว นอกจากนี้ยังได้พัฒนาให้ Celia (AI ของ Huawei ที่มีลักษณะคล้าย Siri หรือ Google Assistant) มีความฉลาดมากยิ่งขึ้นและคาดว่าน่าจะพัฒนาจนสามารถพร้อมใช้งานในเร็วๆ นี้อีกด้วย

ที่มา : techcrunch.com , www.theverge.com

YouTube เปิดตัวฟีเจอร์ Shorts อัดคลิป 15 วินาที แบบ TikTok ประเดิมที่อินเดีย

เมื่อถามถึงแนวคอนเทนต์ที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ คงต้องยอมรับว่าสไตล์แบบ TikTok นั้นกำลังยืนหนึ่ง (ถึงแม้จะเริ่มถูกแบน และกีดกันในบางประเทศ) ด้วยแนวคิดแบบคอนเทนต์ที่เปิดให้ผู้ใช้ได้กลั่นความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นวิดีโอภายใน 15 วินาที ที่ทั้งสร้างความท้าทายแก่ผู้ทำคอนเทนต์ และยังถูกจริตคนดูที่ชอบความบันเทิงแบบตรงเป้า เข้าประเด็น ไม่ยืดเยื้อ จึงไม่แปลกที่คอนเทนต์แนวนี้จะมีหลายคนชอบ

ด้านผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเองก็มีการเกาะกระแสความนิยมนี้เช่นกัน และเหมือนกับ Instagram ที่ได้ปล่อยฟีเจอร์ ‘Reels’ ออกมา ล่าสุด YouTube เองก็กำลังมีฟีเจอร์นี้เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นบริการให้ผู้ใช้ทำคลิปวิดีโอสั้นๆ 15 วินาที ชื่อว่า ‘YouTube Shorts’  ที่บริษัทตั้งใจปล่อยออกมาเสียบแทนที่ TikTok ที่กำลังโดนแบนอยู่ในหลายประเทศ (อินเดีย, สหรัฐ ฯลฯ)   

รายงานระบุว่า YouTube Shorts เปิดตัวเป็นเวอร์ชัน Beta ในประเทศอินเดียที่แรก และก็เหมือนกับลูกเล่นของ TikTok ฟีเจอร์ Shorts จะให้ผู้คนได้สร้างวิดีโอในระยะเวลา 15 วินาที มีเสียงประกอบให้เลือกใช้ กว่า 100,000 แทร็ก และมีลูกเล่นการตัดต่อในตัวเช่นกัน

เอาบ้าง ! YouTube เปิดตัวฟีเจอร์ Shorts อัดคลิป 15 วินาที แบบ TikTok ประเดิมที่อินเดีย

ภาพจาก https://blog.youtube/news-and-events/building-youtube-shorts

YouTube ระบุว่าในอนาคตผู้ใช้อาจเห็นปุ่มไอคอน Shorts ปรากฏขึ้นบนแอป YouTube ซึ่งถ้าเป็นไปได้ ประเทศอื่นจะได้ใช้งานก่อนเป็นเวอร์ชัน Beta ที่แรกบน Android แต่สำหรับ iOS นั้นเป็นโอกาสต่อไป อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัดว่าจะเปิดตัวในประเทศอื่นๆ เมื่อไหร่ เพราะแม้กระทั่งในสหรัฐฯ เองก็ยังไม่ได้ใช้

เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้ตอนที่ Instagram ปล่อยฟีเจอร์ลักษณะเดียวกันออกมา โดยใช้ชื่อว่า Reels ก็ทำท่าจะแป้กไปแล้ว แต่นั่นอาจเป็นเพราะ Instagram ไม่ได้มีจุดเด่นด้านคอนเทนต์วิดีโออยู่แล้ว สำหรับ YouTube นั้นบริษัทหวังว่าจะได้ผลตอบรับในเชิงบวก และมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดผู้ใช้งานใน YouTube ให้เกิน 2 พันล้านต่อเดือนด้วย เพราะจะได้ยอดจาก Content Creator ผู้ใช้ Mobile
ที่มา : www.theverge.com

