Microsoft นำโครงการระดับโลก ‘AI for Good’ มุ่งสร้างผลเชิงบวกเพื่อคนไทยทุกกลุ่ม

ไมโครซอฟท์สานต่อพันธกิจในการเสริมศักยภาพให้กับทุกคนและทุกองค์กร นำโครงการระดับโลก “AI for Good” สู่ประเทศไทยเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม AI สรรสร้างแนวคิดและแนวปฏิบัติใหม่ที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนไทยในทุกระดับและทุกภูมิภาค บนพื้นฐานของความปลอดภัยและไว้ใจได้ สร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน โดยโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้นักคิด นักสร้างสรรค์ในไทยได้ใช้ศักยภาพทางเทคโนโลยีเต็มรูปแบบจากคลาวด์และ AI ของไมโครซอฟท์ เพื่อจุดประกายการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน เปิดกว้าง และเท่าเทียมยิ่งขึ้น

โครงการ AI for Good ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2561 โดยปัจจุบันครอบคลุมการพัฒนาใน 5 ด้าน ได้แก่:

  • AI for Earth – การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
  • AI for Health – การสร้างเสริมสุขภาพทั้งในระดับตัวบุคคลและชุมชน
  • AI for Accessibility – การเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้มีความบกพร่อง
  • AI for Humanitarian Action – การยกระดับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้อพยพและไร้ถิ่นฐาน พร้อมปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงความต้องการพื้นฐานของผู้หญิงและเยาวชน
  • AI for Cultural Heritage – การรักษามรดกและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไปอย่างมีคุณค่า

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทยแล้ว เส้นทางการพัฒนานวัตกรรม AI เพิ่มจะเริ่มต้นขึ้น และยังมีโอกาสอีกมากให้เราได้ค้นหาและสร้างสรรค์ต่อไป ในภาคธุรกิจ AI ได้พิสูจน์ตัวเองไปแล้วในฐานะเทคโนโลยีที่สามารถขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจให้พลิกรูปแบบและเติบโตต่อไปได้ แต่เราเชื่อว่า AI สามารถยังมีศักยภาพอีกมากในการทำให้โลกของเราเติบโตอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น สร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับทุกคน เรากำลังเปลี่ยนความเชื่อนี้ให้กลายเป็นความจริงผ่าน โครงการ AI for Good ซึ่งพร้อมสนับสนุนให้นักคิดในประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีมาสานฝันของพวกเขาให้เป็นจริง”

ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับระบบแดชบอร์ดนี้ได้ที่ศูนย์ข่าวสารประเทศไทยของไมโครซอฟท์ (https://news.microsoft.com/th-th/2020/09/15/moph-covid19dash-th/) หรือรับชมวิดีโอเรื่องราวของโครงการนี้ได้ที่ด้านล่างนี้

AIS Fibre จัดแพ็กเกจสุดคุ้ม ให้ Bring Your Own Router เลือกเราเตอร์ได้ตามใจชอบ

AIS Fibre ส่งแพ็กเกจใหม่เอาใจคอไอที เปิดโอกาสให้ลูกค้าอัปเกรดเราเตอร์หลักยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ ด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม POWER4 Online Special ความเร็ว 300/300 Mbps ในราคาเพียงเดือนละ 399 บาท

AIS Fibre ผู้นำนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์คุณภาพอันดับ 1 ของไทย จัดแพ็กเกจใหม่เอาใจคอไอทีเต็มขั้น ด้วยแนวคิด Bring Your Own Router (BYOD Router) ครั้งแรก! กับ AIS Fibre ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าอัปเกรดเราเตอร์หลักยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ เป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าเลือกใช้เราเตอร์ที่ต้องการได้ตามไลฟ์สไตล์ ด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม POWER4 Online Special ความเร็ว 300/300 Mbps มาพร้อมกับ Data SIM 5GB ในราคาสุดพิเศษเพียงเดือนละ 399 บาท สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ทางเว็บไซต์ www.ais.co.th/fibre

นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์บรอดแบนด์ กล่าวว่า “หากมองย้อนตลอดทั้งปีที่ผ่านมา อินเทอร์เน็ตบ้านถือเป็นตลาดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยบริบทของการใช้งานที่เข้มข้นมากขึ้นในการตอบโจทย์ชีวิตในทุกมิติ ทั้งชีวิตการทำงาน, การเรียน และความบันเทิงรูปแบบต่างๆ ด้วยเหตุนี้ AIS Fibre ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเน็ตบ้าน จึงมุ่งแสวงหาโซลูชันที่ตรงกับความต้องการและเข้าถึงการใช้งานที่แตกต่างกันไปของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม เพื่อตอกย้ำแนวคิด ‘เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า’

AIS Fibre จัดแพ็กเกจสุดคุ้ม ให้ Bring Your Own Router เลือกเราเตอร์ได้ตามใจชอบ

ล่าสุด เราพบว่าในกลุ่มลูกค้าที่เป็นคอไอที มีความรู้ ความเข้าใจในเทคโนโลยี ทำให้ลูกค้าสามารถคัดสรรสเปคของเราเตอร์ได้ตามความต้องการด้วยตัวเอง ดังนั้น เราจึงเป็นรายแรกที่เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ราคาพิเศษสุดคุ้ม! POWER4 Online Special Package 300/300 Mbps เพียงเดือนละ 399 บาท มาพร้อมเน็ต 4G MAX Speed 5GB นาน 12 เดือน และอุปกรณ์ติดตั้ง ONR 1 ชุด ผ่านแคมเปญ Bring Your Own Router (BYOD Router) ซึ่งนับเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านรายแรกที่นำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ต AIS Fibre ร่วมกับอุปกรณ์เราเตอร์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ ถือเป็น Innovation Package ที่เราคิดนำ ทำก่อนผู้ให้บริการรายอื่นๆ มุ่งตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเราเตอร์ High performance, กลุ่มเราเตอร์ Gamers, หรือกลุ่มเราเตอร์ Mesh WiFi ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่มีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ไอที รวมถึงเราเตอร์รุ่นต่างๆ ที่วางขายอยู่ในตลาดเป็นอย่างดีอยู่แล้ว”

AIS Fibre จัดแพ็กเกจสุดคุ้ม ให้ Bring Your Own Router เลือกเราเตอร์ได้ตามใจชอบ

​นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าใหม่ที่สมัครแพ็กเกจ POWER4 Online Special Package จะได้รับคูปองส่วนลดในการสั่งซื้ออุปกรณ์ WiFi Router D-Link รุ่น COVR-2202 Tri-Band MESH WiFi Router ซึ่งถือเป็นเราเตอร์ ระดับ High End ที่ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าอุปกรณ์มาตรฐานที่อยู่ในตลาด จำนวน 2 ตัว ในราคาพิเศษ 5,490 บาท จากปกติ 8,990 บาท อีกด้วย

AIS Fibre จัดแพ็กเกจสุดคุ้ม ให้ Bring Your Own Router เลือกเราเตอร์ได้ตามใจชอบ

​สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถสมัครบริการแพ็กเกจสุดคุ้ม POWER4 Online Special ผ่านช่องทาง www.ais.co.th/fibre และสั่งซื้ออุปกรณ์ WiFi Router D-Link รุ่น COVR-2202 ราคาพิเศษ ได้ทาง AIS Online Store ได้แล้วตั้งแต่วันนี้

Lenovo เปิดตัว YOGA แล็ปท็อปพรีเมียมรุ่มใหม่ ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel Gen 11

Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ

Lenovo เปิดตัว YOGA Slim 7i Carbon แล็ปท็อประดับพรีเมียม สำหรับธุรกิจ ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel Gen 11 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ always-on-the-go ไม่ว่าจะเป็นความคล่องตัวด้วยน้ำหนักที่เบาประดุจขนนกเพียง 966 กรัม บางเพียง 14.25 มิลลิเมตร ทนทานด้วยผ่านการทดสอบมาตรฐาน Military-grade อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพในการใช้งานที่ครอบคลุม

นอกจากนี้ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่อีกหลายรุ่น ที่มีดีไซน์สวยงามประณีต ซึ่ง Lenovo ได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้การเปลี่ยนแปลงเพื่อความเข้าสู่เป็น Service-led organization

ซึ่งจะตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์ในระดับพรีเมียม เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือสร้างคอนเทนต์ก็ทำได้ผ่านการประมวลผลของซีพียู Intel Core ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพลังงาน และมีระบบชาร์จเร็วแล้ว ยังรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 

Lenovo เปิดตัว YOGA แล็ปท็อปพรีเมียมรุ่มใหม่ ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel Gen 11
Lenovo เปิดตัว YOGA แล็ปท็อปพรีเมียมรุ่มใหม่ ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel Gen 11

ผลิตภัณฑ์ YOGA ไลน์อัพใหม่ล่าสุดที่เลอโนโวเปิดตัวในวันนี้ประกอบไปด้วย

  • YOGA Slim 7i Carbon
  • YOGA Slim 7i Pro
  • YOGA Slim 7i
  • YOGA Slim 9i
  • YOGA 7i
  • YOGA 9i
  • YOGA Duet 7i

YOGA Slim 7i Carbon

Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ
Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ

YOGA Slim 7i Carbon มาพร้อมคอนเซ็ปต์ เมื่อสัมผัสเบาบางมาพร้อมความทนทานขั้นสุด สะกดทุกสายตาด้วยสีขาว Moon White

Yoga Slim 7i Carbon คือแล็ปท็อปรุ่นลำสุดซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของไลน์ผลิตภัณฑ์ Yogล มีความโดดเด่น ทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและความแข็งแกร่ง ให้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 966 กรัม หน้าจอขนาด 13.3 นิ้วแบบ 16:10 และบางเพียงแค่ 14.25 มิลลิเมตร ให้ความเหมาะมือจึงสามารถพกพาไปได้ในทุกที่

ตัวเครื่องที่สวยงามเรียบหรูนี้มาพร้อมกับความทนทานด้วยวัสดุดาร์บอนไฟเบอร์สีขาว Moon White ซึ่งผ่าน การทดสอบ 9 อย่างโดยทีมวิศวกรของเลอโนโวถึงความทนทานเทียบได้กับมาตรฐานในระดับ MIL-STD- 810G

Yoga Slim 7i Carbon ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบเดียวกับการผลิตรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ ซึ่งนอกเหนือจาก คุณภาพและวัสดุระดับพรีเมียมที่ถูกนำมาใช้ประกอบตัวเครื่องแล้ว ความทนทานที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน MIL-TD-810G ก็ยังเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ โดยกรรมวิธีการผลิตดังกล่าวช่วยลดน้ำหนักวัสดุตัวเครื่องลง ไปได้ถึง 47% และเพิ่มความทนทานขึ้นอีก 25% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ Yogล รุ่นก่อนหน้า

เครื่องมาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Intel Evo ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ถึงความอัจฉริยะของเครื่องด้วยเทคโนโลยี ที่ผ่านการออกแบบและทดสอบแล้วว่าให้การตอบสนอง ประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่และความสามารถในการชาร์จที่ดีและเร็วขึ้น

เครื่องทำงานบนหน่วยประมวลผลใหม่ล่าสุด Intel Gen 11 จึงให้การทำงานที่ เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระดับ gigabit ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และการส่งถ่ายข้อมูลผ่านพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต ความจุแบตเตอรี่สูงถึง 50 วัตต์ ทำให้ YOGA Slim 7i Carbon รองรับ การเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานถึง 15 ชั่วโมง หรือใช้ทำงานทั่วไปได้นานถึง 13 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อม เทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Rapid Charge Boost ให้ประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพียงพอถึง 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 15 นาที

เทคโนโลยีกราฟิก Intel Iris Xe ช่วยให้เครื่องแสดงผลเร็วขึ้น 3 เท่า และสามารถจัดการความร้อนได้ดี ยิ่งขึ้นกว่าเดิม

หน้าจอความละเอียดแบบ 2560×1600 Quad HD รองรับการแสดงผลกว่า 4 ล้านพิกเซล และความสว่าง ขนาด 300 nit ช่วยให้ทุกตัวหนังสือและทุกภาพคมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง ค่าสีแสดงผลแบบ 100% sRGB colour gamut และรองรับ Dolby Vision HDR ให้สีสันสวยงามสมจริงไม่ว่าคุณจะใช้งานเครื่องเพื่อสร้างหรือดูคอนเทนต์ต่างๆ ถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการรองรับสิทธิบัตร TUV Rheinland Eye Comfort Certified ว่าสามารถช่วยลดการเมื่อยล้าของตา ในขณะที่ดื่มต่ำไปกับคุณภาพเสียงจากลำโพง 2x2W Dolby Atmos ให้อรรถรสการฟังในแบบ 3 มิดิ

ตัวเครื่องถูกออกแบบให้เปิดได้ด้วยการใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียว และเทคโนโลยี Flip-to-boot ช่วยให้เครื่องเข้าสู่ หน้าจอการทำงาน Windows อย่างรวดเร็วเพียงแค่เปิดฝาพับของจอ เทคโนโลยี Lenovo Smart Assist ช่วยให้ทั้ง software และ hardware ของเครื่องทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวผ่านการควบคุมของ AI สุดอัจฉริยะจึงให้ความปลอดภัยและความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในทุกการใช้งาน

ปลอดภัยทุกการใช้งานกับฟิเจอร์อัจฉริยะเพื่อความป็นส่วนตัวอย่างแท้จริงกับซอฟต์แวร์ Glance by Mirametrix ช่วยตรวจจับการถูกแอบมองหน้าจอจากทางด้านหลังโดยใช้ AI นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับ สายตาของผู้ใช้โดยเมื่อผู้ใช้มองไปที่อื่น เครื่องจะเบลอหน้าจออัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยทางข้อมูล อีกทั้ง ยังมีการแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้ดูหน้าจอใกล้เกินไป 

Yoga Slim 7 Carbon มีเทคโนโลยีการจัดการเครื่องอย่าง Lenovo Q-Control ที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน Lenovo Intelligent Thermal System 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจัดการพลังงานแบตเตอรี่ แอปพลิเคชัน Lenovo Vantage ช่วยให้การตั้งคำในการใช้งานทำได้สะดวกยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มความ ปลอดภัย และเป็นตัวช่วยอัจฉริยะในการตรวจสอบการทำงานของเครื่อง

เติมเต็มไลฟ์สไตล์ด้วยแล็ปท๊อป Yoga Slim 7i Pro และ Yoga Slim 7i 

Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ

สำหรับมัลติทาสเกอร์ที่การทำงานนอกสถานที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Yoga Slim 7i Pro แล็ปท็อป ขนาด 14 นิ้วนี้คือคำตอบของคุณ ตัวเครื่องถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานชั้นสูงด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core รุ่นล่าสุด พร้อมหน่วยความจำสูงสุด 32GB LPDDR4X ใช้งานได้ยาวนานตลอด 18 ชั่วโมง! ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 61 วัตต์ และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Rapid Charge Boost 

