Microsoft ออกมาประกาศว่าจะลบ Edge Legacy ออกไปในการอัปเดต Windows ครั้งหน้า

ทางบริษัท Microsoft ได้ออกมาประกาศว่าจะทำการ ลบ Edge Legacy หรือ Browser ของ Microsoft Edge รุ่นเก่าที่ติดมากับเครื่องที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 10 เวอร์ชันเก่า ๆ ออกไปแบบอัตโนมัติในการอัปเดต Windows ครั้งถัดไปในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564)

Microsoft ออกมาประกาศว่าจะลบ Edge Legacy ออกไปในการอัปเดต Windows ครั้งหน้า


ภาพจาก : https://techcommunity.microsoft.com/t5/microsoft-365-blog/new-microsoft-edge-to-replace-microsoft-edge-legacy-with-april-s/ba-p/2114224

โดยทาง Microsoft ระบุว่าจะทำการแจ้งเตือนผู้ใช้ให้ทำการดาวน์โหลดอัปเดตเวอร์ชันของ Microsoft Edge มาใช้งานก่อนที่จะยกเลิกการซัพพอร์ทใช้งาน Microsoft Edge Legacy ในวันที่ 9 มีนาคมที่จะถึงนี้ และจะลบ Browser ดังกล่าวออกไปพร้อม ติดตั้ง Microsoft Edge (B Release) ลงบนเครื่องของผู้ใช้ในการอัปเดตครั้งถัดมารายชื่อเวอร์ชันของ Windows ที่จะได้รับการอัปเดต Microsoft Edge แบบอัตโนมัติ   

และถึงแม้ว่าผู้ใช้จะสามารถกดข้ามการอัปเดตและใช้งานระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าต่อไปได้แต่ก็ไม่แนะนำเท่าไรนัก เพราะการอัปเดตเวอร์ชันของ Windows นั้นจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานให้กับผู้ใช้ในหลาย ๆ ด้าน และการกดข้ามอัปเดตก็อาจส่งผลเสียกับการใช้งานในอนาคตได้
ที่มา : www.engadget.com , sea.mashable.com , techcommunity.microsoft.com


Mastercard ประกาศว่าจะเพิ่มระบบการใช้จ่ายบัตรร่วมกับ Cryptocurrency ภายในปีนี้

ทางบริษัท Mastercard ได้ออกมาประกาศว่าขณะนี้กำลังพัฒนาระบบการใช้งานบัตร Mastercard ให้รองรับการใช้งานร่วมกับสกุลเงินแบบ Cryptocurrencies (สกุลเงินดิจิทัล) บางตัวเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกขึ้นภายในปีนี้

Mastercard ประกาศว่าจะเพิ่มระบบการใช้จ่ายบัตรร่วมกับ Cryptocurrency ภายในปีนี้


ภาพจาก : https://blog.ipleaders.in/rbi-and-cryptocurrency-the-story-so-far/

โดยทางบริษัทยังไม่ได้ระบุรายชื่อของ Cryptocurrencies ที่จะรองรับการใช้งานร่วมกับบัตร Mastercard ออกมา แต่ก็ได้ระบุชัดว่ามันจะ รองรับเฉพาะการใช้จ่ายด้วย Cryptocurrencies “บางตัว” ที่มีความเสถียร, ปลอดภัยสูง และปฏิบัติตามข้อกฏหมายว่าด้วยการฟอกเงินเท่านั้น โดยเน้นหลักสำคัญ 4 ข้อ ดังนี้

  • มีระดับความปลอดภัยในการใช้งานสูงทัดเทียมกับการใช้งานบัตรเครดิต
  • ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาการฉ้อโกง
  • ระบุว่าเป็นสิ่งถูกกฎหมาย (ตามกฎหมายของแต่ละพื้นที่นั้น ๆ)
  • ค่าเงินมีความเสถียรมากเพียงพอที่ลูกค้าจะตัดสินใจใช้เพื่อจับจ่ายซื้อของ