เตรียมพบกับ Apple Store สาขา Marina Bay Sands สิงคโปร์ เร็วๆ นี้ ด้วยดีไซน์โดมลอยน้ำแห่งแรก

หลังจากที่ Apple Store เปิดสาขาที่ 2 ในไทยที่ห้างสรรพสินค้า Central World ล่าสุด ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างสิงคโปร์ก็เตรียมตัวเปิด Apple Store สาขา 3 ที่ Marina Bay Sands ซึ่งดีไซน์ของสาขานี้มีความแปลกแตกต่างกว่าสาขาไหนๆ ด้วยความเป็นโดมลอยบนผิวน้ำเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก!

สำหรับ Marina Bay Sands เป็นหนึ่งใน Landmark ชื่อดังของสิงคโปร์อยู่แล้ว ด้วยความเป็นโรงแรมดีไซน์สวย ตั้งบริเวณริมอ่าว Marina โดยที่เจ้า Apple Store สาขาดังกล่าวจะมีทางเดินเข้าไปยังตัวร้านได้ และตั้งอยู่ริมทางเดินในบริเวณ Marina Bay Sands ส่วน 2 สาขาแรกในสิงคโปร์ก็มีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้กัน ทั้งสาขาถนน Orchard และสาขา Jewel ในสนามบิน Changi

เตรียมพบกับ Apple Store สาขา Marina Bay Sands สิงคโปร์ เร็วๆ นี้ ด้วยดีไซน์โดมลอยน้ำแห่งแรก
เตรียมพบกับ Apple Store สาขา Marina Bay Sands สิงคโปร์ เร็วๆ นี้ ด้วยดีไซน์โดมลอยน้ำแห่งแรก

แม้ตอนกลางวัน Apple Store Marina Bay Sands อาจดูเหมือนยานอวกาศแปลกๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวล้ำอนาคต แต่ในยามค่ำคืน ตัวอาคารจะเล่นแสงไฟสวยงาม ยิ่งในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินก็ช่วยเพิ่มความสวยงามยิ่งขึ้น เชื่อว่าเมื่อไหร่ที่ Apple Store สาขานี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ (และแฟนๆ ต่างประเทศสามารถบินไปเที่ยวสิงคโปร์ได้แล้ว) ที่นี่น่าจะกลายเป็น Apple Store สาขาใหม่ที่ต้องไปเยี่ยมเยียนอย่างแน่นอน
ที่มา : www.apple.com

Apple เตรียมเพิ่มลูกเล่น AR (Augmented Reality) สำหรับบริการ Apple TV+

ทาง Apple อาจกำลังวางแผนเรื่องการนำเอา AR (Augmented Reality) เข้ามาเพิ่มการบริการบน Apple TV+ ในช่วงปีหน้านี้ ซึ่งคาดว่ามันน่าจะมีการพัฒนาให้ผู้ใช้สามารถดึง Characters และสิ่งของต่างๆ จากหนังหรือซีรีส์ให้ออกมาปรากฎอยู่บนพื้นที่ที่เราต้องการผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้

เช่นว่า ผู้ใช้อาจสามารถดึงรถ Rover ที่ใช้สำรวจดวงจันทร์จากฉากหนึ่งใน For All Mankind (สารคดีการสำรวจดวงจันทร์ของทาง Apple) มาแสดงผลบนโต๊ะทานข้าวได้ ซึ่งทาง Bloomberg ก็ได้ระบุอีกว่าฟีเจอร์นี้ควรจะสามารถใช้งานได้ในปีนี้ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จึงทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการณ์ออกไปก่อนเพราะต้องแก้ปัญหาทั้งเรื่องของซอฟต์แวร์และการผลิตเนื้อหาต่างๆ

Apple เตรียมเพิ่มลูกเล่น AR (Augmented Reality) สำหรับบริการ Apple TV+


ภาพจาก : https://appleinsider.com/articles/19/10/21/ronald-d-moore-talks-about-bringing-for-all-mankind-to-apple-tv