เพลิดเพลินไปกับมุมมองหน้าจอแบบ 2.8K Wide Viewing Angle ให้ความสว่างสูงถึง 400 nits และรีเฟรชเรท 90Hz ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการเครื่องแล็กระหว่างการเล่นเกมหรือสตรีมมิ่ง สัดส่วนหน้าจอขนาด 16:10 ที่รองรับ 100% sRGB และ Dolby Vision บนแล็ปท็อป Yoga Slim 7 Pro ยังช่วยให้สีสันของภาพ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการท่องเว็บหรือใช้งานทั่วไปก็ทำได้อย่างสมจริง และสบายตามากยิ่งขึ้น สร้างสรรค์ผลงาน ผ่านแอปที่ต้องการกราฟิกหนัก ๆ ได้อย่างไร้กังวลเพราะเครื่องมาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel’s X หรือจะดื่มดำกับเสียงจากลำโพง Harman และ Dolby Atmos เครื่องยังรองรับการใช้งาน Intel Wi-Fi 6 และ Thunderbolt 4 พอร์ต

ใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อการใช้งานเครื่องที่สะดวกยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์อย่าง Window Hello, กล้องแบบ IR และร่องบนฝาพับที่ถูกออกแบบให้ยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการเปิดฝาพับเครื่องด้วยนิ้วเดียว คีย์บอร์ดแบบเรืองแสงพร้อมแป้นพิมพ์ดีไซน์โดมแบบใหม่ความลึก 1.3 มิลลิเมตรเพื่อให้คุณ สามารถพิมพ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงทัชแพดที่เพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้น 33% แล็ปท็อป Yoga Slim 7 Pro มาพร้อมตัวเลือกระหว่างสี Light Silver หรื Slate Grey คู่กับตัวเลือกจอแพนแนลกระจก และตัวเครื่องมีความบางที่ 14.6 มิลลิเมตร หนักเพียง 1.45 กิโลกรัม

Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ

Yoga Slim 7 คือแล็ปท็อปที่เป็นคำจำกัดความของจิ๋วแต่แจ๋ว ด้วยหน้าจอแบบขอบบางความละเอียด QHD ขนาด 13.3 นิ้ว จึงให้ภาพสุดตระการตาเอาใจสายบันเทิง ดีไซน์ฝ่าพับโลหะล้วนที่ให้ความบางเฉียบดู ทันสมัย คู่กับขุมพลังจากหน่วยประมวลผล Intel Core แล็ปท็อป Yoga Slm 7 ยังมาพร้อมจอ แพนแนลแบบกระจกและกล้อง IR ตัวเครื่องมีขนาดบางเพียง 13.9 มิลลิเมตร หนักเพียง 1.23 กก. และหน่วยความจำสูงสุด 16GB LPDDR4X หน่วยความจุ 1TB SSD PCIe (Gen 4) M.2 และหน้าจอสบายตายิ่งขึ้นด้วยสัดส่วนที่ขยายขึ้น 91% รองรับ 100% sRGB และ Dolby Vision เสริมสร้างการรับชมขั้นสุด

พร้อมโหมด Eye Care ซึ่งผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก TUV Rheinland เพื่อปกป้องสายตาคุณจาก แสงสีฟ้าอีกด้วย

เพลิดเพลินไปกับอีกขั้นของความบันเทิงด้วยลำโพง Harman และระบบเสี่ยง Dolby Atmos พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 50 วัตต์ ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอด 16 ชั่วโมง และเทคโนโลยี Rapid Charge Boost เวอร์ชั่นล่าสุด พร้อมฟีเจอร์ที่รองรับการเชื่อมต่อขั้นสูงอย่าง Bluetooth 5, Intel Thunderbolt 4 Type-C พอร์ต เพื่อการเชื่อมต่อและโอนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งรองรับ Wi-Fi 6 (Gig+) ที่ให้ความเร็วกว่า W-Fi ทั่วไปถึง 3 เท่า ปิดท้ายด้วยตัวเลือกสีระหว่าง Slate Grey หรือ Ochid และแผ่นหลังสีคีย์บอร์ดที่แมทช์กับตัวเครื่อง

ผสมผสานนวัตกรรม 2 in 1 ที่สร้างความประทับใจจากทุกมุมมอง

ยกระดับประสบการณ์การใช้แล็ปท็อปให้เต็มที่ยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบที่ทำให้ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ใน หลากหลายรูปแบบ อาทิ โหมดแล็ปท็อป, เต็นท์, แท็บเล็ต และสแตนด์ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานที่ แตกต่างกันไป

Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ

Yoga 7i แล็บท็อปรุ่นใหม่แบบ 2-in-1 ที่ได้รับการออกแบบให้หน้าจอมีขอบโค้งมน ให้ความรู้สึกสะดวกสบายเมื่อหยิบใช้งาน มาพร้อมหน้าจอสัมผัสที่กว้าง ให้รายละเอียดคมชัดระดับสูงบนหน้าจอขนาด 14 นิ้ว รองรับเทคโนโลยี Dolby Vision ที่ช่วยให้การนำเสนอผลงานได้ภาพที่คมชัด และมีสีสันที่น่าหลงใหล

ให้ประสิทธิภาพการประมวลผล การเชื่อมต่อและโอนถ่ายข้อมูลที่เร็วและแรงด้วยพอร์ต Thunderbolt 4 ถึง 2 พอร์ต พร้อมพื้นที่ความจำขนาดใหญ่สูงถึง 16GB DDR4 และความจุข้อมูลสูงสุดถึง 1TB SSD PCIe M.2 แล็บท็อปรุ่นนี้มีให้เลือกถึง 2 สีด้วยกันคือสี Slate Grey และสี Dark Moss มาพร้อมกับลูกเล่น คีย์บอร์ดเรืองแสง

แล็ปท็อป Yoga i7 มาพร้อมโปรเซสเซอร์ Intel ใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้การทำงานกราฟิกของคุณลื่นไหล เพื่อประสิทธิภาพที่โดดเด่นเหนือใครและเพื่อการทำงานที่ดีขึ้น แบตเตอรี่ขนาด 71 วัตต์ ใช้งานได้ ยาวนานถึง 13 ชั่วโมง เครื่องมีขนาดบางเพียง 17.7 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 1.43 กิโลกรัม

เต็มโสตการได้ยินกับคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมจากลำโพงที่ออกแบบให้หันหน้าเข้าหาผู้ใช้ ทั้งยังมาพร้อม เทคโนโลยี Dolby Atmos เครื่องยังรองรับการใช้งาน fingerprint reader และระบบบู๊ทส์เครื่องให้พร้อมใช้เพียงแค่เปิดฝาพับ ระบบ TrueBlock privacy shutter ให้ความปลอดภัยในการใช้งานกล้องเว็บแคม อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมอย่างปากกา active pen สำหรับการเขียนงาน หรือจะแก้ไขภาพก็ทำได้อย่างคล่องตัว

ความสามารถที่มาพร้อมสไตล์กับ Yoga Slim 9i และ Yoga 9i

Yoga Slim 9i และ Yoga 9i มาพร้อมดีไซน์ที่บางและน้ำหนักที่เบาในสไตล์ convertible ซึ่งสามารถพับจอได้ 360 องศา ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ 14 นิ้ว และฝาเครื่องที่หุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ ผ่านการออกแบบมาให้พกพาสะดวก ดีไซน์สวยงาม ให้ประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงและใช้งานต่อเนื่องได้นาน

Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ
Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ

Yoga 9i ซีพียู Intel รุ่นใหม่ล่าสุดและกราฟิกที่ใช้สถาปัตยกรรม Intel X เครื่องจึงประมวลผลได้เร็วและแรง Yoga Slim 9i และ Yoga 9i เป็นแล็ปท็อปรุ่นแรกของเลอโนโวที่มาพร้อมฝาจอหุ้มหนังแท้สีดำ โดยตัวฝาจอผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อผลิตยานอวกาศจึงให้น้ำหนักเบา ทนทานกว่าวัสดุทั่วไป

