Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว

ผู้ใช้อุปกรณ์ Mac ไม่จำเป็นที่จะต้องรอการตอบกลับจากทางบริษัทในการขอแลกเครื่องผ่านเว็บไซต์อีกต่อไป เพราะล่าสุดทาง Apple ได้ออกมาประกาศเพิ่มโปรแกรม แลกเครื่องสำหรับอุปกรณ์ Mac ที่ร้านค้า (Apple Store) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยผู้ใช้จะสามารถยก Mac เครื่องเก่ามา แลกรับส่วนลด ในการซื้ออุปกรณ์ Mac เครื่องใหม่ หรือเลือกรับเป็น Apple Gift Card (บัตรส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ของ Apple) ที่ Apple Store ได้ ทั้ง MacBook, iMac, Mac Pro และ Mac mini

Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว


ภาพจาก : https://www.apple.com/shop/trade-in

ทางบริษัทระบุว่าการขยายบริการโปรแกรมแลกเครื่องที่ Apple Store นั้นน่าจะช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจนำเอาเครื่องเก่ามาแลกมากขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเวลารอการดำเนินการและส่งสินค้าทางไปรษณีย์ที่ยุ่งยาก และการวอล์คอินเข้ามานี้ก็ ช่วยให้ผู้ใช้ได้มาสัมผัสและทดลองใช้งานอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Apple ขยายโปรแกรม Trade-in ให้ผู้ใช้ยกเครื่อง Mac มาแลกรับส่วนลดที่ Apple Store ได้แล้ว


ภาพจาก : https://9to5mac.com/2019/09/21/new-apple-stores-houston-bloomington-bridgewater-openings/

นอกจากนี้ ทาง Apple ยังได้อัปเดตราคาส่วนลดการแลกเครื่องของสมาร์ทโฟน Android เข้ามาภายในเว็บไซต์ของบริษัทอีกด้วย โดยในตอนนี้รับแลกเครื่องเฉพาะแค่ Samsung Galaxy, Note และ Google Pixel บางรุ่น ส่วนสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นๆ นั้นทางบริษัทก็ระบุว่า ยินดีที่จะรับรีไซเคิลให้ฟรี (สามารถเอาเครื่องเก่าไปให้ Apple ทำการรีไซเคิลได้ แต่จะไม่ได้รับส่วนลดจากทางบริษัท)

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมแลกเครื่อง Mac ที่ Apple Store นั้นได้นำร่องการบริการในสหรัฐอเมริกา (15 มิถุนายน) และแคนาดา (18 มิถุนายน) เท่านั้น ในส่วนของ Apple Store ของประเทศอื่นๆ นั้นต้องรอการประกาศอีกทีหนึ่ง
ที่มา : www.engadget.com , www.bloomberg.com , www.apple.com

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้

เลอโนโว ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกมมิ่งแลปทอปและเดสก์ท็อปตระกูล Lenovo Legion รุ่นใหม่ในประเทศไทย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้ทั่วประเทศ โดยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่ใหม่ประกอบไปด้วยแลปทอป: Lenovo Legion 7i, Legion 5Pi, Lenovo Legion 5i, Lenovo Legion 5, Lenovo IdeaPad ™ Gaming 3i และเกมมิ่งทาวเวอร์: Lenovo Legion Tower 5i

เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในประเทศ และเหนือกว่าทุกบริการหลังการขายที่เคยมีมาในผลิตภัณฑ์เกมมิ่ง ด้วยแพ็กเกจบริการหลังการขาย Unbeatable Protection เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การเล่นเกมและการใช้เครื่องแบบครบวงจร เพื่อแฟนๆ Lenovo Legion จะมั่นใจได้ว่าเมื่อซื้อ Lenovo Legion จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดจากทีมงานคุณภาพ

Unbeatable Protection Package ประกอบด้วย:

  • รับประกันการใช้งานทั่วโลก 2 ปี*
  • บริการแบบ onsite service เข้าตรวจเช็คสภาพหน้างานภายใน 2 วันทำการ (2 ปี)*
  • ศูนย์บริการข้อมูล Call center support  ให้บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน (2 ปี)*
  • มีเครื่องสำรองให้ใช้ระหว่างรอซ่อม (2 ปี)*
  • นำเครื่องเข้าซ่อมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง หากเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ พร้อมการสนับสนุนด้านชิ้นส่วนและบริการ 100% กับบริการ Accidental Damage Protection (2 ปี)*

พิเศษสำหรับผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion 2020 รุ่นใหม่ รวมถึง Lenovo IdeaPad Gaming 3i จะได้รับแพ็คเกจ Unbeatable Protection ฟรีทันที!

1. Lenovo Legion 7i

Lenovo Legion 7i (15 นิ้ว) เกมมิ่งแลปทอประดับพรีเมี่ยมสำหรับเกมเมอร์ตัวจริง ประสิทธิภาพการประมวลผลขั้นสุด ภาพละเอียดคมชัดทุกสีสัน ดีไซน์เพรียวบาง ไร้ความกังวลเรื่องความร้อนด้วยเทคโนโลยีพิเศษจากเลอโนโว ที่สุดแห่งความพรีเมี่ยมกับ

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i9 H-Series เจนเนอเรชั่น 10 (โอเวอร์คล็อก)
  • ตัวเลือกการ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2080 SUPER พร้อม Max-Q Design เพื่อขั้นสุดของประสิทธิภาพและความสมจริง
  • ตัวเลือกจอแสดงผล Full HD ขนาด 15 นิ้ว (1920 x 1080) พร้อมค่าสี Adobe sRGB 100% เพื่อภาพสีสวยแม่นยำ
  • ตัวเลือกหน่วยความจำสูงสุด DDR4 32GB / ตัวจัดเก็บข้อมูล PCIe SSD สูงสุด 1TB
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% และระบบ Corsair iCUE ช่วยให้ปรับสีคีย์บอร์ดได้มากถึง 16 ล้านสี
  • Lenovo Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • Dolby Vision และ VESA DisplayHDR 400 / Dolby Atmos / Intel Wi-Fi 6
  • น้ำหนัก 2.1 กก. / แบตเตอรี่ 80Whr (วัตต์-ชั่วโมง)

