YouTube ทดสอบเพิ่มฟีเจอร์ ไอคอน Shopping bag ซื้อสินค้าผ่านคลิปวิดีโอได้เลย

เคยไหมกับการนั่งดูรีวิวของใน YouTube ไม่ว่าจะอาหาร ของใช้ส่วนตัว หรือแก็ดเจ็ตสุดปัง แล้วเงินในกระเป๋าแทบสั่น แบบว่าของมันต้องมี ต้องกดซื้อเดี๋ยวนั้นเลยไม่อยากให้เสียเวลา

ซึ่งผู้พัฒนา YouTube เขาเข้าใจความต้องการเหล่านั้นของนักช้อปออนไลน์ดี เพราะล่าสุดกำลังมีการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มความคล่องตัวของสายช้อป คุณไม่ต้องย้ายแพลตฟอร์มไปหาสินค้าเหล่านั้นที่อื่นไกล เพราะ YouTube กำลังจะเพิ่มปุ่มกระเป๋าช้อปปิ้ง (icon Shopping bag) ที่รวมการเข้าถึงข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง และดีลเด็ดบนคลิปวิดีโอให้คุณกดช้อปได้เลย

ไอคอนกระเป๋าจะถูกเพิ่มลงบนด้านซ้ายล่างของหน้าจอ และมีเพียงผู้ใช้ในสหรัฐเท่านั้นที่เห็น เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงทดสอบ ซึ่งเมื่อคลิกปุ่มไอคอนกระเป๋าจะสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า ดูวิดีโอที่เกี่ยวข้อง หรือค้นหาลิงก์ร้านค้าต่างๆ ได้เลย

YouTube ทดสอบเพิ่มฟีเจอร์ ไอคอน Shopping bag ซื้อสินค้าผ่านคลิปวิดีโอได้เลย


ภาพประกอบจาก https://www.youtube.com/watch?v=mhDJNfV7hjk คลิปช่อง Gordon Ramsay

สิ่งนี้จะช่วยเพิ่ม Traffic ในการเข้าถึงสินค้าจาก YouTube เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงคลิปรีวิวโฆษณาไปสู่สินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น คลิปสอนการทำอาหารที่เชื่อมโยงถึงสินค้าอุปกรณ์ในครัว หรือคลิปการแคสเกมที่เชื่อมโยงไปถึงสินค้าอุปกรณ์ Gaming Gear ต่างๆ และทำให้ YouTube ยกระดับกลายเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้ง ที่สร้างรายได้ใหม่ให้ครีเอเตอร์ และแบรนด์ต่างๆ นอกเหนือจากแค่ทำคลิปและสร้างรายได้จากยอดวิว
ที่มา : www.engadget.com

ระบบปฏิบัติการ Android 12 ในอนาคตอาจมีฟีเจอร์ Hibernation ลบข้อมูลและแคชในแอปที่ไม่ได้ใช้

แม้ว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์จะมีความจุสูงขนาดไหน แต่ก็คงไม่เพียงพอสำหรับคนที่เก็บรูปภาพ วิดีโอเยอะๆ หรือแอปพลิเคชันที่หลายคนดาวน์โหลดมาใช้ครั้งเดียวเลิก แอปพลิเคชันที่ลดราคาหรือแจกฟรี แถมด้วยแอปพลิเคชันที่ติดมากับเครื่องเยอะแยะมากมาย แม้ทางแบรนด์สมาร์ทโฟนบางส่วนจะลดจำนวนแอปพลิเคชันเหล่านั้นลงแล้ว แต่ทาง Google ก็กำลังคิดวิธีการที่ดีกว่า อย่างเช่นฟีเจอร์ Hibernation

ฟีเจอร์ Hibernation คือการลดแคช ลบข้อมูลภายใน เพื่อลดขนาดแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้งานมานานลง และทำให้ดึงพื้นที่ความจุตัวเครื่องกลับมาได้มากขึ้น ซึ่งฟีเจอร์นี้ ยังอยู่ในขั้นตอนทางทีมงานของ Android Open Source Project กำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งคาดว่าจะพบได้ใน Android 12

นอกจากการลบแคชและข้อมูลในแอปพลิเคชันแล้ว ยังมีขั้นตอนการทำงานอื่นๆ ภายในเพิ่มเติมที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย รวมถึงการตั้งเกณฑ์ว่า ระยะเวลานานเท่าไหร่ถึงจะเปิดใช้งาน Hibernation อัตโนมัติ ไปจนถึงการเปิด-ปิดฟีเจอร์นี้ด้วยตัวผู้ใช้เอง ซึ่งก็ต้องรอดูฟีเจอร์นี้ในอนาคตต่อไป