ซึ่งเมื่อดูจากข้อกำหนดที่มีความรัดกุมของบริษัทก็น่าจะมีสกุล Cryptocurrencies ไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว และค่อนข้างชัดเจนว่า Cryptocurrency ที่กำลังเป็นที่นิยมสูงอย่าง Bitcoin นั้นไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากค่าเงินของมันยังมีความผันผวนสูงและไม่เป็นไปตามกฏหมายว่าด้วยการฟอกเงินอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทาง Mastercard ก็ได้เพิ่ม Crypto Cards (บัตรที่รองรับการใช้จ่ายด้วย Cryptocurrencies) และถือสิทธิบัตรBlockchain ไปจำนวน 89 เจ้าแล้วเป็นที่เรียบร้อย และยังมีอีก 285 เจ้าที่รอการดำเนินการเจรจาเพิ่มเติมอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถใช้จ่าย Bitcoin ผ่านบัตร Mastercard กันได้ แต่สำหรับสกุลเงินอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ก็มีลุ้นกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

Mastercard ประกาศว่าจะเพิ่มระบบการใช้จ่ายบัตรร่วมกับ Cryptocurrency ภายในปีนี้


ภาพจาก : https://scholarlyoa.com/wp-content/uploads/2020/12/Cryptocurrency-Debit-Cards.png
ที่มา : arstechnica.com , mashable.com , www.mastercard.com


Apple ประกาศให้ผู้ใช้ Macbook Pro ที่พบปัญหาการชาร์จแบตเข้ารับการเปลี่ยนแบตได้ฟรี !

ทางบริษัท Apple ออกมาประกาศเพิ่มโปรแกรมบริการหลังการขายสำหรับผู้ใช้ Macbook Pro ที่พบปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ว่าจะทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ฟรีหากผู้ใช้คนใด ไม่สามารถชาร์จแบตเกิน 1% ได้ (เลขค้างอยู่ที่ 1% และไม่ขยับเพิ่มขึ้นเลย)

Apple ประกาศให้ผู้ใช้ Macbook Pro ที่พบปัญหาการชาร์จแบตเข้ารับการเปลี่ยนแบตได้ฟรี !


ภาพจาก : https://www.it-tech.com.au/how-to-fix-macbook-battery-not-charging-issue/

โดย Apple ระบุว่า Macbook Pro ที่พบปัญหาดังกล่าวจะเป็นรุ่นที่ผลิตในช่วงปี ค.ศ. 2016 – 2017 (พ.ศ. 2559 – 2560) ตามรุ่นดังนี้

  • MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว (ผลิตปี 2016) ที่มี Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต
  • MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว (ผลิตปี 2017) ที่มี Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต
  • MacBook Pro รุ่น 13­ นิ้ว (ผลิตปี 2016) ที่มี Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต
  • MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว (ผลิตปี 2017) ที่มี Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต
  • MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว (ผลิตปี 2016)
  • MacBook Pro รุ่น 15 นิ้ว (ผลิตปี 2017)

ซึ่งหากเครื่อง Macbook Pro ของผู้ใช้เกิดปัญหาดังกล่าว เมื่อกดเช็คสุขภาพแบตเตอรี่มันจะขึ้นการแจ้งเตือนว่า “แนะนำให้เข้ารับการบริการ” และสามารถติดต่อกับทาง Apple เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากสถานะขึ้นว่าสุขภาพแบตยัง “ปกติ” อยู่ก็จะถือว่าไม่เข้าข่ายการเข้ารับบริการ (แม้จะแบตเสื่อมจนต้องชาร์จบ่อย ๆ ก็ตาม)

Apple ประกาศให้ผู้ใช้ Macbook Pro ที่พบปัญหาการชาร์จแบตเข้ารับการเปลี่ยนแบตได้ฟรี !