ราคาเริ่มต้นที่ 99,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo Legion 7i

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง recon Legion ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,990 บาท)
  • บันเดิลเกม Intel Tom Clancy’s The Division™ 2 Gold Edition (มูลค่า 1,340 บาท)

2. Lenovo Legion 5Pi

Lenovo Legion 5Pi (15 นิ้ว) เกมมิ่งแลปทอปอันทรงพลังในตระกูลซีรีย์ 5 ที่เน้น performance ของเครื่องเป็นหลัก เครื่องมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง แบบจัดเต็มเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด ตอบสนองความต้องการผู้เล่น eSports สายแข็ง อาทิ

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7 H-Series เจนเนอเรชั่น 10
  • ตัวเลือกการ์ดจอสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 2060
  • จอแสดงผล IPS Full HD ขนาด 15 นิ้ว (1920 x 1080) พร้อมค่าสี Adobe sRGB 100% และความสว่างสูงสุด 500 nits
  • หน่วยความจำ DDR4 32GB / ตัวจัดเก็บข้อมูล PCIe SSD สูงสุด 1TB
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% สร้างขึ้นมาให้ตอบสนองได้ภายในเวลาน้อยว่า 1 มิลลิวินาที
  • Lenovo Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • Intel Wi-Fi 6 / ตัวเลือก refresh rate สูงสุด 240Hz / VESA DisplayHDR 400 และ Dolby Vision / Dolby Atmos และลำโพง Harman Kardon
  • น้ำหนัก 2.5 กก. / แบตเตอรี่ 80Whr (วัตต์-ชั่วโมง) ชาร์จจาก 0 ถึง 50% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีด้วยระบบ Rapid Charge Pro
  • ดีไซน์มินิมอล โลโก้ตัว “Y” สีขาว

ราคาเริ่มต้นที่ 49,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo Legion 5Pi

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง recon Legion ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,990 บาท)
  • บันเดิลเกม Intel Tom Clancy’s The Division™ 2 Gold Edition (มูลค่า 1,340 บาท)

3. Lenovo Legion 5i

Lenovo Legion 5i แลปทอปเกมมิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากเลอโนโว ที่มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดจาก Intel และขุมพลังการ์ดจอจาก NVIDIA เพื่อให้เหล่าเกมเมอร์ได้สัมผัสกับประสบการณ์การเล่มเกมที่เหนือกว่า โดยมีตัวเลือกขนาดหน้าจอทั้งหมด 2 ขนาด ระหว่าง 15 นิ้ว หรือ 17 นิ้ว

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ผสานพลังการเล่นแบบไร้ขีดจำกัดด้วยตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7 H ซีรีส์ เจนเนอเรชั่น 10
  • ตัวเลือกการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 เพื่อมอบประสบการณ์การเกมมิ่งขั้นสูงสุด ด้วยความแรงที่สูงกว่าเดิม และสมจริงมากกว่า
  • ตัวเลือกจอแสดงผล IPS ขนาด 17 นิ้ว (Full HD 1920 x 1080) ที่มีความสว่างสูงถึง 300 nits และหน้าจอ IPS ขนาด 15 นิ้ว (Full HD 1920 x 1080) ที่มีความสว่าง 300 nits และมีความแม่นยำสี sRGB สูงสุดถึง 100%
  • ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวด้วยอัตราการรีเฟรช 144Hz ให้การเล่นเกมลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด
  • หน่วยความจำ DDR4 ขนาดสูงสุด 32GB และ SSD ขนาดสูงสุดถึง 1TB PCIe
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% สร้างขึ้นมาให้ตอบสนองได้ภายในเวลาน้อยว่า 1 มิลลิวินาที
  • Lenovo Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • เทคโนโลยี Q Control 3.0 สำหรับการเลือกปรับโหมดได้ด้วยตนเอง ระหว่างโหมดการรักษาอุณหภูมิ Quiet, Balance และ Performance
  • มาพร้อมมาตรฐานภาพ VESA DisplayHDR 400 เทคโนโลยี Dolby Vision ระบบเสียงอันคมชัด Dolby Atmos และ รองรับ Wi-Fi 6
  • น้ำหนัก 2.98 กิโลกรัมสำหรับขนาด 17 นิ้ว และ 2.5 กิโลกรัม สำหรับขนาด 15 นิ้ว
  • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 60Whr สามารถให้พลังงานได้นานถึง 6 ชั่วโมง ด้วยระบบ Rapid Charge Pro

ราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo Legion 5i

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง Lenovo Gaming ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,290 บาท *)
  • บันเดิลเกม Intel Games bundle Tom Clancy’s The Division™ 2 Gold Edition (มูลค่า 1,340 บาท*)

4. Lenovo IdeaPad Gaming 3i

Lenovo IdeaPad Gaming 3i (15 นิ้ว) เป็นเกมมิ่งแลปทอประดับเริ่มต้น เหมาะสำหรับนักเล่นมือใหม่ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมด้วยฟีเจอร์อันชาญฉลาดต่าง ๆ อาทิ