แผ่นหนังที่หุ้มอยู่ที่ฝาเครื่องนั้นผ่านกระบวนการติดแผ่นหนังเข้ากับฝาจอแบบพิเศษถึง 20 ขั้นตอน จึงช่วย รักษารูปทรง และลายตามธรรมชาดิเดิมของแผ่นหนัง ทำให้แล็ปท็อปแต่ละเครื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การประกอบทุกขึ้นทำแบบแฮนด์เมดโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่ารายละเอียดเล็กน้อยต่าง ๆ จะไม่ถูกมองข้าม แผ่นหนังมีการประทับโลโก้ Yogล ด้วยความร้อน ต่อด้วยการแปะแผ่นสะท้อนแสงลงบนโลโก้ เพื่อเพิ่มความโดดเด่น ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ในมาตรฐานของหนังที่เลอโนโวเลือกใช้ เพราะแค่ละเครื่องผ่าน การตรวจสอบแล้วว่าทนทานต่อการใช้งานที่เกิดขึ้นทั่วไปในชีวิตประจำวัน อาทิ วางใต้แสง UV, การใช้แรงดึงสูงสุด 3 กก. โดยวัสดุหนังที่เลอโนโวเลือกใช้มาจากผู้พัฒนาเครื่องหนังชั้นนำ ที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ยอดนิยมในปัจจุบัน

Yoga Slim 9i เป็นหนึ่งในแล็ปท็อประดับพรีเมียมที่บาง และเบาที่สุดของเลอโนโว ด้วยขนาดเพียง 13.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 1.26 กิโลกรัม

สัมผัสอีกระดับของภาพและเสียงที่เหนือกว่า ด้วย Dolby Vision ที่ให้ภาพสีสดใส และระบบ Dolby Atmos ที่ให้เสียงดังชัดเหมือนจริง ผ่านลำโพงคู่หน้าบน Yoga 9i หรือผ่าน Rotating Sound Bar ซึ่งได้รับการ ปรับปรุงใหม่บน Yoga 9i การปรับปรุงดำนดีไซน์ครั้งนี้รวมไปถึง sound tunnel ที่ใหญ่ขึ้น และตำแหน่ง ลำโพงที่เหมาะสม ให้เสียงชัดเจนไม่ว่จะอยู่ในโหมดไหน Yoga Slim 9 ที่มีหน้าจอ UHD ยังมี 3D Curved-edge Display ซึ่งเป็นตัวเลือกระดับพรีเมียม เพื่อรูปลักษณ์ที่ดูคล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจ มาจากขอบหน้าจอสมาร์ทโฟน

ตอบสนองรวดเร็วทุกสัมผัส

หน้าจอของ Yoga Slim 9i แล Yoga 9i เป็นหน้าจอสัมผัสที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย โดย Yoga 9i มาพร้อม หน้าจอสูงสุด 4K IPS VESA DisplayHDR 400 และตัวเลือกวัสดุโลหะ หนักเพียง 1.37 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังมีโหมด Eye Care ของโปรแกรม Lenovo Vantage ช่วยปกป้อง และถนอมสายตาของผู้ใช้ขณะทำงานเป็นเวลานาน ด้วยการปรับโทนสีของหน้าจอ

เพื่อการจัดการความร้อนที่มีประสิทธิภาพ เลอโนโวได้เพิ่มระบบระบายความร้อนที่ด้านล่างของแป้นพิมพ์บน Yoga 9i ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิของเครื่องลงได้โดยเฉลี่ยถึง 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังเพิ่มขนาดของช่องระบายความร้อนที่ซ่อนอยู่ด้านหลังบานพับแบบหมุนของเครื่อง และลดความหนาของใบพัดลม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

เครื่องรองรับการใช้งาน Windows Ink และการใช้งานปากกา active pen ที่มีขนาดพอดีกับมือผู้ใช้ทั้งยังสามารถชาร์จได้เมื่อเสียบเข้าไปในเครื่องเวลาที่ไม่ได้ใช้จดโน๊ตหรือวาดรูป สำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสของการใช้งานแบบปากกาจริงจะชื่นชอบกับยางจับบนด้ามปากกาใหม่ที่ให้ส้มผัสที่นุ่มนวล สบายมือกว่าเดิม

นอกจากนี้เครื่องยังมาพร้อม Glass Palm Rest แบบขอบจรดขอบสุดพรีเมียม ให้สัมผัสที่นุ่มนวลเมื่อวางมือ ทัชแพด Smart Sensor Touchpad ที่มีการสั่นเมื่อกดสร้างความรู้สึกเหมือนการคลิกจริง นอกจากนี้เราได้เพิ่มขนาดให้ใหญ่กว่าเดิมเกือบครึ่งหนึ่ง และเคลือบพื้นผิวด้วยสารป้องกันลายนิ้วมือ และ รอยเปื้อนต่าง ๆ และระบบอ่านลายนิ้วมือแบบกันน้ำ Ultrasonic Fingerprint Reader ที่ทำงานได้ดีเยี่ยมแม้เมื่อมือเปียกชื้น

สไตล์ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น

Lenovo ขนแบรนด์ YOGA แล็ปท็อประดับพรีเมียมไลน์อัพใหม่มาเปิดตัวในไทยเพียบ

Lenovo Yoga Duet 7i คือแล็ปท็อป 2-in-1 ระดับพรีเมียมรุ่นแรกของ Yoga ที่มาพร้อมคีย์บอร์ด Bluetooth (5.0) แบบเรืองแสงที่สามารถถอดแยกออกจากตัวเครื่องได้ (detachable) ตอบโจทย์การทำงานแบบฟรีสไตล์ที่ยึดหยุ่นและคล่องตัวด้วยขาตั้งเครื่องที่สามาถปรับระดับตามการใช้งานให้เหมาะสม

ทั้งการใช้งานทั่วไปผ่านหน้าจอและคีย์บอร์ด หรือการเขียนด้วยหน้าจอและปากกา ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.16 กิโลกรัม (รวมเคส folio) รองรับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วด้วย Wi-Fi 6

Lenovo Yoga Duet 7i อัดแน่นด้วยฟีเจอร์สุดอัจฉริยะ อาทิ การ Login ด้วยใบหน้าผ่านกล้องอินฟาเรด (Infrared Camera) กับ Windows Hello ที่นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้วยังให้ความรวดเร็วกว่าการพิมพ์รหัสผ่านถึง 3 เท่า ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ 10th Gen Intel Core i7 และกราฟิก Intel UHD จึงให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่เต็มขั้น ให้การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และให้อรรถรสความบันเทิงสุดล้ำ ผ่านหน้าจอ IPS 2K ขอบบาง แบบสัมผัสขนาด 13 นิ้ว มี sRGB 100% ให้โทนสีคมชัด สมจริงบนความสว่าง 450 nits ตัวเครื่องมาในสีเทา Slate Grey และสีม่วงเหลือบแดง Orchid เคลือบผิวสัมผัสเมทัลให้ความสวยงามสะดุดตา

ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงด้วยขาตั้งเครื่องที่สามารถปรับองศาให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน ทั้งการสเก็ตช์ภาพหรือจดบันทึกการประชุมด้วยปากกาดิจิทัล หรือจะก้าวกระโดดไปใช้ปากกาอัจฉริยะ Lenovo E-Color Pen ที่นอกเหนือจากความสมารถในการรองรับการชาร์จแบตเตอรี่เพื่อการใช้งาน ยังมาพร้อม เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถเลียนแบบสีจากวัตถุรอบตัวคุณ เพียงแค่นำปากกาไปแตะที่พื้นผิวในขณะที่กด เบา ๆ เท่านี้ก็สามารถนำสีนั้น ๆ มาใช้บนโปรแกรมอย่าง Adobe Photoshop, Adobe InDesign หรือ Adobe Illustrator ได้อย่างง่ายดาย

