แนะนำการซื้อ NAS: เลือก Synology NAS ให้เหมาะสำหรับการใช้งานของคุณ!

Admin/ พฤษภาคม 25, 2021/ Uncategorised/ 0 comments

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีผู้คน และ “ดิจิทัล” แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้ ไม่ว่าจะในการทำงานหรือในชีวิตประจำวันของเรา ที่มีการเข้าถึงและสร้างข้อมูลดิจิทัลจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เพื่อการความสะดวกที่มากขึ้น และการส่งต่อแบ่งปันเรื่องราวข้อมูลต่าง ๆ ที่ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เปราะบางกว่าที่คุณคิด เพราะมีบางกลุ่มที่กำลังหาช่องโหว่เพื่อโจมตีข้อมูลของคุณ หรือแม้แต่ความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูล ดังนั้นวิธีการเก็บรักษาข้อมูลดิจิทัลของเราอย่างเหมาะสมจึงจำเป็นที่เราจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

นอกเหนือจากวิธีการสำรองและจัดระเบียบไฟล์แบบดั้งเดิมผ่านฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ แฟลชไดรฟ์ภายนอก หรือการเบิร์นซีดีแล้ว “NAS (อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเครือข่าย)” ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น ก็เข้ามาตอบโจทย์และมีบทบาทมากขึ้น ฟังก์ชันของ NAS ไม่ใช่โซลูชัน “การจัดเก็บและการจัดการข้อมูล” ที่เรียบง่ายอีกต่อไป แต่ยังเปรียบเสมือน “คลาวด์ส่วนตัว” พร้อมแอปพลิเคชันมากมายสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน และเมื่อเทียบกับคลาวด์ทั่วไปแล้วนั้น คุณยังสามารถใช้ในการ “DIY” สร้างชุดบริการแอปพลิเคชันที่ปรับแต่งเองได้อย่างสมบูรณ์ผ่าน NAS และก็ทำได้ง่ายกว่าที่คุณคิด

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อ NAS?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาด NAS ได้เติบโตขึ้นมาก นอกเหนือจาก Synology แบรนด์ NAS ที่เป็นที่รู้จักแล้วก็ยังมีแบรนด์อื่น ๆ ให้เลือกสรรมากมาย ซึ่งทำให้คุณตัดสินใจซื้อไม่ถูก และ ไม่รู้จะเลือกอย่างไร

เพื่อช่วยให้คุณพิจารณาได้ง่ายขึ้น เราขอยก 4 คำถามให้คุณตอบและอ้างอิง ดังต่อไปนี้

1. วัตถุประสงค์หลักในการใช้งาน: 

อะไรคือเหตุผลหลักที่ต้องการใช้งาน NAS? หากเพียงเพื่อสำหรับการสำรองไฟล์เบื้องต้น คุณไม่จำเป็นต้องใช้งานรุ่นหรือผลิตภัณฑ์ที่ High-end หรือสูงมากเกินไป และหากคุณต้องการใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการแชร์ไฟล์ การทำงานร่วมกัน หรือการจัดเก็บมัลติมีเดียและการสตรีมรูปภาพ เพลง และวิดีโอ ฯลฯ เราขอแนะนำให้คุณเลือกรุ่นที่โปรเซสเซอร์มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และสามารถรองรับพื้นที่ความจุที่มากขึ้น

2. จำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด: 

คำถามที่สอง คือ จะมีกี่คนที่ใช้อุปกรณ์ NAS เครื่องนี้? หากเป็นการใช้งานส่วนบุคคล บางทีรุ่นขนาด 2 เบย์ ก็เพียงพอแล้ว แต่หากมีความต้องการในการเข้าถึงมากขึ้น และต้องการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ในเวลาเดียวกัน เช่น สตูดิโอขนาดเล็ก และองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง รุ่นที่มี 4 เบย์ อาจจะตอบโจทย์ได้มากกว่า เพราะต้องพิจารณาเลือกความจุฮาร์สดิสก์ และความสามารถในการปรับขยายสำหรับการใช้งานในอนาคตไว้ล่วงหน้า