และในช่วงนี้ทาง Apple ก็ได้พยายามจะผลักดันบริการสตรีมมิงของตนเองอย่างเต็มที่ เพราะหลังจากครบสัญญาการใช้สิทธิบริการฟรีของ Apple TV+ จำนวนผู้ใช้ที่ต่อสัญญาการบริการนี้ก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด และก่อนหน้านี้ก็ได้มีข่าวออกมาว่าจะเพิ่ม Apple One ที่เป็นแพ็กเกจรวบบริการของ Apple ให้ผู้ใช้ที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการได้อย่างประหยัดมากยิ่งขึ้นเข้ามาด้วย ดังนั้นการเพิ่มฟีเจอร์อย่าง AR เข้ามาเพิ่มก็น่าจะช่วยดึงดูดความสนใจให้ผู้ใช้กลับมาสมัครบริการนี้มากขึ้นได้ส่วนหนึ่ง

นอกจากนี้ Apple ยังได้ระบุว่าจะ เพิ่มเซนเซอร์ LIDAR ลงใน iPhone บางรุ่นที่กำลังจะปล่อยออกมาในเร็วๆ นี้ ซึ่งผู้ใช้ iOS 14 เวอรชัน Beta บางคนก็สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางบริษัทยังวางแผนว่าจะปล่อย AR Headset ออกมาในช่วงปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) และแว่น AR ในปีถัดไป ซึ่งทางบริษัทก็คาดว่าน่าจะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเล่นเกม หรือการประชุมทางไกลให้กับผู้ใช้ได้อีกด้วย

ที่มา : www.engadget.com , www.theverge.com

Microsoft ปล่อยฟีเจอร์ Transcribe บน Word เวอร์ชันเว็บ ช่วยแปลงไฟล์เสียงเป็นข้อความได้

เตรียมพบกับฟีเจอร์ใหม่ของ Microsoft Word เวอร์ชันเว็บไซต์ ซึ่งคุณสามารถนำไฟล์เสียง หรือคลิปต่างๆ นำไปอัปโหลด และ ให้โปรแกรมช่วยพิมพ์ออกมาเป็นประโยคทั้งคลิปได้เลย ตอบโจทย์นักเรียนสายอัดเทป ผู้จดบันทึกการประชุม และนักข่าวที่ต้องแกะเสียงพูด หรือจดเลคเชอร์เป็นประจำ

โดยฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า “Transcribe” เป็นฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ Microsoft Word เวอร์ชันบนเว็บไซต์ สำหรับผู้ใช้บริการ Microsoft 365 Subscribers ความพิเศษคือนอกจากจะช่วยแกะเทปให้ผู้ใช้งานได้แล้ว ยังสามารถช่วยแยกเสียงบทสนทนาออกเป็นวรรคเป็นตอนพร้อมบอกเวลาในคลิปแต่ละประโยค เพื่อให้ง่ายต่อการย้อนกลับไปฟังและพิมพ์แก้ไขได้เลย

Microsoft ปล่อยฟีเจอร์ Transcribe บน Word เวอร์ชันเว็บ ช่วยแปลงไฟล์เสียงเป็นข้อความได้

ส่วนการใช้งานให้เลือกเมนู Dictate (รูปไมค์) บนแถบ ribbon จากนั้นให้คลิกเมนู “Transcribe” แล้วกด Upload Audio เพื่อเลือกไฟล์เสียงที่ต้องการได้เลย โดยไฟล์ที่รองรับประกอบไปด้วยไฟล์นามสกุล MP3, WAV, M4A, MP4 และต้องมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 200MB เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม Microsoft ประกาศว่าฟีเจอร์นี้จะมีข้อจำกัดบางอย่างด้วย เช่น จำกัดระยะเวลาคลิปที่อัปโหลดแค่ 5 ชั่วโมงต่อเดือน หมายถึงถ้าคุณอัปโหลดคลิปไป 1 ชั่วโมงเป็นจำนวน 5 คลิป ก็คือหมด ใช้ต่อไม่ได้แล้วต้องรอเดือนต่อไปเท่านั้น นอกจากนี้ยังรองรับแค่ภาษาอังกฤษส่วนภาษาอื่นๆ จะค่อยๆ ทยอยปล่อยออกมาตามทีหลัง