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7 H-Series ซีรีส์ เจนเนอเรชั่นที่ 10
  • ตัวเลือกการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti
  • จอแสดงผล IPS ขนาด 15 นิ้ว (Full HD 1920 x 1080) ที่มาพร้อมขอบจอบาง
  • ตัวเลือกอัตราการรีเฟรชที่ 120Hz เพื่อขจัดปัญหาภาพฉีก
  • ตัวเลือกพร้อมหน่วยความจำ DDR4 สูงสุด 16GB และ SSD ขนาดสูงสุดถึง 1TB PCIe
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายความร้อนด้วย heat pipe สำหรับ GPU โดยเฉพาะ ประกอบกับเทคโนโลยีช่องระบายความร้อนแบบคู่เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น
  • คีย์บอร์ดแบบ Blue backlit ที่มาพร้อมดีไซน์ปุ่มกดชัดเจนอันเป็นเอกลักษณ์ มีปุ่มตัวและเลขปุ่มลูกศรขนาดใหญ่ รวมถึงแทร็คแพดที่มีความความแม่นยำระดับสูง และระยะห่างแป้นพิมพ์ 1.5 มม.
  • เทคโนโลยี Lenovo Q Control 3.0 (Fn+Q) เพื่อการเล่นเกมในโหมด Performance, Work หรือ Quiet Mode
  • น้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม / ให้พลังงานได้นานถึง 7 ชั่วโมง และมาพร้อมระบบ Rapid Charge Pro

ราคาเริ่มต้นที่ 25,990 บาท พิเศษ เมื่อซื้อ Lenovo IdeaPad Gaming 3i

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection 1 ปี (มูลค่า 4,990 บาท*)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง Lenovo Gaming ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,290 บาท *)

5. Lenovo Legion Tower 5i

Lenovo Legion Tower 5i เกมมิ่งทาวเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ยกประสบการณ์การเกมมิ่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยการทำงานของระบบ Liquid Cooling System ที่ทำให้เครื่องทั้งเงียบและเย็นเพื่อการเกมมิ่งที่เต็มอรรถรส

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ที่สุดแห่งประสิทธิภาพการเกมมิ่งเกมมิ่งด้วยตัวเลือกโปรเซสเซอร์ระดับ Intel Core
  • ตัวเลือกการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 SUPER รองรับความละเอียดของภาพถึงระดับ 4K
  • ตัวเลือกหน่วยความจำสูงถึง 64GB DDR4 และตัวจัดเก็บข้อมูลขนาดสูงสุด 2TB PCIe SSD
  • มาพร้อมตัวเลือกเพื่อเสริมประสิทธิภาพการโอเวอร์คล็อกด้วยระบบ Liquid-Cooling
  • เทคโนโลยี Legion Coldfront 2.0 ช่วยการจัดการอุณหภูมิของโปรเซสเซอร์ขนาด 150 วัตต์ ใบพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ช่วยถ่ายเทความร้อนให้กับตัวเครื่องขนาด 28 liter ได้เป็นอย่างดี
  • Lenovo Q-Control 3.0 (Fn+O) ควบคุมตัวเลือกโหมดอย่าง Quiet Mode สำหรับการทำงานที่เงียบและ Performance Mode สำหรับเกมมิ่งโดยเฉพาะ
  • สวย สะดุดตาด้วยแผงข้างเครื่องแบบใส ตัดกับไฟ LED lighting สีฟ้า พร้อมตัวเลือกไฟภายในแบบ RGB

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 28,990 บาท

6. Lenovo Legion 5

ครั้งแรกของหน้าประวัติศาสตร์ผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion ที่มาพร้อมโปรเซสเซอร์ทรงประสิทธิภาพ AMD Ryzen ที่เหล่าเกมเมอร์รอคอย และการ์ดจอรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti GPU กับ Lenovo Legion 5

เลอโนโวประกาศพร้อมวางจำหน่าย Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกมเมอร์รอคอย พร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้
  • ครั้งแรกกับหน่วยประมวลผลจาก AMD ที่มาพร้อมตัวเลือกสูงสุด AMD Ryzen 7 4800 H ซีรีส์
  • ตัวเลือกการ์ดจอ Nvidia GeForce GTX1650Ti พร้อมโหมด OC การ์ดจอ
  • หน่วยความจำสูงสุด 16GB DDR4 และ 1TB PCIe SSD
  • หน้าจอ Full HD (1920 x 1080) IPS ขนาด 15นิ้ว ด้วยความสว่างระดับ 300 nits และ 100% sRGB
  • รีเฟรชเรทสูงสุดที่ 144Hz เพื่อลดอาการภาพขาด และอาการแล็กระหว่างการเล่นเกม
  • คีย์บอร์ด Lenovo Legion TrueStrike ที่มี anti-ghosting 100% สร้างขึ้นมาให้ตอบสนองได้ภายในเวลาน้อยว่า 1 มิลลิวินาที
  • Legion Coldfront 2.0 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอุณหภูมิ พร้อม Dual Burn Support เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • 3 โหมดควบคุมผ่าน Lenovo Q-Control 3.0 อาทิเช่น Performance  Quiet และ Balanced
  • Dolby Atmos/ Wi-Fi 6
  • น้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัม และแบตเตอรี่ขนาด 60Whr พร้อมการชาร์จเร็ว Rapid Charge Pro

เริ่มต้นที่ราคา 26,990 บาท พิเศษเมื่อซื้อแลปทอป Lenovo Legion 5

  • ฟรี! อัปเกรดแพ็กเกจ Unbeatable Protection (มูลค่า 6,990 บาท*)
  • กระเป๋าเป้เกมมิ่ง Lenovo Gaming ขนาด 15.6 นิ้ว (มูลค่า 1,290 บาท*)
  • ฟรี! 8GB DDR4 3200Hz (เฉพาะ 300 เครื่องแรกเท่านั้น)

อนึ่ง ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่น พร้อมจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถสอบถามได้ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ

ASUS ส่งโน้ตบุ๊คบางที่สุดในโลกจากซีรี่ส์ ZenBook ชาร์จเร็ว พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบ

ASUS เปิดตัวโน้ตบุ๊คสุดบางเบาอย่าง ExpertBook B9 ไป ก็ยังมีโน้ตบุ๊คจากซีรีส์ ZenBook ที่ได้ชื่อว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่บางที่สุดในโลก ได้แก่ ASUS ZenBook 13 (UX325), ASUS ZenBook 14 (UX425 / UM425) และ ASUS ZenBook Flip 13 (UX363)

ASUS ส่งโน้ตบุ๊คบางที่สุดในโลกจากซีรี่ส์ ZenBook ชาร์จเร็ว พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบ
https://www.asus.com/Laptops/ASUS-ZenBook-13-UX325JA/

สำหรับ ASUS ZenBook 13 (UX325) และ ZenBook 14 (UX425) ทั้งสองรุ่นมีความบางที่ 13.9 มม. แต่ยังพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-A ขนาดเต็ม, Thunderbolt 3, USB-C และช่องเสียบ microSD ใส่มาให้ครบครันส่วนน้ำหนัก ZenBook 13 (UX325) อยู่ที่ 1.07 กิโลกรัม ขณะที่ ZenBook 14 ทั้งรุ่น UX425 และ UM425 มีน้ำหนัก 1.13 กิโลกรัม ทุกรุ่นมีดีไซน์สวย พร้อมอุปกรณ์สำคัญอย่าง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าร่วมกับ Windows Hello

ในส่วนของสเปกภายใน ZenBook 13 (UX325) และ ZenBook 14 (UX425) ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core i3, i5 และ i7 10th Gen รุ่นล่าสุด ติดตั้ง RAM สูงสุด 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 2TB แต่ว่า ZenBook 14 (UM425) กลับได้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 8-core แบบเดียวกับใน ASUS Zephyrus 14 มาแทน

ASUS ส่งโน้ตบุ๊คบางที่สุดในโลกจากซีรี่ส์ ZenBook ชาร์จเร็ว พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบ
https://www.asus.com/Laptops/ASUS-ZenBook-14-UX425JA/

ส่วนโน้ตบุ๊คพับได้อย่าง ZenBook Flip 13 (UX363) นั้น สามารถพับตัวเครื่องได้ถึง 360 องศา เพื่อเปลี่ยนการใช้งานจากโหมดเดสก์ท็อปเป็นโหมดแท็บเล็ต ซึ่งรุ่นนี้มีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ที่รองรับการชาร์จเร็ว สามารถชาร์จไฟ 60% ได้ในเวลาเพียง 49 นาที แต่ใช้งานได้นานถึง 16 ชั่วโมง และน้ำหนักตัวเครื่อง 1.3 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เบา แต่เป็นแท็บเล็ตที่มีน้ำหนักเอาเรื่องอยู่

โน้ตบุ๊คทั้งสามรุ่น (ยกเว้น ZenBook Flip 13) ปรากฎข้อมูลบนเว็บไซต์ ASUS อย่างเป็นทางการแล้ว และเริ่มวางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปเป็นที่แรก แล้วทั้งสามรุ่นนี้จะได้วางจำหน่ายในไทยหรือไม่ ก็ต้องติดตามข่าวจากทาง ASUS กันต่อไป
ที่มา : www.engadget.com , www.notebookcheck.net

Android 11 จะเพิ่ม Conversation API ในการตอบ Direct Message ของ Twitter

ทาง Google ได้ออกมายืนยันว่าใน Android 11 จะเพิ่มการอัปเกรดให้สามารถตอบ Direct Message ของ Twitter ได้จาก Conversation API หรือเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ใช้ตอบข้อความได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะมันจะมีการแจ้งเตือนแบบ Pop-up Preview แสดงข้อความขึ้นมาพร้อมเมนู Shortcut ให้สามารถตอบกลับข้อความได้โดยไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปในแอปพลิเคชันนั้นๆ

สำหรับ Conversation API ของ Twitter จะคล้ายกับ Line ตรงที่ผู้ใช้จะสามารถเลือก Reply หรือ Mute ข้อความได้จากแถบ Notification ด้านบน หรือเลือกแตะที่บริเวณอื่นๆ เพื่อเข้าไปตอบข้อความภายในแอปพลิเคชันได้ (แต่ของ Line จะมีการแสดงข้อความหรือ Emoticon อื่นๆ ให้ผู้ใช้ Reply ข้อความได้โดยไม่ต้องพิมพ์ด้วย)

Android 11 จะเพิ่ม Conversation API ในการตอบ Direct Message ของ Twitter


ภาพจาก : https://android-developers.googleblog.com/2020/06/bringing-twitters-dms-into-android-11s.html

และนอกจาก Twitter แล้ว Google ยังได้ร่วมมือกับ Facebook ในการ อัปเกรดและปรับ UI ของ Bubble ใน Messenger ให้ทำงานร่วมกับ Conversation API ของ Android 11 มากกว่าจะเป็นตัวแอปเดี่ยวๆ เพราะผู้ใช้จะสามารถเลือกตอบข้อความได้ทั้งจากแถบ Notification ด้านบน หรือเลือกกดให้แสดงผล Bubble บนหน้าสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน

Android 11 จะเพิ่ม Conversation API ในการตอบ Direct Message ของ Twitter


ภาพจาก : https://android-developers.googleblog.com/2020/06/messenger-and-conversations.html