3. ประสิทธิภาพของ Hardware: 

เมื่อตอบคำถาม 2 ข้อแรกได้แล้ว สิ่งถัดไปที่คุณควรพิจารณาต่อ คือ สเปคของโปรเซสเซอร์ ความจุของพื้นที่จัดเก็บ ความสามารถในการส่งผ่านเครือข่าย และจำนวนช่องเบย์ที่ขยายได้ตามความต้องการที่แท้จริง 

นอกจากนี้สิ่งอื่น ๆ ที่ต้องให้ความสนใจเพิ่มเติม คือ จำนวนพอร์ตเครือข่ายในตัว NAS หากคุณมีความต้องการในการเข้าถึงข้อมูลบ่อยครั้ง และมีการแชร์หลายคน คุณยังสามารถเลือกรุ่นที่มีความสามารถในการขยายแคช SSD ในตัว เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของการเข้าถึงไฟล์ได้

4. ความหลากหลายของ Software Application:

การใช้งาน NAS นอกจากสเปค Hardware แล้วนั่น “Software” ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประสบการณ์การใช้งานตามความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NAS ในปัจจุบันที่มีความสามารถในการเข้าถึงบริการ “บนคลาวด์” เมื่อเทียบกับคลาวด์สาธารณะทั่วไป “คลาวด์ส่วนตัว” ที่สร้างผ่าน NAS มีความปลอดภัยมากกว่าสำหรับการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว และแอปพลิเคชัน NAS ของ Synology นั้นมีความใกล้เคียงกับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ทั่วไป ทั้งโซลูชันในการทำงานร่วมกันของผู้ใช้งานจำนวนมาก และแม้แต่บริการที่เกี่ยวข้องอย่าง “แชท” ที่สามารถใช้งานควบคู่ไปกับอินเทอร์เฟซการทำงานได้ และความยืดหยุ่นของการตั้งค่าการทำงานของระบบ DSM นั้นยังช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น

เลือก NAS ที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของคุณ

ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ในบทความนี้เราจะขอแนะนำ Synology NAS ทั้ง 4 รุ่น ซึ่งนอกจากการอัปเกรดสเปค Hardware และประสิทธิภาพโดยรวมแล้ว แต่ละรุ่นยังเหมาะกับการนำไปใช้งานตามความต้องการที่แตกต่างกัน ในแง่ข้อฟังก์ชันและการใช้งานจริงซึ่งจะขออธิบายคร่าว ๆ ด้านล่างนี้

รุ่นเริ่มต้นที่คุ้มค่าสำหรับผู้ใช้งาน: DS220+


รุ่น DS220+ ที่ด้านหน้ามาพร้อมกับช่องเสียบ USB 3.0 A และปุ่ม copy 

Synology DS220+ ถือว่าเป็น NAS รุ่น 2 เบย์ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง DS218+ ตัวสเปคที่ถูกอัปเกรดอย่างเต็มที่ และประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของโปรเซสเซอร์ Intel Celeron J4025 แถมยังรองรับการเข้ารหัสฮาร์ดแวร์ AES-NI และมากกว่า มีความน่าเชื่อถือ ระบบไฟล์ Btrfs สามารถให้กลไกการป้องกันข้อมูลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น ฟังก์ชันการสำรองข้อมูลสแน็ปช็อตซึ่งสามารถใช้กับ Snapshot Replication เพื่อให้ได้กลไกการสร้างแบบจำลองแบบจุดต่อเวลา นอกจากนี้ในแง่ของ Hardware ยังใช้หน่วยความจำ DDR4 ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า