หากขึ้นว่าสถานะแบตเตอรี่ปกติดีถือว่าไม่เข้าข่ายเกณฑ์การเปลี่ยนแบตฟรีจาก Apple
ภาพจาก : https://9to5mac.com/2019/03/19/check-battery-health-macbook/

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังแนะนำให้ผู้ใช้ทำการ อัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ โดยระบุว่ามันน่าจะช่วยป้องกันปัญหาดังกล่าวให้กับผู้ใช้ได้ (แนะนำให้ใช้งาน macOS Big Sur 11.2.1 หรืออัปเดตเป็น MacOS Catalina 10.15.7)
ที่มา : www.theverge.com , www.macrumors.com , support.apple.com

Intel เปิดตัว Desktop GPUs ตัวใหม่ในรอบ 20 ปี พร้อมระบุว่าไม่รองรับการใช้งานบนระบบ AMD

หลังจากที่ได้เปิดตัวกองทัพชิปเซ็ต 11th Gen Intel (Tiger Lake) ที่จะวางจำหน่ายกันในปีนี้และเผยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชิป Alder Lake (12th Gen Intel) กันไปในงาน CES 2021 ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง Intel ก็ได้ออกมาประกาศว่าจะเตรียมวางจำหน่าย Desktop GPUs ของบริษัทในเร็วๆ นี้

โดย Desktop GPUs ของ Intel นี้จะใช้ชื่อว่า Iris Xe ที่จะมาพร้อมกับ Display Outputs สำหรับต่อจอแยก (รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K) ทั้งหมด 3 ตัว, รองรับ HDR, AI capability และ Adaptive Sync Connect พร้อมด้วยหน่วยประมวลผล 80 ยูนิต และหน่วยความจำ LPDDR4x ขนาด 4GB ในตัว

Intel เปิดตัว Desktop GPUs ตัวใหม่ในรอบ 20 ปี พร้อมระบุว่าไม่รองรับการใช้งานบนระบบ AMD


Iris Xe บนแลปท็อปของ ASUS (คาดเปิดตัวในปีนี้)
ภาพจาก : https://www.engadget.com/intel-shipping-first-iris-xe-discrete-graphics-cards-desktop-063217152.html

ซึ่งการประกาศในครั้งนี้ก็สร้างเสียงฮือฮาได้พอสมควรเพราะนอกจาก Iris Xe จะเป็น GPUs สำหรับ Desktop ตัวแรกในรอบ 20 ปีของ Intel แล้ว ทางบริษัทยังระบุเพิ่มเติมอีกว่าผู้ใช้จะ ไม่สามารถใช้งาน GPU ตัวนี้ร่วมกับระบบของ AMD และค่ายอื่นๆ ได้

Iris Xe จะสามารถใช้งานร่วมกับ 9th gen (Coffee Lake-S) และ 10th gen (Comet Lake-S) รวมทั้งชิปประมวลผล Intel® Core™ ต่างๆ และชิปเซ็ตบนเมนบอร์ดอย่าง Intel ® B460, H410, B365 และ H310C โดยมันจะทำงานบน BIOS พิเศษที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับการใช้งานร่วมกับ Intel Iris Xe เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถเอาไปเทียบกับ GPUs ของระบบอื่นๆ ได้นั่นเอง

และแน่นอนว่าผู้ใช้จะ ไม่สามารถซื้อ GPUs แยก มาใช้งานเองได้ เพราะด้วย BIOS พิเศษจึงทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งานค่อนข้างสูง ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองใช้ GPUs ตัวใหม่นี้ก็น่าจะต้องรอซื้อพร้อมแลปท็อปตัวใหม่ที่จะวางจำหน่ายในปีนี้แทน
ที่มา : www.theverge.com , www.engadget.com , www.theverge.com , www.intel.com

Watch OS 7.3 เปิดใช้งานฟีเจอร์ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจใน “ไทย” แล้ว และเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ

นอกจากการอัปเดต iOS 14.4 วันนี้ Apple ก็ยังได้ปล่อยอัปเดต watchOS 7.3 ด้วย แล้วจะช่วยเพิ่มความสามารถ Apple Watch ในด้านใดบ้าง มาดูกัน

ก่อนหน้านี้คุณสมบัติของ watchOS 7.2 ได้เพิ่มการรองรับแอปพลิเคชัน Apple Fitness+ ซึ่งการอัปเดตเป็น watchOS 7.3 จะเพิ่มความสามารถของ Apple Fitness+ ด้วยฟีเจอร์ Time to Walk สำหรับผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกแบบเสียเงินเท่านั้น