และนอกจากจะปล่อยฟีเจอร์ให้เวอร์ชันบนเว็บไซต์แล้ว บริษัทมีแผนจะปล่อยลงให้กับแอปพลิเคชัน Word ทั้ง iOS และ Android ด้วยในอีกไม่ช้า เพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานทุกที่ทุกเวลา 
ที่มา : www.theverge.com

LINE ประเทศไทย เปิดตัว LINE Family Club รวมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า Official Accounts

LINE ประเทศไทย เปิดตัว “LINE Family Club” สำหรับลูกค้า Official Accounts ภายใต้คอนเซปต์ “เพราะคุณคือครอบครัวของเรา”

LINE ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการทำธุรกิจอันทรงพลังและมีประสิทธิภาพ เดินหน้าเสริมการบริการเพื่อดูแลลูกค้า Official Accounts ทุกกลุ่มของ LINE ประเทศไทยอย่างจริงจัง เปิดตัวโปรแกรมลูกค้าสัมพันธ์ ภายใต้ชื่อ “LINE Family Club” ภายใต้คอนเซปต์ “เพราะคุณคือครอบครัวของเรา” มุ่งเน้นการรวบรวมหลากหลายสิทธิประโยชน์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เฉพาะลูกค้า LINE Official Accounts เท่านั้น ให้สมาชิกฯ สามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจออนไลน์อีกมากมาย  

LINE ประเทศไทย เปิดตัว LINE Family Club รวมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า Official Accounts

รูปแบบสิทธิประโยชน์ของ LINE Family Club จะแบ่งตามประเภทกลุ่มธุรกิจลูกค้าเป็นหลัก ได้ 2 ประเภท กลุ่มแรกคือ ลูกค้ากลุ่มธุรกิจองค์กร โดยมีสิทธิพิเศษ อาทิ สิทธิ์การเข้าร่วมหรือจัดทำเวิร์คช้อปร่วมกันโดยเฉพาะ โควตาเข้าร่วมงาน อีเวนท์หรือกิจกรรมใหญ่จากทาง LINE ประเทศไทย รวมถึงอัพเดทความรู้ ข่าวสารและแพ็คเกจโปรโมชั่นพิเศษของบริการต่างๆ บนแพลตฟอร์ม ที่พร้อมส่งตรงถึงสมาชิกครอบครัว LINE Family Club กลุ่มธุรกิจองค์กรโดยเฉพาะ 
*สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าธุรกิจองค์กรและเอเจนซี่ที่สนับสนุน LINE Official Account และสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE อย่างสม่ำเสมอด้วยยอดการใช้บริการตามเกณฑ์ที่กำหนด 

กลุ่มที่สอง ลูกค้าธุรกิจ SME กับ 5 สิทธิประโยชน์ที่แตกต่าง ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและฟื้นฟูธุรกิจลูกค้า SME ไทยให้เติบโตไปกับครอบครัว LINE Family Club ได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ด้าน 

  1. ลดต้นทุน กับส่วนลดค่าบริการต่างๆ มากมายที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ ช่วยเพิ่มกำไรให้ธุรกิจโต 
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ กับหลากหลายเครื่องมือและโซลูชั่นช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์คุณง่ายขึ้น ปังขึ้น 
  3. เพิ่มยอดขาย กับโอกาสโปรโมทร้านค้าบนแพลตฟอร์ม LINE และเคล็ดลับเทคนิคมากมายเพิ่มยอดขายให้ปัง 
  4. เพิ่มความรู้ ด้วยสิทธิ์การเข้าร่วมงานสัมมนาทางธุรกิจที่น่าสนใจก่อนใคร โอกาสในการเรียนรู้โซลูชั่นและการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ บนแพลตฟอร์ม LINE จากทีม LINE ประเทศไทย และส่วนลดคอร์สเรียนจากกูรูชั้นนำมากมายในวงการ 
  5. เพิ่มความสุข ให้สมาชิกได้ฟินกับส่วนลดค่าบริการต่างๆ ที่ LINE ร่วมมือกับหลากหลายพาร์ทเนอร์ชั้นนำ เติมเต็มให้ชีวิตและธุรกิจก้าวไปด้วยกัน
LINE ประเทศไทย เปิดตัว LINE Family Club รวมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า Official Accounts