แต่ไม่ใช่ว่าการใช้งานลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะสมัยที่การ Root สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เป็นที่นิยม ก็มีการติดตั้ง Xposed สำหรับบีบอัดแอปพลิเคชันที่ต้องการให้มีขนาดเล็กลงนั่นเอง
ที่มา : www.gsmarena.com , www.androidpolice.com


Apple อาจเตรียมเปิดตัว iMac ดีไซน์ใหม่พร้อม Mac Pro อีก 2 รุ่นในปีนี้

ไม่แน่ว่าในปีนี้เราอาจได้เห็น iMac ตัวใหม่ที่ใช้งานชิป M1 และ MacBook Pro ถึง 2 รุ่นด้วยกันก็เป็นได้ เพราะทางเว็บไซต์ Bloomberg ได้ออกมารายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าของการพัฒนาคอมพิวเตอร์ทั้งสองรุ่นนี้จากทาง Apple แล้วเป็นที่เรียบร้อย

และถึงแม้ว่า iMac รุ่นล่าสุดจะแรงและมีประสิทธิภาพการทำงานสูง แต่ก็มีผู้ใช้บางส่วนออกความเห็นว่าตัว “ดีไซน์เครื่อง” ค่อนข้างที่จะดูน่าเบื่อและจืดชืดอยู่ไม่น้อยเพราะทาง Apple ก็ไม่ได้ปรับดีไซน์ภายนอกของ iMac เพิ่มเติมเท่าไรนัก

ล่าสุดทางบริษัท Apple จึงออกมาเผยว่า iMac รุ่นใหม่อาจมีการปรับดีไซน์ “ครั้งใหญ่” โดยจะตัดขอบจอให้บางมากยิ่งขึ้น และจะปรับให้ตัวเครื่องแบนลง ซึ่งก็ได้มีการคาดการณ์ว่าดีไซน์ของมันอาจคล้ายคลึงกับจอ Pro Display XDR อยู่ไม่น้อย รวมทั้งจะเปลี่ยนไปใช้งานชิป M1 (Apple Silicon) แทนการใช้งานชิปของ Intel เหมือนกับรุ่นที่ผ่านๆ มา แต่ยังคงมีให้เลือกกันถึง 2 ขนาดดังเดิม ทั้งขนาด 21.5 นิ้ว (J456) และขนาด 27 นิ้ว (J457)

[ลือ] Apple อาจเตรียมเปิดตัว iMac ดีไซน์ใหม่พร้อม Mac Pro อีก 2 รุ่นในปีนี้


จอ Pro Display XDR
ภาพจาก : https://www.apple.com/th/shop/buy-mac/pro-display-xdr

สำหรับ Mac Pro นั้นอาจมีให้เลือกใช้กันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ทั้งรุ่นที่ใช้งานชิปของ Intel และชิป M1 โดยรุ่นที่ใช้งานชิป Intel นั้นจะคงดีไซน์เดิมเหมือนกับรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) ที่ผ่านมา ส่วน Mac Pro ที่ใช้งาน Apple Silicon นั้นจะปรับดีไซน์ใหม่ให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง “ครึ่งนึง” เลยทีเดียว และด้วยตัวเครื่องอะลูมิเนียมก็อาจทำให้หลายๆคนนึกถึง Power Mac G4 Cube กันก็เป็นได้

[ลือ] Apple อาจเตรียมเปิดตัว iMac ดีไซน์ใหม่พร้อม Mac Pro อีก 2 รุ่นในปีนี้


Power Mac G4 Cube
ภาพจาก : https://nat.museum-digital.de/singleimage.php?imagenr=187740
ที่มา : www.engadget.com , www.theverge.com , www.bloomberg.com

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen “Alder Lake” ในงาน CES 2021

แน่นอนว่าด้วยผลกระทบของ COVID-19 ก็ทำให้งาน CES (Consumer Electronics Show) 2021 ในปีนี้ต้องเป็นงานแบบ “ออนไลน์” อย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมานี้ทาง Intel ก็ได้ประกาศเปิดตัวชิปเซ็ตตัวใหม่ของบริษัทเหมือนอย่างเคย