ซึ่งทางบริษัทก็คาดหวังว่าการเพิ่มฟีเจอร์นี้เข้ามาจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเห็นและตอบกลับข้อความของผู้อื่นได้แบบเรียลไทม์ เพราะนอกจากจะมีการแจ้งเตือนแบบ Pop-up แล้วยัง เพิ่มการตั้งค่า ภายใน Conversation API ที่เมื่อกดค้างที่ข้อความนั้นๆ จะมีตัวเลือกให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Shortcut ไว้ที่หน้า Home, ปิดการแจ้งเตือน หรือ Mask as important ได้
ที่มา : www.engadget.com , developer.android.com , android-developers.googleblog.com , android-developers.googleblog.com

Google เปิดตัว Keen โซเชียลเน็ตเวิร์คคล้าย Pinterest แชร์และเสพไลฟ์สไตล์ที่ชอบอย่างไม่รู้จบ

ทีม Area 120 จาก Google เปิดตัวแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบใหม่ ที่มาในรูปแบบเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันบน Android ชื่อว่า “Keen” ให้เราสามารถบันทึกรูปภาพ วิดีโอ หรือไลฟ์สไตล์ที่สนใจ สร้างไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว เพื่อนำมาแชร์ให้เพื่อนกดไลค์ หรือกดติดตามคอลเลกชั่นของเราได้ 

ความโดดเด่นของ Keen คือผู้ใช้ไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลกิจกรรมจากไหนไกล แค่สนใจอะไรอยู่ตอนนั้น ก็เสิร์ชหาหัวข้อ (Topic) ที่สนใจได้เลย เช่น การฝึกสุนัข การทำขนม ดารา การท่องเที่ยว ซึ่งระบบจะช่วยแนะนำทั้งบทความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่เกี่ยวข้อง จากหลายเว็บไซต์ให้เราได้นำมารวบรวมบันทึกไว้เป็นคอลเลกชั่นของตัวเอง หรือแม้กระทั่งสามารถอัปโหลดรูป หรือวิดีโอของตัวเองใส่ลงไปในคอลเลกชั่นก็ยังได้ 

Keen จะช่วยให้คุณเสพเนื้อหา หรือสะสมคอลเล็กชันที่คุณรัก เพื่อแบ่งปันร่วมกับผู้อื่น สิ่งที่คุณชอบจะถูกจดจำด้วยระบบ AI เพื่อบันทึกไว้ และนำเสนอเนื้อหาแบบเดียวกันเพิ่มให้แบบไม่รู้จบ

– CJ Adams หนึ่งในผู้พัฒนา Keen –

ความพิเศษอีกอย่างของ Keen ก็คือระบบ AI ที่ถูกใส่เข้ามาช่วยจดจำพฤติกรรมของผู้ใช้ คือ ถ้ายิ่งผู้ใช้สนใจเนื้อหาประเภทไหนมากเป็นพิเศษ เช่นค้นหาบ่อยๆ คลิกดูบ่อยๆ ระบบ AI ก็จะคอยแสดงเนื้อหาใหม่ๆ ของหัวข้อประเภทนั้นเข้ามาให้เรื่อยๆ บนหน้าฟีดหลัก ทำให้เวลาที่เปิดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Keen ขึ้นมา เราก็สามารถเลื่อนดูฟีด เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหาในคอลเลกชั่นส่วนตัวได้ตลอด ซึ่งพอฟังรูปแบบของระบบนี้ ก็ดูละม้ายคล้ายกับ แพลตฟอร์ม Pinterest ชื่อดังเหมือนกันนะ

นับว่า Keen ถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรุ่นใหม่ที่น่าใช้อยู่เหมือนกัน เพราะจุดเด่นของมันสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ในเรื่องของความสะดวกสบายได้อย่างดี ถ้าใครสนใจอะไรเช่น งานศิลป์ รูปภาพไอดอล หรืองานอดิเรกอื่นๆ ก็ไม่ต้องค้นหาเอง เพราะในแพลตฟอร์มนี้รวมทุกอย่างมาเสิร์ฟให้ถึงที่ แถมยังตามเทรนด์ของสายอวดในยุคนี้ มอบโอกาสให้เราได้เป็นผู้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นส่วนตัวไว้อวดใครต่อใครได้

แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดที่เหมือนกับ Pinterest ก็ดูเหมือนจะเข้ามาซ้ำตลาดหน่อยๆ ซึ่งจะประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมเหนือกว่าหรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันอีกที
ที่มา : www.engadget.com , techcrunch.com

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น

YouTube ปรับปรุงการโฆษณาใหม่ให้ “ง่ายต่อการซื้อขาย” และสะดวกต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ขายมากขึ้น เพราะทางบริษัทได้อธิบายว่าจากการสำรวจพบว่าผู้ใช้ราว 70 % ตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีโฆษณาปรากฏอยู่บนหน้า YouTube ดังนั้นทางบริษัทจึงได้เพิ่มบริการให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าได้จากหน้าการโฆษณาง่ายขึ้นจากเดิม โดยผู้ใช้จะสามารถเลือกดูสินค้าเพิ่มเติมและกดที่ Shop Now เพื่อเข้าสู่หน้าการซื้อสินค้าได้

สำหรับร้านค้าที่ต้องการขึ้น Shoppable Ads จะต้องซิงก์เข้ากับ Google Merchant Center เข้ากับวิดีโอโฆษณา จากนั้นกดที่ “Call to Action” และเลือกสินค้าที่ต้องการให้แสดงผลบน YouTube ได้ตามต้องการ

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น


ภาพจาก : https://www.blog.google/products/ads/new-ways-to-drive-action/

นอกจากนี้ยังเพิ่มโปรโมตโฆษณามากขึ้นด้วย Video Action Campaigns ที่จะทำการดึงโฆษณาทั้งจากหน้าแรกของ YouTube, ภายในวิดีโอ และ Google Video Partner เข้ามาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการหรือร้านค้าที่ซื้อการโฆษณาจาก YouTube ในราคาประหยัด