เต็มอรรถรสภาพและเสียงเพื่อความบันเทิงด้วย Dolby Audio และ Dolby Vision และหน่วยความจำ ตัวเลือกสูงสุด 16 GB DDR4 และความจุตัวเลือกสูงสุด 1 TB PCle SSD แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 10.8 ชั่วโมง ยืดอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยนานขึ้น 20% ด้วยฟังก์ชัน AI อัจฉริยะที่อยู่ในตัวเครื่องเมื่อตั้งค่าการใช้งานแบบกลางผ่านฝีเจอร์ Q-Control Intelligent Cooling ของ Lenovo

Mi ประกาศจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ Mi Smart Speaker เชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ในบ้านได้

เปิดตัว Mi Smart Speaker ลำโพงอัจฉริยะเครื่องแรกสำหรับตลาดโลกในประเทศไทยแล้ววันนี้ ตัวลำโพงอัจฉริยะมาพร้อม Google Assistant™ ในตัว Mi Smart Speaker เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานถามคำถามต่าง ๆ มากมาย ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับความบันเทิง วางแผนกิจวัตรประจำวัน ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านและอื่น ๆ อีกมากมายแบบแฮนด์ฟรี

เสียวหมี่ประกาศจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ Mi Smart Speaker เชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ในบ้านได้

ผู้ใช้สามารถแคสต์เพลงโปรดจากอุปกรณ์อัจฉริยะโดยใช้ Chromecast™ และเพลิดเพลินไปกับคุณภาพเสียงที่คมชัดด้วยลำโพงขนาดใหญ่ถึง 12W และการรองรับเสียง DTS แบบกำหนดเอง สำหรับดีไซน์นั้นก็สวยงามกะทัดรัด เหมาะกับทุกมุมของบ้าน ตัวเครื่องยังมาพร้อมผิวโลหะแบบดูดีมีระดับและการออกแบบแบบมินิมอล นอกจากนี้ยังมีแผงสัมผัสหรือ touch panel ที่เรียบง่ายและวงแหวนไฟ LED ที่ด้านบน เมื่อทำงานวงแหวน LED จะแสดงการทำงานด้วยการกะพริบไฟในชุดสีที่ต่างกัน

เสียวหมี่ประกาศจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ Mi Smart Speaker เชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ในบ้านได้
เสียวหมี่ประกาศจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ Mi Smart Speaker เชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ในบ้านได้
เสียวหมี่ประกาศจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ Mi Smart Speaker เชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ในบ้านได้

Mi Smart Speaker ราคาเพียง 1,690 บาท เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ณ ร้าน Banana IT, TG FONE, Jaymart ช่องทางออนไลน์ผ่าน Lazada, JD Central, Shopee ร้าน Mi Store และตัวแทนจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ 

เสียวหมี่ประกาศจำหน่ายลำโพงอัจฉริยะ Mi Smart Speaker เชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ในบ้านได้

สเปกลำโพงบลูทูธ Mi Smart Speaker

  • ขนาด: 131 x 104 x 151 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 842 กรัม
  • แสดงผลผ่านไฟวงแหวน LED
  • ระบบปฏิบัติการ Amlogic A113X 4-core A53, ความจุ 256MB, RAM 512MB
  • ลำโพงขนาดใหญ่ 12W
  • ไมโครโฟนในตัว 2 จุด
  • รองรับเสียง DTS แบบกำหนดเองได้
  • รองรับสกุลไฟล์เสียง HE-AAC, LC-AAC, MP3, Vorbis, WAV(LPCM), Opus, FLAC และ high-resolution streams (24-bit/96KHz)
  • เชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4 GHz/5 GHz, Bluetooth 4.2 (BLE), Google Home App เพื่อใช้งานแบบรีโมตระยะไกล
  • ชาร์จไฟ 12V/1.5A, DC Power Jack

SAMSUNGเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Galaxy A42 5G (กาแลคซี่ เอ 42 5G) สายพันธุ์สปีด แรงทุกสเปค ที่สุดแห่งความเร็วแรงบนชิปเซ็ตล่าสุด พร้อมสัมผัสประสิทธิภาพอันทรงพลัง รวมถึงโดดเด่นด้วยดีไซน์ ฟีเจอร์และนวัตกรรมที่เร็วแรงที่สุดในตระกูล เอ ซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 750G มาพร้อม RAM 8GB การเชื่อมต่อเร็วแรงระดับ 5G และแบตเตอรี่ 5,000 mAh ที่ใช้งานได้ตลอดวัน ให้คุณเป็นเจ้าของในราคาเพียง 11,990 บาท

ซัมซุงเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท

เร็วสุด แรงสุดบนชิปเซ็ตล่าสุด Snapdragon 750G

Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟนที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความเร็ว แรง ท้าทายทุกข้อจำกัด ด้วยประสิทธิภาพของชิปเซ็ต Snapdragon 750G ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผลแบบ Octa-core ให้ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 2.2 GHz ช่วยให้ประมวลผลเร็วแรง RAM 8GB รวมถึงสัญญาณ 5G โดยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ส่งผลให้การประมวลผลเร็วและแรงขึ้น ถูกใจคอเกมอย่างที่สุดกับการแสดงผลกราฟฟิกอันสมจริง การใช้งานที่เร็วและแรง ไหลลื่นไม่มีสะดุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้แสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ในทุกแมตช์สำคัญ นอกจากนี้ Galaxy A42 5G ยังพร้อมให้ดาวน์โหลดเกมหรือจัดเก็บข้อมูลภายในเครื่องได้มากถึง 128GB และสามารถเพิ่มความจุได้เพิ่มเติมด้วย microSD card

ซัมซุงเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท
ซัมซุงเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท
ซัมซุงเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท

ดาวน์โหลดเร็วที่ 3,700 Mbps ด้วยเทคโนโลยี 5G 

ส่งมอบนวัตกรรมที่จะมาปฏิวัติการใช้ชีวิตของผู้คน กับ เทคโนโลยี 5G ด้วย Galaxy A42 5G ผู้ใช้จะได้เต็มอิ่มไปกับการสื่อสารผ่านการเชื่อมต่อที่เร็วและแรงในสมาร์ทโฟนระดับกลาง จากความสามารถในการดาวน์โหลดและอัปโหลดคอนเทนต์ที่มีความละเอียดสูงผ่านสัญญาณ 5G ที่รองรับได้สูงสุดถึง 3,700 Mbps โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะทำให้ประสบการณ์ในการรับชมคอนเทนต์ไลฟ์สตรีมมิ่งความละเอียดสูงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยภาพแบบเรียลไทม์ที่คมชัด ไร้การหน่วง หรือแม้กระทั่งดาวน์โหลดภาพยนต์ ซีรีส์ คลิปวิดีโอ แมทช์กีฬาสำคัญได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที

ซัมซุงเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท

ชาร์จเร็ว แบตอึด ใช้งานต่อเนื่อง 27 ชั่วโมง

ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงอย่างไร้ขีดจำกัดผ่านหน้าจอ Infinity-U ขนาด 6.6 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี Super AMOLED ให้ภาพคมชัด สีสันโดดเด่นสะดุดตา เต็มอิ่มกับทุกคอนเทนต์ทั้งบน Netflix หรือ YouTube ด้วยความรู้สึกเสมือนกำลังรับชมอยู่ในโรงภาพยนตร์ รวมถึงไม่ต้องกังวลว่าดูซีรีส์ต่อเนื่องแล้วแบตจะหมด เพราะ Galaxy A42 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 5,000 มิลลิแอมป์ ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานสูงสุดถึง 27 ชั่วโมง พร้อมยังรองรับการชาร์จเร็ว 15 วัตต์ ให้ผู้ใช้งานสนุกกับความบันเทิงบนสมาร์ทโฟนได้อย่างจุใจตลอดวัน โดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์ให้หนักกระเป๋า

ซัมซุงเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท

สนุกกับการถ่ายภาพได้ครบในเครื่องเดียว

นอกจากนี้ Galaxy A42 5G ยังคงสะท้อนตัวตนของคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและโลกโซเชียล ด้วยการนำเสนอกล้องหลังถึง 4 ตัว เพื่อตอบโจทย์ครบทุกสไตล์การถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ให้คุณเก็บภาพได้คุณภาพสูง คมชัด พร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ กล้องอัลตร้าไวด์ 8 ล้านพิกเซล เพื่อเก็บภาพมุมกว้าง 123 องศา พร้อมถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้สวยไม่แพ้ใครด้วยกล้อง Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รวมถึงเก็บรายละเอียดเล็กๆ มุมใกล้ในระยะชัดลึกได้ดั่งตาเห็นด้วยกล้องมาโคร 5 ล้านพิกเซล ดังนั้นไม่ว่าคุณจะต้องการภาพถ่ายแบบไหน สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน

ซัมซุงเปิดตัวมือถือ Galaxy A42 5G เร็วแรงที่สุดใน Galaxy A ในราคาเพียง 11,990 บาท

Samsung Galaxy A42 5G สายพันธุ์สปีด แรงทุกสเปค สมาร์ทโฟน 5G รุ่นล่าสุดจากซัมซุง พร้อมให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ความเร็ว แรง แล้วตั้งแต่วันนี้ มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Prism Dot Black, Prism Dot White และ Prism Dot Gray ในราคาเพียง 11,990 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-a/galaxy-a42-5g-black-8-gb-sm-a426bzkhthl บอกเลยว่ากาแลคซี่แฟน ห้ามพลาด!

หลุดเพิ่ม! ว่าที่แท็บเล็ต Surface Pro 8 ที่ทาง Microsoft กำลังพัฒนาในชื่อ Surface Pro Carmel

หลังจากที่มีข้อมูลและภาพหลุดของว่าที่แท็บเล็ต Surface Pro 8 บนเว็บไซต์ eBay ต่อมาก็มีภาพหลุดตัวเครื่องของ Surface Pro 8 อีกครั้ง

แหล่งข่าวระบุว่า Surface Pro 8 เป็นแท็บเล็ตรุ่นเดียวกับแท็บเล็ตที่ทาง Microsoft ใช้ชื่อพัฒนาว่า Surface Pro Carmel ซึ่งเจ้า Carmel ถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้เป็นปีๆ แล้ว แต่ไม่เคยมีการเปิดตัวหรือปรากฏข้อมูลใดๆ เลย แต่กลับมา Surface Pro 7 เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 (พ.ศ. 2562) แทน

หลุดเพิ่ม! ว่าที่แท็บเล็ต Surface Pro 8 ที่ทาง Microsoft กำลังพัฒนาในชื่อ Surface Pro Carmel
หลุดเพิ่ม! ว่าที่แท็บเล็ต Surface Pro 8 ที่ทาง Microsoft กำลังพัฒนาในชื่อ Surface Pro Carmel
หลุดเพิ่ม! ว่าที่แท็บเล็ต Surface Pro 8 ที่ทาง Microsoft กำลังพัฒนาในชื่อ Surface Pro Carmel

ส่วนโปรเจคต์ Surface Pro Carmel แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า จะได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดและเปิดตัวตั้งแต่ปี 2019 (พ.ศ. 2561) แต่สุดท้ายก็น่าจะเลื่อนกำหนดการเปิดตัวออกไปอีกครั้ง ส่วนภาพหลุดตัวเครื่องที่ออกมานั้น กลับมีดีไซน์ที่คล้ายกับ Surface Pro 7 รวมถึงขนาดหน้าจอ แต่ข้อมูลสเปกที่หลุดออกมานั้นคือรุ่นอัปเกรดแล้ว ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10, โปรเซสเซอร์ Intel Tiger Lake Core i7-1165G7 รุ่นที่ 10, RAM 32GB หน่วยความจำแบบ SSD 1TB รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi Bluetooth และอื่นๆ

แม้จะมีทั้งภาพหลุด ทั้งสเปกออกมาแล้ว แต่คาดว่า Surface Pro Carmel จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปีนี้แน่นอน หรือจะเปิดตัวในปีหน้าก็ต้องติดตามกันอีกที หรือถ้ารอไม่ไหว ซื้อ Surface Pro X ใช้ไปก่อนก็ได้นะ
ที่มา : www.windowslatest.com , www.reddit.com


Samsung ออกอัปเดตใหม่ให้ Galaxy S20 FE แก้ปัญหาความเสถียรของหน้าจออย่างต่อเนื่อง

หลังจากเปิดตัวและวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S20 FE ไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลายๆ คนก็น่าจะตื่นเต้นดีใจไปตามๆ กันที่ได้สมาร์ทโฟนฟีเจอร์จัดเต็มในราคาโดนใจ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ใช้ Galaxy S20 FE ทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างก็ประสบปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือ หน้าจอสัมผัสตอบสนองเพี้ยนจากจุดที่ต้องการขณะเล่นเกม

ซึ่งทางซัมซุงได้ตัดสินใจส่งการอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดอย่าง G781BXXU1ATK1 ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีอัปเดตเวอร์ชันรหัส G781BXXU1ATJ1 แล้ว โดยการอัปเดตซอฟต์แวร์นี้จะช่วยแก้ไขปัญหาหน้าจอทัชเพี้ยนที่ส่งผลต่อการใช้งานของผู้ใช้บางส่วน แต่ทางซัมซุงเองก็ยอมรับว่า การอัปเดตซอฟต์แวร์ครั้งนี้ยังแก้ปัญหาได้ไม่ครบทุกจุด

Samsung ออกอัปเดตใหม่ให้ Galaxy S20 FE แก้ปัญหาความเสถียรของหน้าจออย่างต่อเนื่อง

ส่วนผู้ใช้ในต่างประเทศที่อัปเดตซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดแล้ว ก็ออกมาให้ความเห็นว่า ปัญหาการตอบสนองหน้าจอขณะเลื่อนและซูมเข้าซูมออกยังมีบ้าง แต่เรียกได้ว่าน้อยลง หากทำให้การเลื่อนหน้าจอทำได้ราบรื่นกว่านี้ก็จะดีกว่า ส่วนผู้ใช้ชาวไทย อย่าลืมไปเช็คเมนู Software Update บน Galaxy S20 FE ของคุณด้วยนะ เพราะทางซัมซุงปล่อยซอฟต์แวร์มาให้อัปเดตกันแล้ว
ที่มา : www.gsmarena.com , www.reddit.com

รวมรายชื่อของสมาร์ทโฟน Android ที่สามารถอัปเดต Android 11 มาใช้งานได้

หลังจากที่ทาง Google ได้ปล่อย Android 11 เวอร์ชันเต็มออกมาให้ผู้ใช้ Google Pixel ได้ใช้งานกันไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็ทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android หลายๆ คนเกิดคำถามขึ้นมาว่า “เมื่อไรจะสามารถอัปเดต Android 11 มาใช้งานได้เสียที?”