อันดับแรกทาง Intel ได้ระบุว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เราน่าจะได้สัมผัสกับชิป Intel Xeon Scalable (Ice Lake) กันอย่างแน่นอน และในงานนี้ก็ได้เปิดตัวซีรีส์ใหม่ๆ ของ 11th Gen Intel (Tiger lake) ทั้งยังเผยข้อมูลเกี่ยวกับชิป 12th Gen ของทางบริษัทอีกด้วย

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen "Alder Lake" ในงาน CES 2021


ภาพจาก : https://newsroom.intel.com/news/ces-2021-intel-news-keynote-event/#gs.qdrnh9

โดย Intel vPro จะเป็นชิปเซ็ต 11th Gen Intel (Tiger lake) ที่พัฒนาขึ้นสำหรับกลุ่มให้รองรับการทำงานระยะไกล (Remote Work) ทั้งในเรื่องของการทำงานเอกสารอย่าง Office 365 ก็ประมวลผลเร็วขึ้นถึง 23% หรือแม้แต่การทำงานกราฟิกด้านการตัดต่อวิดีโอก็เร็วขึ้นถึง 1.8 เท่าเลยทีเดียว และในรุ่น vPro นี้ก็ยังมีไลน์ของ Intel Evo ที่การันตีคุณภาพการใช้งานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen
Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen

ภาพจาก : https://newsroom.intel.com/news/ces-2021-intel-news-keynote-event/#gs.qdrnh9

ถัดมาเป็น Intel Pentium Silver และ Celeron (11th Gen Intel Core N-series) สำหรับการใช้งานด้านการศึกษาที่จะมาตอบโจทย์การใช้งานด้านการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen "Alder Lake" ในงาน CES 2021


ภาพจาก : https://newsroom.intel.com/news/ces-2021-intel-news-keynote-event/#gs.qdrnh9

ส่วน 11th Gen Intel Core S-series (Rocket Lake) สำหรับการใช้งานทั่วไปและรองรับการเล่นเกมนั้นก็จะมาพร้อมกับ Core Architecture ตัวใหม่ที่รองรับ 20 PCle Gen 4.0 lanes และ AI ที่อัปเกรดความสามารถเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 19%

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen "Alder Lake" ในงาน CES 2021


ภาพจาก : https://newsroom.intel.com/news/ces-2021-intel-news-keynote-event/#gs.qdrnh9

และสำหรับผู้ที่เน้นการเล่นเกมเป็นหลักก็มี 11th Gen Intel Core H-series หรือ CPU สำหรับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่ดึงเอาความสามารถของ Tiger Lake (CPU 11th Gen ของ Intel) ออกมาพร้อมด้วย GPU Xe ที่ประมวลผลได้รวดเร็วกว่าเดิม โดยมันจะชิปประมวลผลเพียง 35W เท่านั้น ซึ่งจะต่างกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่ผ่านๆ มาของบริษัทที่ใช้ชิปขนาด 45W (ทางบริษัทก็ระบุว่าในตอนนี้ดำเนินการพัฒนาเพิ่มเติมอยู่ เราอาจได้ฟังข่าวดีกันในอนาคตก็เป็นได้)

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen "Alder Lake" ในงาน CES 2021


ภาพจาก : https://newsroom.intel.com/news/ces-2021-intel-news-keynote-event/#gs.qdrnh9

แม้ว่ามันจะใช้ชิปประมวลผลเพียง 35W แต่ประสิทธิภาพทำงานก็ไม่ได้ด้อยลงอย่างที่หลายๆ คนคิด เพราะ Core i7-11375H ที่เป็นรุ่นท๊อปของซีรีส์ H35 นี้ก็มาพร้อมกับ 4 Cores/ 8 Threads, 10nm SuperFin ทำให้มันมีความแรงถึง 5GHz (เทียบเท่ากับ 45W H-series ปีก่อน) เลยทีเดียว และน่าจะทำให้มันเป็นโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่มีความ “บางและเบา” ลงอย่างแน่นอน

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen "Alder Lake" ในงาน CES 2021


ภาพจาก : https://www.theverge.com/2021/1/11/22225370/intel-11th-gen-h-series-chips-ultraportable-gaming-laptop-ces-2021

ทางบริษัทยังเผยอีกว่าโน๊ตบุ๊คที่จะใช้งานชิป 11th Gen H35 นี้น่าจะเปิดตัวในงาน CES 2021 บางส่วน และได้ระบุว่าเราจะได้เห็นชิปเซ็ตนี้บนโน๊ตบุ๊คของ Acer, Asus, MSI และ Vaio กันภายในช่วงครึ่งปีแรกนี้อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยการเผยข้อมูลเกี่ยวกับ Alder Lake (Intel 12th Gen) ที่จะใช้งาน x86 Architecture ระดับสูงพร้อมด้วย Core Architectures ใหม่ที่จะรวมความสามารถทั้งด้าน Performance และ Efficiency ครบในตัวเดียว รวมทั้งใช้งาน 10nm SuperFin รุ่นใหม่ที่จะมายกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น