YouTube เพิ่ม Shoppable Ads และปรับหน้าการโฆษณาใหม่ให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น


ภาพจาก : https://www.blog.google/products/ads/new-ways-to-drive-action/

และสำหรับผู้ใช้ทั่วไปทางบริษัทก็ระบุว่าจะเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในโฆษณาเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดเวลาที่ผู้ใช้จะต้องสลับไปค้นหารายละเอียดของสินค้าที่สนใจขณะดู YouTube โดยทางบริษัทก็หวังว่าการอัปเดตใหม่นี้จะช่วยเหลือให้ทุกคนสามารถโปรโมตสินค้าและตัดสินใจซื้อสินค้าต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ที่มา : techcrunch.com , www.blog.google , www.tubefilter.com , 9to5google.com

Intel เพิ่มระบบป้องกันมัลแวร์ระดับฮาร์ดแวร์ให้ Tiger Lake ซีพียูรุ่นใหม่สำหรับโน๊ตบุ๊ค

Intel ได้เปิดตัวระบบรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ที่เรียกว่า Intel Control-Flow Enforcement Technology หรือ Intel CET มันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีแบบ Control-flow hijacking เทคนิคที่มัลแวร์ส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ซึ่งมันยากที่จะป้องกันการโจมตีนี้โดยพึ่งพาแต่ซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว ทาง Intel จึงพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ขึ้นมาที่จะทำงานในระดับซีพียู โดยจะเริ่มใช้ใน Tiger Lake ซีพียูสำหรับอุปกรณ์พกพาที่กำลังจะเปิดตัวก่อนเป็นลำดับแรก

ทุกวันนี้ แม้ระบบรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์มีความแข็งแกร่งกว่าอดีตมากนัก แต่แฮกเกอร์ก็พัฒนาทักษะหาวิธีทะลวงผ่านระบบป้องกันได้อยู่เสมอเช่นกัน การอาศัยช่องโหว่ของหน่วยความจำเป็นหนึ่งในวิธีดังกล่าว ด้วยการใช้เทคนิคเรียกว่า Return Oriented Programming หรือ ROP และ Jump Oriented Programming หรือ JOP ทั้งสองวิธีนี้ยากต่อการตรวจสอบ หรือป้องกัน เนื่องจากผู้โจมตีได้อาศัยประโยชน์จากชุดคำสั่งที่กำลังทำงานอยู่ในหน่วยความจำของระบบปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของมันให้เอื้อประโยชน์ต่อการโจมตี

Intel เพิ่มระบบป้องกันมัลแวร์ระดับฮาร์ดแวร์ให้ Tiger Lake ซีพียูรุ่นใหม่สำหรับโน๊ตบุ๊ค

Intel Control-Flow Enforcement Technology หรือ Intel CET ได้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการโจรกรรมข้อมูลจากมัลแวร์ที่ใช้เทคนิค ROP และ JOP ด้วยการสร้าง Indirect branch tracking (IBT) และ Shadow stack (SS) ขึ้นมา โดย IBT จะทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีด้วยเทคนิค JOP ในขณะที่ SS จะป้องกันการโจมตีด้วยเทคนิค ROP อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่า Intel CET จะถูกใส่เอาไว้ในฮาร์ดแวร์เลย ดังนั้นมันจึงสามารถป้องกันได้ดีกว่าระบบป้องกันที่เป็นซอฟต์แวร์อย่างแน่นอน

ทาง Intel ยังกล่าวด้วยว่า ในอนาคต Intel CET จะถูกนำไปใช้กับแพลตฟอร์มพีซี และเซิร์ฟเวอร์ด้วย อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทาง Microsoft ก็ได้เริ่มนำระบบดังกล่าวไปอัปเดตบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 เพื่อให้รองรับกับการทำงานนี้แล้ว โดยจะเรียกว่า Hardware-enforced Stack Protection โดยปล่อยอัปเดตออกมาแล้วใน Windows 10 Insider Previews
ที่มา : www.engadget.com , threatpost.com , www.anandtech.com

Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก

เมื่อเวลาตีสามที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย Sony ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ PlayStation 5 อย่างเป็นทางการแล้ว

โดยภายในคลิปเปิดตัวดังกล่าว ได้เริ่มเปิดตัวที่เครื่อง PlayStation 5 รุ่นแรกในแบบที่มีช่องใส่แผ่นให้ การออกแบบในครั้งนี้ใช้การผสมผสานระหว่างสีดำกับสีขาวเข้าด้วยกัน และมาในรูปแบบสีทูโทน ซึ่งแตกต่างกันกับรุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมาในอดีตที่มักจะมาแบบสีเดียวตลอดทั้งตัวเครื่อง (ไม่นับรุ่นพิเศษ) และรุ่นที่สองที่ไม่มีช่องใส่แผ่น ที่มาในชื่อ Digital Edition

พื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวเครื่องจะใช้สีขาวเป็นหลัก มีโลโก้ PlayStation อยู่ที่ด้านบนมุมซ้ายของเครื่อง และถึงแม้จะถูกพรีเซ้นท์มาในแบบแนวตั้ง แต่เครื่องก็สามารถใช้วางในแนวราบได้ด้วยโดยไม่มีปัญหาในเรื่องการระบายความร้อน เพราะพัดลมระบายความร้อนของเครื่องก็อยู่ในบริเวณร่องสีดำด้านในของเครื่องนั่นเอง

Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก!