เพราะระบบปฏิบัติการอย่าง Android นั้นมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ไม่ได้ผูกขาดอยู่กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น จึงทำให้วันเวลาในการปล่อยอัปเดตระบบของสมาร์ทโฟน Android แต่ละเจ้านั้นมีความแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของบริษัทนั้นๆ

สำหรับผู้ใช้ Android ที่ต้องการทราบช่วงเวลาและรายชื่อรุ่นของสมาร์ทโฟนที่รองรับการอัปเดต Android 11 ก็สามารถ เลือกดูตามรายชื่อค่ายของสมาร์ทโฟน Android ได้ ดังนี้

  • Google Pixel

ในส่วนของสมาร์ทโฟนของ Google อย่าง Pixel นั้น ทางบริษัทระบุว่านอกจาก Pixel 4a 5G และ Pixel 5 ที่เปิดตัวล่าสุดพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 แล้ว สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ของ Google เองก็สามารถใช้งาน Android 11 เวอร์ชันเต็มได้แล้วเป็นที่เรียบร้อยเช่นกันรายชื่อ Pixel ที่รองรับการใช้งาน Android 11   

  • Samsung

หลังจากที่ Google ปล่อย Android 11 ออกมาไม่นาน ทาง Samsung เองก็ได้ปล่อยทดสอบการใช้งาน One UI 3.0 (Beta) บน Galaxy S20 และ Note 20 ในบางประเทศตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อเทียบการณ์จากตารางการอัปเดตระบบปฏิบัติการของปีก่อน (Android 10) แล้วก็คาดว่าผู้ใช้ Samsung น่าจะได้เริ่มทยอยอัปเดตใช้งาน Android 11 เวอร์ชันเต็มกันในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงช่วงเดือนมกราคมปีหน้ารายชื่อสมาร์ทโฟน Samsung ที่รองรับการใช้งาน Android 11  

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในรายชื่อที่ประกาศออกมาข้างต้นนี้จะไม่มีรายชื่อของ Galaxy S9 ออกมาด้วย แต่ก็คาดว่ามันน่าจะรองรับการใช้งาน Android 11 ด้วยเช่นกัน

  • Huawei

ก่อนหน้าที่จะ เปลี่ยนไปใช้งาน HarmonyOS กันในช่วงปีหน้า ผู้ใช้ Huawei (บางส่วน) ก็สามารถดาวน์โหลดอัปเดต EMUI 11 (Android 11 ของ Huawei) มาใช้งานกันก่อนเปลี่ยนระบบปฏิบัติการได้ในเร็วๆ นี้รายชื่อสมาร์ทโฟนของ Huawei ที่ (คาดว่า) สามารถอัปเดต Android 11 ได้  

  • Xiaomi

Xiaomi ได้เริ่มปล่อยอัปเดตของ MIUI 12 (Android 11 ของ Xiaomi) ให้ผู้ใช้บางส่วนในประเทศจีนสามารถใช้งานกันได้แล้ว และกำลังทยอยเพิ่มอัปเดตให้ผู้ใช้งานในประเทศอื่นๆ ได้ใช้งานกันในเร็วๆ นี้

และจากประกาศรายชื่อสมาร์ทโฟนที่รองรับการทำงานของ Android 11 ที่ทางบริษัทปล่อยออกมาเบื้องต้นนั้นก็ถือได้ว่า Xiaomi น่าจะเป็นหนึ่งในค่ายมือถือที่ใจกว้างรองลงมาจาก Samsung เลยก็ว่าได้ เพราะได้เปิดให้ผู้ใช้สามารถอัปเดตการใช้งาน Android 11 กันอย่างทั่วถึง ทั้งรุ่นเรือธงอย่าง Mi ไปจนถึง POCO และ Redmi ถึงอย่างน้อย 30 รุ่นด้วยกันรายชื่อสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ที่สามารถอัปเดต Android 11 ได้  

  • OPPO

ในส่วนของสมาร์ทโฟนที่คุ้นหูคนไทยอีกค่ายอย่าง OPPO นั้น ทางบริษัทได้ปล่อยกำหนดการณ์พร้อมรายชื่อสมาร์ทโฟนที่สามารถอัปเดตใช้งาน ColorOS 11 (Android 11 ของ OPPO) ออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อเทียบดูแล้วก็ถือว่าเป็นอีกค่ายหนึ่งที่ใจกว้างไม่แพ้ Xiaomi เลยทีเดียวกำหนดการณ์และรายชื่อสมาร์ทโฟนของ OPPO ที่สามารถอัปเดต Android 11 ได้  

  • OnePlus

สำหรับ OnePlus ที่ทยอย ปล่อยอัปเดต OxygenOS ออกมาอยู่เรื่อยๆ นั้นก็ได้เปิดให้ผู้ใช้ OnePlus 8 และ 8Pro สามารถใช้งาน Android 11 เวอร์ชันเต็มกันได้แล้ว ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่รองรับการอัปเดต Android 11 ก็คาดว่าน่าจะทยอยเพิ่มการอัปเดตกันในเร็วๆ นี้ (ยังไม่มีการระบุช่วงเวลาการอัปเดตที่แน่ชัดออกมา)รายชื่อสมาร์ทโฟนของ OnePlus ที่สามารถอัปเดต Android 11 ได้  

  • Realme

Realme ปิดการทดสอบ Android 11 เวอร์ชัน Beta ที่ใช้ Realme UI 2.0 บน X50 Pro ไปแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะปล่อยเวอร์ชันเต็มออกมาให้ใช้งานกันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ และก็ได้มีข่าวลือเรื่องกำหนดการณ์ปล่อยอัปเดต Android 11 ออกมาแล้วบางส่วนด้วยกำหนดการณ์และรายชื่อสมาร์ทโฟนของ Realme ที่สามารถอัปเดต Android 11 ได้ (ยังไม่ได้รับการยืนยันจากบริษัท)  

  • LG

ในส่วนของสมาร์ทโฟนของ LG นั้น ทางบริษัทไม่ได้มีการพูดถึงตารางเวลาหรือช่วงเวลาในการปล่อยอัปเดต Android 11 ออกมา แต่เมื่อดูจากตารางการอัปเดตระบบปฏิบัติการที่ผ่านมาของทาง LG แล้วก็ไม่แน่ว่าเราอาจได้ใช้งาน Android 11 กันในเร็วๆ นี้รายชื่อสมาร์ทโฟนของ LG ที่ (คาดว่า) สามารถอัปเดต Android 11 ได้   

  • Motorola

ก่อนหน้านี้ใน Android 10 ทางบริษัทได้ปล่อยอัปเดตออกมาให้ใช้งานกันในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่ตอนนี้ทางบริษัทได้ทยอยปล่อยอัปเดต Android 11 เวอร์ชัน Beta ออกมาแล้ว ไม่แน่ว่าผู้ใช้อาจได้อัปเดต Android 11 มาใช้งานกันเร็วกว่าช่วงปีก่อนก็เป็นได้รายชื่อสมาร์ทโฟนของ Motorola ที่ (คาดว่า) สามารถอัปเดต Android 11 ได้  

  • Nokia

นอกเหนือไปจาก OPPO แล้ว ค่ายมือถือเก่าแก่อย่าง Nokia เองก็เป็นอีกค่ายหนึ่งที่เปิดรายชื่อพร้อมตารางการอัปเดต Android 11 ออกมาอย่างชัดเจนด้วยเช่นกันกำหนดการณ์และรายชื่อสมาร์ทโฟนของ Nokia ที่สามารถอัปเดต Android 11 ได้  
ที่มา : www.androidcentral.com , www.huaweicentral.com , www.rprna.com , nerdschalk.com

Apple Event เปิดตัว Macbook Pro, Macbook Air, Mac Mini พร้อมชิปเซ็ต M1 จากแอปเปิล