Intel เปิดตัวชิปเซ็ตใหม่พร้อมเผยข้อมูล Intel 12th Gen "Alder Lake" ในงาน CES 2021


ภาพจาก : https://www.theverge.com/2021/1/11/22225514/intel-12th-gen-hybrid-alder-lake-chips-2h-ces-2021

ซึ่งด้วยประสิทธิภาพความแรงระดับนี้น่าจะทำให้ Alder Lake เบียดส่วนแบ่งตลาดมาจาก Apple M1 ได้บ้างไม่มากก็น้อย คาดว่าเราน่าจะต้องรอดูกันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้หลังจากที่มันเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วอีกทีหนึ่ง
ที่มา : www.engadget.com , www.theverge.com , www.theverge.com , newsroom.intel.com

SAMSUNGเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์

ซัมซุงเผยวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ในงาน CES 2021 ซึ่งจากเดิมเป็นงานจัดแสดงนวัตกรรม ณ ลาสเวกัส, เนวาดา สหรัฐอเมริกา แต่ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ยังคงรุนแรง จึงทำให้งานครั้งนี้กลายเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ผ่านการแถลงข่าวออนไลน์ ซึ่งทางซัมซุงได้เปิดตัวทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ สร้างและพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุม ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อก่อให้เกิดชีวิตที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และโครงการ CSR ที่ช่วยพัฒนาบุคคล

ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์

เซบาสเตียน ซาง ประธานฝ่ายวิจัยของซัมซุงกล่าวถึงงานแถลงข่าวครั้งนี้ว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โลกและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป หลายคนต้องเผชิญกับวิถีชีวิตแบบใหม่ ที่การใช้ชีวิตภายในบ้านทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น นวัตกรรมของซัมซุงจึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานอันเป็นเอกลักษณ์ และสะดวกสบาย โดยผู้ใช้สามารถแสดงออกซึ่งตัวตนผ่านการใช้งานได้ เราตั้งใจทำงานอย่างหนักในการรังสรรค์นวัตกรรมเพื่ออนาคต ที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นหัวใจหลัก ในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม

ภายในงาน ซัมซุงได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และปรับให้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ตู้เย็น Bespoke 4-Door Flex ด้วยจุดเด่นอย่างการเปลี่ยนหน้าบานตู้เย็นให้เข้ากับการตกแต่งบ้านโดยรวม มีวัสดุและสีสันมากมายให้เลือก พร้อมฟีเจอร์ใหม่ Beverage Center สำหรับการกดน้ำดื่มที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น รวมถึงระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติทั้งแบบก้อนและแบบเกล็ด โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์
https://news.samsung.com/global/catch-up-on-all-the-exciting-announcements-from-samsungs-ces-2021-press-conference
  • ทีวี MICRO LED ขนาด 110 นิ้ว ในดีไซน์ Infinity Screen จอบางแทบไร้ขอบ พร้อมเทคโนโลยี self-lit inorganic LED ใหม่ และความละเอียดของภาพระดับสุดยอด รวมถึงการรับชมรายการพร้อมกันสูงสุด 4 ช่อง “4Vue” (Quad View) ซึ่งมีประโยชน์สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการดูวิดีโอตัวอย่างหรือคลิปแนะนำการเล่นไปพร้อมๆ กัน
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์
  • ทีวีในกลุ่ม Lifestyle TV ได้แก่ The Serif (เดอะ เซรีฟ), The Frame (เดอะ เฟรม), The Sero (เดอะ เซโร) และ The Terrace (เดอะ เทอร์เรซ) ทีวีสำหรับภายนอกอาคาร รวมถึงโปรเจคเตอร์ความละเอียดระดับ 4K อย่าง The Premiere (เดอะ พรีเมียร์) สำหรับการดูภาพยนตร์ภายในบ้านที่ให้ประสบการณ์มากกว่าที่เคย
  • เครื่องดูดฝุ่น JetBot 90 AI+ ที่มีจุดเด่นอย่างเทคโนโลยีระบบจดจำสิ่งของ (object recognition technology) เพื่อค้นหา และแยกแยะสิ่งของต่างๆ เพื่อวางแผนเส้นทางการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมถึง LiDAR เซนเซอร์ 3 มิติ ที่จำแนกเฟอร์นิเจอร์ สิ่งของกีดขวางออกจากเส้นทาง และช่วยให้หลบหลีกสิ่งของขนาดเล็กได้ขณะทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ของพื้นที่ และกล้องในตัวที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชัน SmartThings บนสมาร์ทโฟน เพื่อการสอดส่องทุกพื้นที่ภายในบ้านที่ง่ายขึ้น
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์