โดย LINE Family Club พร้อมมอบความเอ็กซ์คลูซีฟนี้ให้กับสมาชิกครอบครัว LINE Family Club กลุ่ม SME โดยเฉพาะ เพื่อร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงช่วยลดรายจ่าย ช่วยสร้างกำไร ให้ SME ไทยสามารถเดินหน้าและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน 

เงื่อนไขสำหรับลูกค้าธุรกิจ SME ในการสมัครเป็นสมาชิกครอบครัว LINE Family Club

  1. เป็นผู้ใช้งาน LINE Official Account ที่มียอดชำระค่าบริการ LINE Official Account โดยตรงผ่านแอปฯ LINE Official Account หรือผ่านเว็บไซต์ LINE Official Account Manager (manager.line.biz) ขั้นต่ำ 1,200 บาท (หรือ 36.3 USD) ติดต่อกัน 3 เดือน 
  2. ต้องเป็นการชำระค่าบริการ LINE Official Account โดยตรงจากเจ้าของบัญชีหรือแอดมินผ่าน 2
  3. ผู้สมัครต้องไม่มียอดค้างชำระค่าบริการจนถึงเวลารับสิทธิพิเศษ
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

โดยลูกค้ากลุ่มธุรกิจ SME ที่สนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ต่างๆ พร้อมสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกครอบครัว LINE Family Club ได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านทาง LINE Official Account ‘LINE for Business’ (พิมพ์ @linebizth)

LINE ประเทศไทย เปิดตัว LINE Family Club รวมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า Official Accounts

พิเศษ! สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ SME 600 ท่านแรกที่สมัครและเป็นสมาชิก LINE Family Club รับไปเลย! ส่วนลดค่าส่งพัสดุผ่าน KERRY เพิ่มอีก 60 บาทจาก LINE Family Club ฟรี! รีบสมัครวันนี้ เพื่อเป็น 600 คนแรกผู้โชคดีกันเลย! ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2563 นี้เท่านั้น หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

LINE ประเทศไทย เปิดตัว LINE Family Club รวมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า Official Accounts

LINE จะมุ่งมั่นพัฒนาบริการสำหรับภาคธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและช่วยให้ธุรกิจทุกภาคส่วนเติบโตได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมดูแลและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าทางธุรกิจของเราให้แน่นแฟ้นและดียิ่งขึ้นต่อไป

Instagram เพิ่มการอัปเดตให้ผู้ใช้สร้าง QR Code แอคเคาท์ของตนเองได้แล้ว

Instagram เพิ่มเมนูใหม่ให้ผู้ใช้สามารถสร้าง QR Code แอคเคาท์ของตนเองเพื่อแชร์ไปยังแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้ โดยทางบริษัทคาดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับร้านค้า หรือคาเฟ่ต่างๆ ที่มีแอคเคาท์ Instagram เพราะหลายๆ ร้านก็นิยมลงรูปภาพสินค้าและบรรยากาศของร้านบน Instagram เพื่อโปรโมตธุรกิจของตนเอง

สำหรับการเรียกดู QR Code ของ Instagram นั้น ผู้ใช้จะต้องกดเข้าไปที่เมนูเพิ่มเติมในหน้าโปรไฟล์ Instagram ของตนเอง (เครื่องหมายแฮมเบอร์เกอร์ ☰) และเลือกที่เมนู QR Code จากนั้นก็จะมี QR Code โปรไฟล์ของเราปรากฏขึ้นมา พร้อม Username และผู้ใช้สามารถเลือกกดเปลี่ยนรูปแบบพื้นหลังการแสดงผล QR Code ได้ทั้งพื้นหลังแบบสี, Emoji และการเซลฟีพร้อมสติกเกอร์