DS220+ ที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและสเปคที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สรุปได้ว่าเป็นรุ่น 2 เบย์ที่คุ้มค่าที่สุดในตระกูล Synology Plus หากคุณเป็นผู้ใช้งานแบบส่วนบุคคลที่มีความต้องการด้านประสิทธิภาพที่แน่นอน รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ควรค่าแก่การซื้อมาก ๆ

แพลตฟอร์มสตรีม Multimedia ภายในบ้าน: DS420+


Synology DS420 + มาพร้อมความสามารถในการปรับขยายสูงและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมเป็นตัวเลือกที่เหมะสมสำหรับสตรีม Multimedia 

มากกว่าแค่อุปกรณ์สำหรับจัดเก็บไฟล์และสำรองข้อมูล ผู้ใช้หลายคนยังใช้ NAS เพื่อสร้างแพลตฟอร์มมัลติมีเดียส่วนบุคคล บันทึกรูปภาพ เพลง และวิดีโอจำนวนมากไปยัง NAS และใช้แพ็กเกจแอปพลิเคชัน NAS สำหรับการแชร์ไฟล์หรือสื่อที่เกี่ยวข้อง 

และ Synology DS420+ เป็นแพลตฟอร์มที่เรียกว่าเหมาะสมสำหรับการสตรีมภาพและเสียง
เนื่องจากเป็นรุ่นอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง DS418play เป็นรุ่น 4 เบย์ ที่มาพร้อม Intel Celeron J4025 รุ่นใหม่ โปรเซสเซอร์ที่มีปรับปรุงประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 15% จากเดิม และยังสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้ถึง 64TB รองรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงพิเศษอย่าง 4K UHD 

นอกจากนี้ DS420+ ยังได้เพิ่มสล็อตแคช SSD แบบ dual M.2 2280 NVMe คู่ที่สามารถเพิ่มฟังก์ชันแคชประสิทธิภาพสูงให้กับระบบได้โดยไม่ต้องใช้พื้นที่ขยายจาก 4 เบย์เดิม และยังปรับปรุงการเข้าถึงแบบสุ่มเพิ่มเติมจากการเร่งความเร็วไฟล์ การขยายแคช SSD สำหรับการเข้าถึงข้อมูล NAS แบบหลายคน หรือการนำ NAS ไปใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ Minecraft เสมือน และแม้แต่แอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโอก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

โซลูชันคลาวด์ส่วนตัวที่ปรับขยายได้สูง: DS720+


สำหรับทีมสตาร์ทอัพหรือสตูดิโอที่ต้องการ NAS ประสิทธิภาพสูง ทำงานและเข้าถึงหลายคน แต่มีงบประมาณและทรัพยากรที่จำกัด Synology DS720+ อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมของคุณ

สำหรับสตูดิโอที่มีผู้ใช้งานหลายคนที่ต้องการการแชร์และการเข้าถึง NAS แบบประสิทธิภาพสูง Synology DS720+ อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย 

กลุ่มซีรีย์ Synology Plus รุ่น DS720+ แบบ 2 เบย์มีสเปคโปรเซสเซอร์เดียวกันกับรุ่น DS920+ และยังมาพร้อมกับพอร์ตเครือข่าย Dual GbE, สล็อตแคช M.2 2280 NVMe SSD แบบคู่ และสล็อตเสริม eSATA ซึ่งมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายที่สมบูรณ์แบบมาก

นอกเหนือจากการอัปเกรดโปรเซสเซอร์ Intel Celeron J4125 ที่มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นแล้ว DS720+ ยังมีสล็อตเสริม M.2 NVMe SSD แบบคู่ ที่มาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้นด้วยการสร้างแคชระบบผ่าน SSD นอกจากนี้ยังเป็น NAS รุ่น 2 เบย์รุ่นแรกของ Synology ที่มีสล็อตแคช M.2 SSD ในตัวด้วยขนาดกะทัดรัดที่มีความกว้างเพียง 10 ซม. สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอสไตล์บ้าน หรือพื้นที่สำนักงานทั่วไป ทำให้ DS720+ เหมาะมากสำหรับผู้ใช้งานที่มีงบประมาณหรือทรัพยากรพื้นที่ที่จำกัด แต่ต้องการความสามารถในการปรับขยายสำหรับอนาคต เช่น บริษัทสตาร์ทอัพในช่วงเริ่มต้นที่มีทรัพยากรจำกัดสามารถประยุกต์ใช้งานแอปพลิเคชันบน NAS เพื่อให้เวิร์คโฟล์วมีความรวดเร็วมากขึ้น