นอกจากนี้ ซัมซุงยังนำเสนอนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ถูกดีไซรน์ให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อจดจำตอบสนองพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านการเรียนรู้รูแบบต่างๆ เช่น เรียนรู้จากตารางกิจกรรม พฤติกรรมของผู้ใช้ สามารถแจ้งเตือนนัดหมายและเรื่องราวต่างๆ ไปจนถึงสามารถยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ ซึ่งหุ่นยนต์ที่ถูกนำเสนอภายในงานมี 2 แบบ ได้แก่

ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์
  • Samsung Bot™ Care หุ่นยนต์ที่ถูกดีไซน์ให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อจดจำตอบสนองต่อพฤติกรรมของมนุษย์ เรียนรู้ผ่านตารางกิจกรรม พฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อประมวลออกมาเป็นการแจ้งเตือนกิจกรรม นัดหมายที่ต้องทำในแต่ละวัน
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์
  • Samsung Bot™ Handy แม้จะยังเป็นหุ่นยนต์ที่อยู่ในขั้นพัฒนาการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้เพื่อจดจำ ความสามารถของ Bot Handy ก็คือ ยกของที่มีขนาด รูปทรง และน้ำหนักต่างๆ ภายในบ้านได้ รวมถึงการจำแนกวัสดุของสิ่งของ เพื่อกำหนดแรงบีบที่ใช้ในการจับและเครื่องย้ายสิ่งของได้ ซึ่งประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลืองานบ้าน จัดห้องให้สะอาดเรียบร้อย ไปจนถึงเก็บจานชามหลังมื้ออาหาร
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์

ไม่ได้มีแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือหุ่นยนต์เท่านั้นที่ซัมซุงภูมิใจนำเสนอ แต่ยังมีบริการใหม่ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ทั้ง

  • ฟีเจอร์ SmartThings Cooking บนแอปพลิเคชัน Samsung SmartThings สำหรับแม่บ้านทั้งระดับฝึกหัดและมืออาชีพ มีทั้งฟีเจอร์ย่อยอย่าง Meal Planner จาก Whisk’s Food AI ที่ช่วยวางแผนและแนะนำเมนูอาหารตลอด 1 สัปดาห์ จัดทำลิสต์ซื้อวัตถุดิบการทำอาหารตามความต้องการ และซื้อสินค้าได้โดยตรงผ่านตู้เย็น Family Hub หรือผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยการเชื่อมต่อ เข้าถึงร้านค้าแบบออนไลน์
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์
  • สำหรับสายฟิตเนส ออกกำลังกาย สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพผ่าน Smart TV ของซัมซุงด้วยฟีเจอร์ Samsung Health Smart Trainer เทรนเนอร์ส่วนตัวส่งตรงถึงบ้าน พร้อมติดตามและวิเคราะห์การวางท่าระหว่างออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่มีผลต่อร่างกาย มีวิดีโอตัวอย่างท่าการออกกำลังกายให้เลือก รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Bixby เพื่อไม่ให้การออกกำลังกายขาดตอน และแน่นอนว่าระบบจะสรุปผลลัพธ์และประมาณการเผาผลาญแคลอรี่ให้หลังการออกกำลัง
ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์

ปิดท้ายอีกประเด็นที่ซัมซุงให้ความสำคัญอย่าง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยยืดอายุให้กับอุปกรณ์บางชนิด เช่น กล่องใส่ทีวี eco-packging ที่สามารถนำไปใช้เป็นบ้านใหม่ให้น้องแมวได้, โปรแกรม Galaxy Upcycling at Home ช่วยแนะนำลูกค้าให้ประยุกต์ใช้มือถือ Galaxy เครื่องเก่า ให้เป็นอุปกรณ์ IoT รูปแบบต่างๆ, แอปพลิเคชัน SeeColors เพื่อผู้ที่มีอาการตาบอดสีได้มีโอกาสรับชมประสบการณ์ที่ดีที่สุด และ Sign Language Zoom ช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดได้ง่ายขึ้น

ซัมซุงเผยโฉมนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ในงาน CES 2021 แบบออนไลน์
https://news.samsung.com/global/catch-up-on-all-the-exciting-announcements-from-samsungs-ces-2021-press-conference

รวมถึงโครงการ CSR ที่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาผ่านโครงการ Samsung Solve for Tomorrow ผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาของชุมชน, โครงการ Samsung Innovation Campus เน้นสร้างเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีให้เยาวชน

Samsung เปิดตัว Exynos 2100 ชิปเซ็ตไฮเอนด์ขนาด 5nm พร้อมใช้งานบน Galaxy S21

ทาง Samsung จัดงานแถลงข่าวออนไลน์เปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่ของบริษัทอย่าง Exynos 2100 ชิปเซ็ตระดับไฮเอนด์ที่เราจะได้สัมผัสกันในซีรีส์ Samsung Galaxy S21 ที่จะเปิดตัวภายในงาน Galaxy Unpacked 2021 วันที่ 14 มกราคมที่จะถึงนี้

โดย Exynos 2100 นี้เป็นชิปเซ็ตระดับไฮเอนด์รุ่นแรกของทาง Samsung ที่ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 5nm และมีโมเด็ม 5G ในตัว รองรับ mmWave และ Sub-6GHz (ก่อนหน้านี้เคยได้เปิดตัว Exynos 1080 ไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีก่อน แต่มันก็ถือว่าเป็นชิปเซ็ตระดับกลางเท่านั้น)

สำหรับความพิเศษของ Exynos 2100 นี้ มันจะใช้ CPU แบบ Octa-core (8 Core) ที่จะประกอบไปด้วย Arm Cortex-X1 ความเร็วสูงสุด 2.9GHz จำนวน 1 แกน, Cortex-A78 ทั้งหมด 3 แกน และ Cortex-A55 อีก 4 แกนด้วยกัน รวมทั้งยังมาพร้อมกับ NPU (Neural Processing Unit) อีก 3 แกนด้วย

Samsung เปิดตัว Exynos 2100 ชิปเซ็ตไฮเอนด์ขนาด 5nm พร้อมใช้งานบน Galaxy S21

ในส่วนของ GPU จะใช้งาน Arm Mali-G78 ที่รองรับ Vulkan และ OpenCL APIs ทำให้การประมวลผลภาพออกมาดีขึ้นถึง 40% และมันยังมี ISP (Image Signal Processor) ตัวใหม่ที่ช่วยให้สามารถรับภาพจากเซนเซอร์ได้สูงสุดถึง 6 ตัวในคราวเดียว (ประมวลผลพร้อมกันสูงสุด 4 ตัว) และรองรับเซนเซอร์ที่ความละเอียดถึง 200-megapixel

Samsung เปิดตัว Exynos 2100 ชิปเซ็ตไฮเอนด์ขนาด 5nm พร้อมใช้งานบน Galaxy S21

ซึ่งเมื่อรวมเข้ากันทั้งหมดแล้วจะทำให้ Exynos 2100 ตัวนี้นั้นมีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงกว่า Exynos 990 ชิปเซ็ตขนาด 7nm บน Samsung Galaxy S20 และ Note20 ถึง 10% และกินพลังงานน้อยกว่าเดิมถึง 20% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายงานทางบริษัทยังได้เผยอีกว่าสมาร์ทโฟน “เรือธง” รุ่นถัดไปเองก็จะใช้งาน GPU ของ AMD ด้วย จึงทำให้หลายๆ คนคาดเดากันไปว่าทาง Samsung น่าจะกล่าวถึง Galaxy Z Fold3 ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

ที่มา : www.theverge.com , www.engadget.com , 9to5google.com

Apple เปิดศูนย์พัฒนาทักษะไอที ภายใต้โครงการ ‘ลดความเหลื่อมล้ำ และการแบ่งแยกเชื้อชาติ’

Apple เตรียมเปิดสถาบันนักพัฒนาภายในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน พร้อมเปิดศูนย์การศึกษาในแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย ซึ่งสองโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Racial Equity and Justice Initiative (REJI)’ ที่ริเริ่มขึ้นเพื่อต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ และส่งเสริมความยุติธรรมในสังคม