นอกเหนือจากการเปิดตัวเครื่องเล่นหลักแล้ว Sony ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้งานร่วมกันด้วย ได้แก่ DualSense Charging Station, หูฟังไร้สาย Pulse 3D Wireless Headset, HD Camera, และ Media Remote ส่วน DualSense Wireless Controller นั้นก็ถูกเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้

สำหรับใครที่ไม่อยากได้สีขาว ทาง Sony ก็ได้มีประกาศตามมาในภายหลังด้วยว่า จะมีอีกสองสีวางขายให้ได้เลือกซื้อเช่นกัน นั่นก็คือ สีดำ – น้ำเงิน และสีดำ – แดง ซึ่งเป็น Spider-Man Miles Morales Edition หรือเวอร์ชันพิเศษของเกม Spider-Man ภาคใหม่นั่นเอง

Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก!
Sony เปิดตัว PlayStation 5 มาทีเดียว 2 รุ่น และมี 3 สี 3 สไตล์ให้เลือก!

จากประวัติในการวางขายเครื่อง PlayStation 4 ที่วางขายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) เพราะฉะนั้นก็พอจะคาดเดากันไว้ได้เลยว่ามาในช่วงวันหยุดปลายปีนี้แน่นอน
ที่มา : www.engadget.com

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

โซนี่ไทยเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังเพลง ด้วยหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุด แบตอึดกว่า ฟังก์ชันครบ กันน้ำได้ ถูกออกแบบอย่างมีสไตล์

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังเพลงตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายด้วยคุณภาพที่จัดเต็มกว่าเดิม ด้วยผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ WF-SP800N, WF-XB700, WH-CH710N และ WI-SP510 โดยทุกรุ่นมาพร้อมประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่อึดมากขึ้นกว่าเดิม ให้คุณสามารถใช้งานหูฟังแบบต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันและการออกแบบอย่างมีสไตล์ รวมถึงการเชื่อมต่อที่เสถียรผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 ผสานกับเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP55 และ IPX4 ตอบโจทย์ผู้งานที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ หรือชอบออกกำลังกายได้อย่างดีเยี่ยม

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มหูฟังจากโซนี่ ประกอบด้วย

WF-SP800N – Truly Wireless Noise Canceling Sport Headphones

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Sport ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ตัวหูฟังดีไซน์แบบโค้งสามมิติให้ความกระชับหูและนุ่มสบาย ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในการฟังเพลงขณะออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ WF-SP800N ถ่ายทอดรายละเอียดทุกย่านเสียงได้อย่างคมชัด พร้อมเสียงเบสเต็มพลัง โดดเด่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรอบข้างที่ดียิ่งขึ้น

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโหมดปรับเสียงรอบข้าง Ambient Sound ที่ยังคงให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงจากภายนอกในระหว่างใช้งานหูฟังเพิ่มความปลอดภัย และอันตรายจากสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ใช้งานนอกสถานที่ หรือในระหว่างออกกำลังกาย ขณะเดียวกันยังช่วยให้ไม่พลาดการสื่อสาร หรือเสียงประกาศในระหว่างเดินทาง อีกทั้งยังรองรับระบบเสียง 360 Reality Audio ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงได้อย่างสมจริง สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android และ iOS 

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

ยิ่งกว่านั้นจุดเด่นของ WF-SP800N อยู่ที่แบตเตอรี่ของหูฟังที่มาพร้อมเคสชาร์จแบบพกพา ที่สามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และเมื่อปิดฟังก์ชั่นตัดเสียง Active Noise Cancellation จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 26 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับระบบ Quick Charge ที่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที เมื่อใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ WF-SP800N ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 โดยใช้ชิปรับสัญญาณบลูทูธตัวเดียวกับที่ใช้ในหูฟังรุ่น WF-1000XM3 ซึ่งช่วยให้สัญญาณมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุด และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่น  ตามมาตรฐาน IP55 ทำให้สามารถใช้งานระหว่างออกกำลังกายได้อย่างสบาย จึงหมดกังวลเรื่องเหงื่อ และฝุ่น อีกทั้งยังสามารถล้างทำความสะอาดได้อีกด้วย

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

พร้อมกันนี้ WF-SP800N ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น Adaptive Sound Control เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน การตั้งค่าเสียง การตัดเสียงรบกวน และการปรับเสียงจากภายนอกอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละสถานการณ์ และยังสามารถปรับการตั้งค่าเสียงรอบข้างได้ด้วยตัวเองถึง 20 ระดับ ทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยโหมด Quick Attention สำหรับควบคุมการรับเสียงจากภายนอกด้วยตัวเอง เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสไปที่หูฟังด้านขวา ความดังของเสียงเพลงจะถูกลดระดับลงมาทันที เพื่อเปิดรับเสียงจากภายนอก และยังมี Voice Assistance ทำให้สามารถสลับการฟังเพลง และคุยโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง WF-SP800N ยังรองรับการใช้งานผ่านระบบ Google Assistance และ Amazon Alexa เพิ่มความสะดวกในการค้นหา และเลือกฟังเพลงโปรดได้อย่างรวดเร็วทันใจ ขณะเดียวกันตัวหูฟังยังรองรับการปรับแต่ง Equalizer ผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Headphones Connect  อีกด้วย WF-SP800N มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีขาว และสีส้ม พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนมิถุนายนศกนี้ ในราคา 6,490 บาท 

WF-XB700 – Truly Wireless Headphones

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สาย True Wireless ในตระกูล Extra Bass แบบอินเอียร์ ที่ให้เสียงเบสหนักแน่นทรงพลัง ออกแบบมาให้ป้องกันน้ำด้วยเทคโนโลยีตามมาตรฐาน IPX4 เพื่อมอบประสบการณ์ในการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรส สามารถใส่ออกกำลังกายได้ โดยสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มในหนึ่งครั้ง โดยสามารถชาร์จผ่านตัวเคสแบบพกพาได้อีกด้วย