คลิปจาก MacRumors

ฟีเจอร์ Time to Walk จะเป็นดั่งแรงบัลดาลใจของผู้ที่ออกกำลังกายด้วยการเดิน เมื่อเปิดใช้งานเราจะได้ฟังเรื่องราวจากศิลปิน นักกีฬา และคนดังอื่นๆ ที่ใช้งาน Apple Watch มาพูดคอยสร้างแรงบัลดาลใจระหว่างเดินนั่นเอง โดยจะมีให้ฟังแบบเป็นตอนๆ และแต่ละตอนจะมีความยาว 25-40 นาที

Watch OS 7.3 เปิดใช้งานฟีเจอร์ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจใน "ไทย" แล้ว และเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ

อีกไฮไลท์ การอัปเดตที่เพิ่มใน watchOS 7.3 ก็คือฟังก์ชัน ECG (ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ) จะเข้าไทยแล้ว รวมถึงประเทศอื่นๆในแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปิน และไต้หวัน นอกจากนี้ยังมี “มายอต” แคว้นที่ตั้งอยู่เป็นเอกเทศทางตอนเหนือของช่องแคบโมซัมบิก แต่ทางเทคนิคก็คืออยู่ในฝรั่งเศส ซึ่งฟังก์ชันการแจ้งเตือนจังหวะการเต้นหัวใจที่ผิดปกติก็จะเข้า ไทยด้วยเช่นกัน

Watch OS 7.3 เปิดใช้งานฟีเจอร์ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจใน "ไทย" แล้ว และเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ

สุดท้ายนี้คือการอัปเดตเพิ่มหน้าปัดนาฬิกา (Watch Face) แบบใหม่ และแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องอื่นๆ

คุณสามารถอัปเดต WatchOS ได้ผ่านแอป Apple Watch บน iPhone โดยเข้าไปที่ General > Software Update ซึ่ง Apple Watch จะต้องมีแบตเตอรี่อย่างน้อย 50% และต้องอยู่ระหว่างการชาร์จ รวมถึงห้ามออกห่างจากตัว iPhone ที่เชื่อมต่ออยู่
ที่มา : www.macrumors.com

Google Maps บนมือถือ Android สามารถแบ่งครึ่งจอแผนที่กับโหมด Street View ได้แล้ว

เมื่อพูดถึง โหมด Street View คนที่ใช้งาน Google Maps ล้วนทราบดีว่าถึงแม้มันจะช่วยให้เราค้นหาสถานที่ได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือเราจะไม่เห็นแผนที่ และไม่รู้ว่าต้องเดินอีกไกลแค่ไหนจะถึงจุดหมาย ซึ่งล่าสุด Google Maps ได้อัปเดตเพิ่มคุณสมบัติการแบ่งหน้าจอระหว่างโหมด Street View และแผนที่ Google Maps แล้ว

การอัปเดตจะถูกปล่อยเฉพาะมือถือ Android คาดว่า iOS อาจตามมาทีหลัง วิธีใช้ คือ ระหว่างที่คุณกำลังเปิด Google Maps กำหนดสถานที่ที่ต้องการไป และใกล้ถึงที่หมาย ก็แค่แตะเปิดฟังก์ชัน Street View จากนั้นสังเกตมุมขวาด้านล่าง จะเห็นปุ่ม ย่อ-ขยาย เมื่อคลิก คุณก็จะเห็นภาพที่แบ่งครึ่งจอระหว่างโหมด Street View และแผนที่ Google Maps

Google Maps บนมือถือ Android สามารถแบ่งครึ่งจอแผนที่กับโหมด Street View ได้แล้ว


ขอบคุณภาพจาก https://www.androidpolice.com/2021/01/31/split-screen-street-view-finally-arrives-on-google-maps-for-android/

ฟีเจอร์นี้รองรับ Google Maps เวอร์ชัน 10.59.1 ขึ้นไป ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดแบบ APK เป็นเวอร์ชัน Beta ทดสอบ หากอยากลองก็ไปหาดาวน์โหลดใช้กันได้เลย
ที่มา : www.androidpolice.com

Telegram เปิดให้ผู้ใช้ย้ายข้อมูลแชทและไฟล์จาก WhatsApp, LINE และอื่นๆ อย่างง่ายดาย