Image Slider Arrow Left
Image Slider Arrow Right

1 / 4

Instagram เพิ่มการอัปเดตให้ผู้ใช้สร้าง QR Code แอคเคาท์ของตนเองได้แล้ว
Instagram เพิ่มการอัปเดตให้ผู้ใช้สร้าง QR Code แอคเคาท์ของตนเองได้แล้ว
Instagram เพิ่มการอัปเดตให้ผู้ใช้สร้าง QR Code แอคเคาท์ของตนเองได้แล้ว
Instagram เพิ่มการอัปเดตให้ผู้ใช้สร้าง QR Code แอคเคาท์ของตนเองได้แล้ว

และสามารถแชร์ QR Code Instagram ของเราไปให้ผู้อื่นได้ด้วยการกดที่ไอคอนแชร์ด้านมุมขวาบน จากนั้นเลือกแอปพลิเคชันและบุคคลที่เราต้องการแชร์ QR Code ด้วยและกดแชร์ ส่วนการสแกน QR Code ของผู้อื่นจะต้องกดไปที่เมนู “Scan QR Code” ด้านล่างของหน้าจอ ที่ผู้ใช้จะสามารถเลือกสแกน QR Code ผ่านกล้องหลัง หรือเลือกสแกนจากรูปภาพในเครื่องก็ได้เช่นกัน ซึ่งในตอนนี้ยังสามารถสแกนได้เฉพาะ QR Code ของ Instagram ด้วยกันเท่านั้น ไม่รองรับการสแกน QR Code ของแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อื่นๆ แต่อย่างใด

Instagram เพิ่มการอัปเดตให้ผู้ใช้สร้าง QR Code แอคเคาท์ของตนเองได้แล้ว


ภาพจาก : https://about.fb.com/ja/news/2019/12/qrcode/

โดยจากการทดลองใช้งานฟีเจอร์นี้ก็พบว่า มันสามารถใช้งานได้ตามปกติในระบบ iOS แต่สำหรับระบบ Android นั้นยังมีปัญหาการใช้งานบางส่วน ทั้งการแชร์ QR Code ของตนเองไปยังแอปพลิเคชันอื่น (กดแชร์แล้วแอปเด้งออก) และการสแกน QR Code จากรูปภาพ (เลือกรูป QR Code ในอัลบัมแล้วไม่สามารถประมวลผลได้) ก็ได้แต่หวังว่าบริษัทจะดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้โดยเร็ว
ที่มา : www.engadget.com , www.theverge.com

Gmail ล่มทั่วโลก ! พบปัญหาแนบไฟล์ไปในอีเมลไม่ได้ รวมถึงบริการอื่นๆ จาก Google

หากวันนี้ใครที่ใช้ Gmail แล้วพบปัญหาส่งเมลไม่ได้ หรือไม่สามารถแนบไฟล์ไปกับอีเมลได้ อย่าเพิ่งตกใจ เพราะ ณ ขณะนี้ (เวลา 13.54 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2563) ระบบของ Gmail กำลังมีปัญหาดังกล่าว รวมถึงโปรแกรมอื่นๆ ใน G Suite

Gmail ล่มทั่วโลก ! พบปัญหาแนบไฟล์ไปในอีเมลไม่ได้ รวมถึงบริการอื่นๆ จาก Google
https://downdetector.com/status/gmail/map/

โดยเว็บไซต์ Downdetector ได้แสดงผลปัญหาที่พบขณะใช้งาน Gmail หรือใครที่เจอปัญหาก็สามารถเข้าไปกดรีพอร์ตได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาล็อกอินเข้าระแบบไม่ได้ รวมไปถึงการรับ-ส่งอีเมลไม่ได้ ไม่สามารถแนบไฟล์ไปกับอีเมล ซึ่งนอกจากในประเทศไทยแล้ว ยังพบปัญหาในประเทศอื่นๆ อย่างมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย ออสเตรเลียและอื่นๆ