เรียกได้ว่าปี 2020 นี้เป็นปีแห่งการจัดงาน Apple Event ออนไลน์ของแอปเปิลเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเปิดตัว iPad Air รุ่นที่ 4 เปิดตัว iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นย่อย คราวนี้ก็ถึงตาของ Mac Mini และ Macbook กันแล้ว รวมถึงชิปเซ็ต M1 ตัวใหม่ที่ทางแอปเปิลผลิตเอง

สรุปงาน Apple Event เปิดตัว Macbook Pro, Macbook Air, Mac Mini พร้อมชิปเซ็ต M1 จากแอปเปิล

เริ่มด้วยพระเอกของงานอย่างชิปเซ็ต M1 ก่อนเลย จากเดิมที่คอมพิวเตอร์ของแอปเปิลใช้ชิปเซ็ตจาก Intel มาก่อน แต่ก็มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ว่าแอปเปิลตัดสินใจผลิตชิปเซ็ต Apple Silicon สำหรับคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง โดยชิปเซ็ต M นี้อัดแน่นไปด้วยทรานซิสเตอร์จำนวนมหาศาลถึง 16 พันล้านตัว หรือเรียกง่ายๆ ว่านำ CPU, GPU, Neural Engine, I/O และอีกมากมายมารวมอยู่ในชิปชิ้นเดียว ซึ่งทางแอปเปิลเคลมว่า ชิปเซ็ต M1 มีความเร็วที่แรงกว่าชิปเซ็ตระดับเดียวกัน ปรับประสิทธิภาพการทำงานให้สูงกว่า ช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้ใช้งานได้ยาวนานกว่า

สรุปงาน Apple Event เปิดตัว Macbook Pro, Macbook Air, Mac Mini พร้อมชิปเซ็ต M1 จากแอปเปิล

ต่อมาก็คือ Macbook Pro รุ่น 13 นิ้วที่เปลี่ยนมาใช้เจ้าชิปเซ็ต M1 ตัวใหม่นี้ ทางแอปเปิลระบุว่า Macbook Pro รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพของ CPU เพิ่มขึ้นสูงสุด 2.8 เท่า สามารถรันกราฟิกได้เร็วขึ้นสูงสุด 5 เท่า การเรียนรู้ของระบบผ่าน Neural Engine เร็วขึ้นสูงสุดถึง 11 เท่า และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน Mac ถึง 20 ชั่วโมง (แต่ก็ยังไม่ได้ระบุตัวเลขความจุของแบตเตอรี่แต่อย่างใด)

สรุปงาน Apple Event เปิดตัว Macbook Pro, Macbook Air, Mac Mini พร้อมชิปเซ็ต M1 จากแอปเปิล

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Macbook Air ที่สายพกพาหรือสาวๆ ที่ต้องการโน้ตบุ๊คสวยๆ บางเบารอคอย โดยแอปเปิลได้ให้นิยามของ Macbook Air รุ่นนี้ว่า “พลังหนักๆ บนความบางเบา” ส่วนหนึ่งมาจากชิปเซ็ต M1 ตัวใหม่ ทำให้ CPU ทำงานแรงขึ้น 3.5 เท่า และรันกราฟิกผ่าน GPU ได้เร็วขึ้น 5 เท่า แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 18 ชั่วโมง และทำงานเงียบแบบไม่มีเสียงรบกวนจากพัดลมอีกด้วย

สรุปงาน Apple Event เปิดตัว Macbook Pro, Macbook Air, Mac Mini พร้อมชิปเซ็ต M1 จากแอปเปิล

ปิดท้ายด้วยคอมพิวเตอร์ Mac Mini ที่ใช้ชิปเซ็ต M1 เช่นกัน มี CPU 8-Core และ GPU 8-Core มี RAM สูงสุด 16GB ความจุ 256GB และ 512GB ให้เลือก ให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 6 เท่า และช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 60%

ราคาและวันวางจำหน่าย

ทางเว็บไซต์ Apple ประเทศได้ประกาศราคาของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เปิดให้สั่งซื้อแต่อย่างใด งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

  • Macbook Pro รุ่น 13 นิ้ว ความจุ 256GB ราคา 42,900 บาท
  • Macbook Pro รุ่น 13 นิ้ว ความจุ 512GB ราคา 49,900 บาท
  • Macbook Air รุ่น 13 นิ้ว ความจุ 256GB ราคา 32,900 บาท
  • Macbook Air รุ่น 13 นิ้ว ความจุ 512GB ราคา 41,400 บาท
  • Mac Mini ความจุ 256GB ราคา 22,900 บาท
  • Mac Mini ความจุ 512GB ราคา 29,900 บาท

ที่มา : www.apple.com

นักวิจัย ‘MIT’ พัฒนา AI บนแอปพลิเคชันมือถือ ช่วยเช็ค “เสียงไอ” ของผู้เสี่ยงติดเชื้อ COVID-19

เชื่อว่าปัจจุบันคุณต้องคอยตั้งคำถามกับตัวเองแน่นอนว่า “เราติดโควิด-19 แล้วหรือยัง” ? โดยเฉพาะเมื่อคุณได้ไอ หรือ จามออกมา แต่หลายคนก็ยังคงไม่รู้คำตอบนั้น เพราะหากติดเชื้อจริง คุณจะเริ่มแสดงอาการภายใน 1-14 วัน ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะรู้ตัวเมื่อผ่านไปแล้ว 5 วัน 

แต่ด้วยเทคโนโลยีต่อไปนี้ จะทำให้ทุกคนไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเราอาจสามารถตรวจเช็คอาการไอจามของตัวเองได้ด้วย AI บนมือถือ

ระบบนี้เป็นผลงานของนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเอกชน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในสหรัฐอเมริกา ที่มีการคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยจดจำการไอของผู้มีเชื้อ COVID-19 และสามารถตรวจจับเสียงไอของผู้เสี่ยงติดเชื้อได้อย่างแม่นยำ แม้ในระยะนั้นผู้ป่วยจะ ไม่แสดงอาการของ COVID-19 เลยก็ตาม ซึ่งถูกพัฒนาด้วย Aglorithm แบบเดียวกับเครือข่ายระบบประสาทของมนุษย์ หรือ Neural Network

โดยการทำงานที่เหมือนระบบประสาทมนุษย์นั้น จะมีหน้าที่แบ่งออกไป 3 อย่าง หนึ่งระบบมีหน้าที่ตรวจจับความรุนแรงของเสียงไอ สองมีหน้าที่ตรวจจับความเคลื่อนไหวของสภาวะทางอารมณ์ที่ผู้ป่วยจะมีเมื่อติดเชื้อ และอีกหน้าที่คือ ตรวจวัดประสิทธิภาพการหายใจ วัดความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ และรายงานผล

รายงานระบุว่า AI ดังกล่าวกำลังถูกพัฒนาลงแอปพลิเคชันตัวหนึ่งเพื่อใช้กับสมาร์ทโฟน (แต่ยังไม่มีชื่อ) โดยในการทดสอบเบื้องต้น นักพัฒนาได้ให้ระบบจดจำเสียงไอจาก 10,000 ตัวอย่าง ผลลัพธ์คือระบบสามารถจดจำเสียงไอของผู้ติดเชื้อได้ 98.5 เปอร์เซ็นต์ และ จดจำเสียงไอของผู้ไม่ติดเชื้อได้แม่นยำถึง 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

แต่ถึงแม้จะมีความสามารถค่อนข้างสูง เทคโนโลยีนี้ก็คงไม่สามารถนำมาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยได้เสียทีเดียว เพราะอาการอาจมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่ทำให้มีการไอคล้ายกัน และคุณคงไม่ได้อยากให้ AI มาตัดสินว่าเป็นหรือไม่เป็น แต่มันก็น่าจะช่วยคัดกรองเบื้องต้นได้ไม่มากก็น้อย
ที่มา : news.mit.edu , www.engadget.com