ท่ามกลางกระแสการประท้วงที่เกิดขึ้นของชาวผิวสีต่อการเสียชีวิตของ George Floyd ที่จุดประกายเรื่องความเท่าเทียมของเชื้อชาติในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว Apple ได้ประกาศเปิดตัว โครงการ ‘Racial Equity and Justice Initiative (REJI)’ ที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือคนผิวสี ทั้งให้การศึกษา เงินทุนประกอบธุรกิจ และความช่วยเหลือในสวัสดิการด้านต่างๆ ของสังคม

ศูนย์ศึกษาในแอตแลนต้าเป็นการร่วมก่อตั้งระหว่าง Apple และกลุ่มสถาบัน Historically Black Colleges and Universities หรือ (HBCUs) มีชื่อว่า Propel Center หรือศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้ด้านไอทีระดับโลกแบบที่ไม่มีมาก่อน

Apple เปิดศูนย์พัฒนาทักษะไอที ภายใต้โครงการ 'ลดความเหลื่อมล้ำ และการแบ่งแยกเชื้อชาติ'


Propel Center Campus มีห้องบรรยายที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการการเรียนรู้ และที่พักสำหรับนักวิจัยในโปรแกรมฝึกสอนตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ Atlanta University Center

ขณะที่สถาบันนักพัฒนาในเมืองดีทรอยต์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้โอกาสทางการศึกษาทักษะด้าน Developer แก่ผู้ประกอบการผิวดำและผู้เขียนโค้ด ซึ่งแต่ละคนจะได้เรียนฟรีด้วย โดยโปรแกรมดังกล่าวได้รับการออกแบบโดย Michigan State University

เราไม่ได้มุ่งเน้นแต่ด้านการศึกษาเท่านั้น แต่เพื่อความเท่าเทียมของเชื้อชาติ เรายังช่วยลงทุนในกลุ่มธุรกิจเล็กๆ ที่มีผู้ประกอบการเป็นคนผิวสีอีก และยังช่วยเหลือในด้านสาธารณูปโภคอื่นๆ อีก

Lisa Jackson – head of environment, policy and social initiative

ก่อนหน้านี้ภายใต้โครงการ ‘Racial Equity and Justice Initiative (REJI)’ Apple ได้ลงทุนในกลุ่มธุรกิจรายย่อย ซึ่งมีคนผิวสีเป็นเจ้าของไปหลายธุรกิจ เช่น Harlem Capital นอกจากนี้ยังบริจาคเงินให้กับ The King Center ในแอตแลนต้า รวมถึงองกรค์ไม่แสวงหาผลกำไรด้านสิทธิพลเมืองอื่นๆ อย่าง Civil Rights Institute and Equal Justice Initiative ในรัฐแอละแบมา (Alabama)

Apple เคยประกาศไว้ว่าปัจจุบัน ผู้คนมากกว่า 18 ล้านคนในสหรัฐฯ ถูกลดโอกาสโดยสิ่งที่ Apple เรียกว่า “การแบ่งแยกทางดิจิทัล” พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะยิ่งในตอนนี้ นักเรียนและครัวเรือนหลายคน ไม่มีแม้แต่เงินจะหาซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้เรียนหรือทำงานที่บ้านในช่วง COVID-19 เลยด้วยซ้ำ
ที่มา : www.cnet.com

นายกฯ ทดลองนั่งเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า โครงการ “ท่าเรืออัจฉริยะ”(Smart Pier) พร้อมเปิดเดินเรือไฟฟ้าลำแรกในเจ้าพระยา ลั่นทุกระบบขนส่งสาธารณะต้องเปลี่ยน



พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมเปิดโครงการทดลองเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา และเปิดโครงการนำร่องท่าเรืออัจฉริยะ (SmartPier) ในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นี้ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท เพื่อการยกระดับการขนส่งสาธารณะของประเทศ และตรวจสอบความพร้อม ของการนำเรือโดยสารไฟฟ้ามาเริ่มให้บริการระบบการขนส่งโดยสารทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

นายกฯ นั่งเรือไฟฟ้า E-Smart Ferry จากท่าเรือ แคท ทาวเวอร์ ไปยังท่าเรือสะพานพุทธ เพื่อทดสอบระบบหลังจากนั้นจะเปิดท่าเทียบเรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า และเยี่ยมชมโครงการนำร่องในการพัฒนา ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ ป้ายอัจฉริยะแจ้งเวลาเรือเข้าเทียบท่า ระบบโซลาร์เซลล์ไฟส่องสว่างภายนอกอาคาร ฯลฯ