ส่วนสถานการณ์ของปัญหาดังกล่าวนี้ ทาง Google กำลังดำเนินการตรวจสอบปัญหานี้ต่อไป และสามารถเช็คสถานะการแก้ไขปัญหาระบบล่มได้ที่ 

ตรวจสอบสถานะการให้บริการ Gmail หรือ Gmail Service Details แบบเรียลไทม์ สดๆ

หากใครเจอปัญหาการใช้งาน Gmail หรือบริการอื่นๆ ในเครือ Google ก็มาอัปเดตกันได้นะ
ที่มา : www.engadget.com , finance.yahoo.com , downdetector.com , www.google.com

Microsoft ประกาศยกเลิกการซัพพอร์ท Internet Explorer 11 ในปีหน้า

หลังจากที่ Microsoft ได้อัปเดตเวอร์ชันของ Internet Explorer (IE) ให้เป็นเวอร์ชัน 11 เมื่อปี ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) ที่ผ่านมา ก็เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่ผู้ใช้ได้ใช้งาน Browser นี้ (แม้จะไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก) และทางบริษัทก็เล็งเห็นว่าควรที่จะมุ่งความสนใจไปยัง Microsoft Edge อย่างเต็มตัวได้แล้ว 

โดยทาง Microsoft ได้วางแผนจะลอยแพ Internet Explorer มาตั้งแต่ที่เริ่มพัฒนา Project Spartan ที่ต่อมาได้กลายเป็น Microsoft Edge ที่เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้แล้ว และในปี ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) ที่ Microsoft ได้เปิดตัว Windows 10 นั้น ก็มาพร้อมกับ Microsoft Edge แทนที่ IE เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังคงให้การซัพพอร์ทการใช้งานของ IE มาโดยตลอด และมีการใช้งานในโหมด Legacy สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหน้าการแสดงผลของ IE ให้ใช้งานกันด้วย

Microsoft ประกาศยกเลิกการซัพพอร์ท Internet Explorer 11 ในปีหน้า !


ภาพจาก : https://codigopostal.ciberforma.pt/images/artigos/edge-vs-explorer.jpg

แต่ล่าสุดทาง Microsoft ก็ได้ออกมาประกาศว่าจะ ยกเลิกการให้บริการและการสนับสนุนทางเทคนิค สำหรับ Internet Explorer 11 (IE 11) ผ่านแอปพลิเคชันของ Microsoft 365 และการบริการต่างๆ ในปีหน้านี้ โดยเริ่มตั้งแต่ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ จะยกเลิกการให้บริการ Microsoft Team ผ่าน IE 11 และจะทำการยกเลิกการให้บริการทั้ง Microsoft 365 และบริการอื่นๆ ผ่าน IE 11 ในวันที่ 17 สิงหาคมปีหน้านี้ 

Microsoft ประกาศยกเลิกการซัพพอร์ท Internet Explorer 11 ในปีหน้า !


ภาพจาก : https://techcommunity.microsoft.com/t5/microsoft-365-blog/microsoft-365-apps-say-farewell-to-internet-explorer-11-and/ba-p/1591666

นอกจากนี้ ในวันที่ 9 มีนาคมปีหน้าก็จะยกเลิกการใช้งานโหมด Legacy ภายใน Microsoft Edge ด้วยเช่นกัน (ยังสามารถใช้งานต่อไปได้ แต่ไม่รองรับการบริการช่วยเหลือด้านความปลอดภัยของข้อมูล)

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในครั้งนี้ของ Microsoft ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรต่อผู้ใช้มากนัก เพราะผู้ใช้ส่วนมากก็ไม่นิยมใช้งาน IE กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และสำหรับผู้ที่ยังคงใช้งาน IE อยู่ก็แนะนำให้ ดาวน์โหลด Microsoft Edge หรือ Browser อื่นๆ ที่มีความปลอดภัยมากกว่าและมีการซัพพอร์ทบริการต่างๆ มาใช้งานน่าจะดีกว่า
ที่มา : www.theverge.com , techcommunity.microsoft.com