หลังจากที่มีข่าวใหญ่ว่า WhatsApp ปรับนโยบายเข้าถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ รวมถึงการแชร์ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์และพิกัดที่ตั้ง จึงทำให้ผู้ใช้หันไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Signal แอปใหม่จาก Elon Musk และ Telegram มากขึ้นจนเกินความสามารถของเซิร์ฟเวอร์ จึงทำให้เกิดวิธีการย้ายบทสนทนาจาก WhatsApp ไปสู่แอปพลิเคชันแชทอื่นแบบง่ายๆ เพิ่มขึ้น

ใครที่ต้องการย้ายบทสนทนาและไฟล์ต่างๆ จาก WhatsApp มายัง Telegram ขอบอกว่าทาง Telegram นี่แหละที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี หรือถ้าใครที่ใช้ LINE หรือ Kako Talk ก็สามารถย้ายข้อมูลได้เช่นกัน ส่วนวิธีการก็ไม่ยากเลย เพียงเปิดแอปพลิเคชัน WhatsApp และหน้า Chat ที่ต้องการแล้วเลือก Export Chat จากนั้นให้ไป Import Chat จาก Telegram จากเมนู Share แล้วเลือกไฟล์ตามต้องการ

ส่วนใครที่กังวลว่าระหว่างการย้ายข้อมูลจะมีปัญหา Error หรือกินพื้นที่ตัวเครื่องไหม ขอบอกเลยว่าไม่ได้ใช้พื้นที่ในสมาร์ทโฟนมากมายขนาดนั้น สามารถเลือกลบ จัดการข้อมูล ลบแคชได้จากเมนูภายใน Telegram ถ้าหากใครยังลังเลว่าจะย้ายจากแอปพลิเคชันอื่นๆ มาใช้ Telegram ดีไหม ซึ่งข้อดีของ Telegram ก็คือความปลอดภัยที่รัดกุมมากกว่าแอปแชททั่วไป รวมถึงการสร้างกลุ่มแชทลับและลบประวัติการโทรเข้า-ออกได้ตลอดเวลา
ที่มา : www.phonearena.com , www.androidauthority.com


Xiaomi เปิดตัว Mi Air Charge แท่นชาร์จมือถือระยะไกล ไม่ต้องเสียบสาย ไม่ต้องวางบนแท่น

สงสัยอีกไม่นานเราคงต้องบอกลาเหล่าสายชาร์จ หรือแท่นชาร์จ รวมถึง ‘MagSafe’ เองก็อาจตกกระป๋อง เพราะล่าสุด Xiaomi ได้ออกมาเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ที่ช่วยให้เราชาร์จแบตได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม

Mi Air Charge เป็นอุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สายระยะไกล ที่ปล่อยคลื่นสัญญาณออกมาชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์ที่รองรับ ไม่จำเป็นต้องนั่งชาร์จมือถืออยู่กับที่ ขอแค่เปิดเครื่องไว้และอยู่ในระยะสัญญาณ เท่านี้ก็ชาร์จไฟพร้อมเล่นมือถือไปด้วยได้อย่างสะดวก

Xiaomi ได้ปล่อยภาพโฆษณา Mi Air Charge ออกมาบน Twitter ซึ่งในคำโปรยมีการระบุว่า “Charge Multiple devices” หรือก็คือสามารถชาร์จอุปกรณ์พร้อมกันได้หลายตัวนั่นเอง โดยไม่ต้องมีสาย และยังสามารถชาร์จระหว่างเดินไปเดินมาในระยะสัญญาณโดยมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้วย

เบื้องต้นทาง Xioami ออกมาเปิดเผยเรื่องของประสิทธิภาพการชาร์จแล้ว โดยเจ้า Mi Air Charge นี้มีเสาสัญญาณ 5 เฟสเพื่อระบุตำแหน่งอุปกรณ์ และสามารถส่งกำลังไฟได้ 5W (ชาร์จนานน่าดู) ไปยังอุปกรณ์ในระยะ 2-3 เมตร ได้อย่างแม่นยำ 

รับชมคลิปวิดีโอโฆษณาความยาว 1 นาที


ขอบคุณคลิปจาก OnTheSpot Review / YouTube
ที่มา : www.xda-developers.com