และหากพูดถึงความสามารถในการปรับขยายพื้นที่จัดเก็บแล้ว DS720+ ยังสามารถขยายฮาร์ดไดรฟ์ได้สูงถึง 7 ตัวด้วยอุปกรณ์เสริม DX517 ซึ่งจะให้ความจุสูงสุดถึง 112 TB

DS720+ มีสล็อตขยายเพื่อความสะดวกในการติดตั้ง M.2 2280 NVMe SSD ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่ม SSD ประสิทธิภาพสูงและสร้างแคชของระบบผ่าน “Storage Manager” ในระบบ DSM ซึ่งสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการเข้าถึงได้อย่างมาก หากมีการใช้งานและเข้าถึงข้อมูล NAS ในเวลาเดียวกันหลายคน หรือใช้ Synology Drive สำหรับการทำงานร่วมกันในทีมก็จะมีประสิทธิภาพที่ราบรื่นขึ้น และลดเวลารอคอยที่ไม่จำเป็นของผู้ใช้ระหว่างการส่งข้อมูลและปรับปรุงประสิทธิภาพของทีมต่อไป

NAS สำหรับ Content Creator และแอปพลิเคชันสำนักงานขององค์กร: DS920+


Synology DS920+ รุ่น 4 เบย์ที่มีคุณสมบัติสูงสุดมีความสามารถในการปรับขยายและประสิทธิภาพที่ครอบคลุมมากที่สุด บริษัทต่าง ๆ จึงสามารถใช้แอปพลิเคชันองค์กรที่ไม่มีลิขสิทธิ์หลายตัวได้อย่างยืดหยุ่นและใช้ DS920+ เป็นแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันในสำนักงาน

หากมีความต้องการเดียวกันในการแชร์ข้อมูลหลายคนและการเข้าถึงที่มีประสิทธิภาพสูง แต่สำหรับผู้ใช้ระดับสูงและองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่มากขึ้น DS920+ รุ่นสุดฮิตของ Synology ที่ได้รับการอัปเดตอย่างสมบูรณ์ในปีนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกแรกของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย

จากการอัปเกรด DS918+ รุ่นก่อนหน้า DS920+ มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Intel Celeron J4125 และหน่วยความจำ DDR4 ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น และสามารถขยายได้สูงสุด 8GB นอกจากนี้ ยังสามารถขยายความจุฮาร์ดดิสก์จาก 4 เบย์เป็น 9 เบย์ด้วยอุปกรณ์เสริม DX517 พร้อมความสามารถสร้างแผนกำหนดค่า RAID ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ โดยมีทั้งประสิทธิภาพในการปรับขยายพื้นที่และความน่าเชื่อถือของข้อมูล

นอกจากนี้ DS920+ ยังมีสล็อตแคช SSD M.2 2280 NVMe แบบคู่ในตัว และแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมของ Synology เสริมให้ DS920+ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ทั้งการรวมศูนย์การทำงานไฟล์ร่วมกันของทีมผ่าน Synology Drive หรือสำรองข้อมูลระดับธุรกิจ และแอปพลิเคชันระดับองค์กรอื่น ๆ อีกมากมายที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกดาวน์โหลดและเปิดใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่งผลให้ NAS ไม่ใช่แค่เซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลแต่เป็นดั่งสำนักงานและแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