ทั้งนี้ การพัฒนาเรือไฟฟ้าฯ และท่าเรืออัจฉริยะฯ ดังกล่าว นับเป็นความสำเร็จในความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยกรมเจ้าท่า และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้นำยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2563 มาเริ่มให้บริการในระบบการขนส่งผู้โดยสารทางน้ำ พร้อมพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ให้เป็นไปตามเป้าหมายเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) อันเป็นการยกระดับเรือโดยสารและท่าเรือให้ทันสมัย สะดวกปลอดภัย ไร้มลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือ “ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยในขณะนี้ต้องเผชิญปัญหาสภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งการพัฒนาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า MINE Smart Ferry ลำแรกในแม่น้ำเจ้าพระยา และท่าเรืออัจฉริยะ Smart Pier แห่งแรก ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัย ทันสมัย สามารถช่วยลดมลภาวะฝุ่นละออง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ ได้อย่างยั่งยืน ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินเรือของไทย“วันนี้เป็นการเริ่มต้นเปิดเดินเรือไฟฟ้า แต่ตามนโยบายรัฐบาลเดินหน้าที่จะพัฒนาไปทุกระบบขนส่งอื้นๆ ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ทุกระบบจะต้องเป็นไฟฟ้า เป็นพลังงานทางเลือก เราก็จะค่อยๆ ทำ

“นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดแผนยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายในปี 2573 มุ่งให้ประเทศไทยมีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 30% ของปริมาณการผลิตยานยนต์ทั้งหมด กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า ได้สนองนโยบายดังกล่าว ร่วมกับภาคเอกชน ส่งเสริม ผลักดันให้มีการยกระดับเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้มีมาตรฐานและปลอดภัย ลดมลพิษทางอากาศ และลดต้นทุนทางด้านพลังงาน

โดยเรือไฟฟ้าดังกล่าวจะให้บริการฟรีในช่วงการทดลองตั้งแต่ 23 ธ.ค. 2563 ถึงวันที่ 14 ก.พ. 2564 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้กับประชาชน พร้อมกับอีกหนึ่งของขวัญปีใหม่ ที่กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้พัฒนาท่าเรือสะพานพุทธให้เป็นท่าเรืออัจฉริยะแห่งแรกของประเทศ ให้สามารถรองรับทั้งการโดยสารที่ปลอดภัย การบริการทันสมัยทั้งระบบจำหน่ายบัตรโดยสารอัจฉริยะและป้ายแจ้งเวลาเดินเรืออัจฉริยะ

เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ‘MINE Smart Ferry’ ของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA จดทะเบียนเป็นเรือโดยสารไฟฟ้าลำแรกของประเทศไทย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ ปัญหาฝุ่น PM2.5เริ่มให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นรายแรกอย่างเต็มรูปแบบ เปิดให้ประชาชนทั่วไปทดลองโดยสารฟรี ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2563-จนถึง 14 กุมภาพันธ์ 2564 โดยวันจันทร์ถึงวันศุกร์ จอดรับส่งผู้โดยสารบริเวณท่าเรือ 11 แห่ง ตั้งแต่ท่าเรือพระราม 5 ไปจนถึงท่าเรือสาทร ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ให้บริการฟรีเฉพาะท่าเรือที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว 5 แห่ง ได้แก่ ท่าช้าง วัดอรุณฯ วัดกัลยาณมิตร กรมเจ้าท่า ท่าเรือ CAT Tower จากนั้นจะเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายเป็นเวลา 6 เดือน ก่อนปรับอัตราจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทางต่อไป
MINE Smart Ferry ตัวเรือออกแบบมาในรูปโฉมเรือสองท้อง (Catamaran) ใช้วัสดุลำตัวเรือเป็นอลูมิเนียม ให้การทรงตัวดีเยี่ยม สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 18 น็อต เรือมีขนาดกว้าง 7 เมตร และยาว 24 เมตรสามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 250 คน

ภายในเรือติดระบบปรับอากาศ มีระบบตั๋วโดยสารอัตโนมัติ สามารถซื้อตั๋วผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมรองรับระบบตั๋วร่วมกับระบบขนส่งทุกประเภทได้ในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการให้ข้อมูลการเดินทางผ่านจอทีวีและการประกาศให้ผู้โดยสารทราบข้อมูลตลอดการเดินทาง พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กรมเจ้าท่ากำหนด

สำหรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่พัฒนาขึ้นมาใช้กับ MINE Smart Ferry มีขนาดความจุที่ 800 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถอัดประจุไฟฟ้าจากสถานีชาร์จ EA Anywhere ได้ในเวลาเพียง 20 นาที