นอกเหนือจาก Hardware แล้วการผนวกรวม Software ก็สำคัญเช่นกัน

สำหรับผู้ใช้ เมื่อใช้งาน NAS สิ่งที่เราสัมผัสได้จริง ๆ ไม่ใช่ Hardware แต่เป็น “Software” ดังนั้น NAS ที่ดีจึงไม่ควรถูกจำกัดเฉพาะสเปคของ Hardware ที่ตรงตามความต้องการเท่านั้น แต่ยังผนวกรวมถึงการบริการ Software อีกด้วย จากการทดสอบการใช้งานผลิตภัณฑ์จริงของ Synology ตั้งแต่การติดตั้งผลิตภัณฑ์ครั้งแรก ไปจนถึงอินเทอร์เฟซการทำงานของระบบ DSM จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความใส่ใจและประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน


หลังจากติดตั้งอุปกรณ์ NAS และ DSM แล้ว ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการตั้งค่าฟังก์ชันของ NAS ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมหน้าเจอแสดงสถานะของระบบ โดยอินเทอร์เฟซบน DSM นั้นเป็น Graphic-based ทำให้เข้าใจได้ง่าย แม้จะไม่มีความรู้ด้านไอทีมากนักก็สามารถกำหนดค่าได้อย่างง่ายดาย


บน DSM คุณสามารถตั้งค่า QuickConnect ให้ผู้ใช้งานแต่ละราย เพื่อเข้าถึงข้อมูลบน NAS ได้ แม้จากระยะไกล รวมถึงกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ โฟลเดอร์ และแพ็กเกจต่าง ๆ ของผู้ใช้งานได้แบบละเอียด

นอกจากนี้คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของ DSM คือการมี “แพ็กเกจแอปพลิเคชัน” ที่ค่อนข้างหลากหลาย ผู้ใช้สามารถเลือกดาวน์โหลดและติดตั้งผ่าน “Package Center” ในตัวได้ตามต้องการ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการขยายฟังก์ชันได้อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เราขอแนะนำ 3 แพ็กเกจ Multimedia ได้แก่ Synology Photos (DSM7.0), Video Station และ Audio Station หลังจากการติดตั้ง NAS สามารถติดตั้งฟังก์ชั่นการจัดการ Multimedia ที่สมบูรณ์ได้


“Package Center” ของ Synology ช่วยให้ NAS มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ด้วยการขยายฟังก์ชันที่หลากหลาย

บทสรุป: 

สุดท้ายนี้ ก็อยากขอเตือนผู้ที่กำลังสนใจซื้อให้พิจารณา “จุดประสงค์หลักของการใช้งาน” และ “จำนวนผู้ใช้” ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ซึ่งจะส่งผลกับการเลือกสเปคของ Hardware รวมถึงสิ่งที่ทุกคนมองข้ามคือ ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับ “Software Application” ว่าเพียงพอหรือไม่ เพราะ NAS ไม่ใช่เพียงโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน “คลาวด์ส่วนตัว” บนอินเทอร์เน็ต การใช้เปิดใช้งานแพ็กเกจแอปพลิเคชันประเภทต่าง ๆ จึงเป็นการ “DIY” เพิ่มมูลค่าและความคุ้มค่าในการใช้งานให้ NAS ของเรา

และ Synology ในฐานะแบรนด์โซลูชัน NAS ชั้นนำได้ตระหนักถึงความต้องการของผู้ใช้สำหรับแอปพลิเคชันบน NAS ซึ่งนอกจากระบบ DSM ที่ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายแล้ว ยังพัฒนาและนำเสนอแพ็กเกจสำหรับการสำรองข้อมูลจากหลายแพลตฟอร์ม อย่าง Hyper Backup, Cloud Sync และ Active Backup เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน รวมถึงแอปพลิเคชัน Multimedia เช่น Photo Station, Video Station และ Audio Station ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการความบันเทิงในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอีกด้วย

Share this Post

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*
*