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

อีกทั้งยังมีระบบ Quick Charge ที่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที เมื่อชาร์จไฟเพียง 10 นาทีเท่านั้น และยังรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 ในขณะเดียวกันยังเป็นหูฟังที่อยู่ในตระกูล Extra Bass จึงให้เสียงเบสที่ทรงพลังกระหึ่มหนักแน่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานดูหนัง ฟังเพลง หรือระหว่างการออกกำลังกาย WF-XB700 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายกลางเดือนมิถุนายน ศกนี้ ในราคา 3,990 บาท

WI-SP510 – Sport Wireless In-Ear Headphones

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบอินเอียร์ (In-Ear) ในตระกูล Extra Bass แบบสายคล้องคอ วัสดุนุ่มและยืดหยุ่นเพื่อความสบาย ขณะคล้องคอได้ทั้งตลอดวัน พร้อมแม่เหล็กเพื่อล็อคสายไม่หล่นง่าย  จึงหมดกังวลสำหรับแอคทีฟไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ให้คุณฟังเพลงสนุกกับทุกจังหวะกิจกรรมด้วยระดับทนน้ำทนเหงื่อตามมาตรฐาน IPX5 เพื่อมอบประสบการณ์ในการฟังเพลง คุยโทรศัพท์ไปพร้อมกับการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 15 ชั่วโมงเมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง หมดกังวลเรื่องการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานดูหนัง ฟังเพลง หรือระหว่างการออกกำลังกายเบา ๆ WI-SP510 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ ขาว น้ำเงิน และส้ม พร้อมวางจำหน่ายกลางเดือนมิถุนายน ศกนี้ ในราคา 2,990 บาท 

WH-CH710N – Noise Cancelling Headphones

เป็นผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบครอบหู ที่ต่อยอดความสำเร็จในเรื่องการตัดเสียงรบกวนในรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงได้โดดเด่นเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ Artificial Intelligence(AINC) ผ่านเทคโนโลยี Dual Noise Sensor ซึ่งจะช่วยกรองเสียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนน และเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มอรรถรสและปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านสัญญาณ Bluetooth® เวอร์ชั่น 5.0 และ Near Field Communication (NFC™) เพื่อให้หูฟังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้โดยตรง

โซนี่ไทยส่งหูฟังไร้สาย 4 รุ่นใหม่ล่าสุดลงตลาด ดีไซน์สวย กันน้ำได้ ฟังก์ชันครบครันพร้อมแบตอึด

ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ ขนาด 30 ม.ม. ให้เสียงที่ชัดใสเหมาะสำหรับการฟังเพลง และดูหภาพยนตร์ได้หลากหลายแนว พร้อมขุมพลังแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 35 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังมีระบบ Quick Charge ที่สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที เมื่อชาร์จไฟเพียง 10 นาทีเท่านั้น และยังครบครันด้วยฟังก์ชั่นการฟังเพลงเพื่อตอบสนองคนรักเสียงเพลง ที่มองหาสุดยอดคุณภาพเสียง และอิสระในการฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ตัว Earpad ยังออกแบบด้วยวัสดุที่มีความนุ่ม แน่น กระชับสบายหู และช่วยตัดเสียงรอบข้างออกได้เป็นอย่างดี WH-CH710N มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และ สีน้ำเงิน พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 4,990 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่เลือกสรร

YouTube ทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์ตั้งกองทุนและแคมเปญสนับสนุน BlackLivesMatter

ที่ YouTube เราเชื่อว่าชีวิตของคนดำนั้นสำคัญ (Black Lives Matter) และพวกเราทุกคนควรที่จะล้างระบอบการเหยียดสีผิวนี้ออกไป เราจะร่วมประท้วงเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับ George Floyd, Breonna Taylor, Ahmaud Arbery และคนผิวดำอีกจำนวนมากที่เสียชีวิตไปเพราะการเหยียดสีผิวนี้ และเราต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าเราสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

Susan Wojcicki CEO ของ YouTube แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอต้องการที่จะสนับสนุนและผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมมากยิ่งขึ้นและได้โพสต์ข้อความดังกล่าวนี้ในบล็อกของ YouTube รวมทั้งได้ปล่อยคลิป “Bear Witness, Take Action” ออกไปในวันที่ 11 มิถุนายนเพื่อเชิญชวนให้ติดตามการพูดคุย, แชร์ประสบการณ์, ให้ความรู้เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำและการถูกเลือกปฏิบัติของคนผิวดำในวันที่ 13 มิถุนายนที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ยังได้ออกมาประกาศว่าจะ ตั้งกองทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,100 ล้านบาท) เพื่อ “ขยายฐาน Creator ผิวดำ” ให้ได้มีพื้นที่สื่อในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น

เราได้พยายามทำงานอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เพื่อพัฒนาให้ YouTube เป็นพื้นที่ปลอดภัยและอิสระกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะกับคนผิวดำที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเสมอมา เราพยายามจะอุดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ผิวดำทั้งศิลปิน, Creator และผู้ใช้ทั่วไปได้มีพื้นที่ในการแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของพวกเขามากขึ้น และป้องกันไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งและหยามเหยียดจากบุคคลอื่น

และเมื่อปีที่ผ่านมาทาง YouTube ก็ได้ทำการลบคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาหรือชี้ชวนให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงทั้งในเรื่องของเชื้อชาติ, เพศ, สีผิว หรือรสนิยมทางเพศออกไปกว่า 100,000 คลิป และลบคอมเมนท์ที่มีเนื้อหาเดียวกันนี้ออกไปกว่า 100 ล้านคอมเมนท์เลยทีเดียว (แต่สำหรับ คดีการฟ้องร้องของกลุ่ม LGBTQ กับ YouTube ที่ยังยืดเยื้ออยู่ก็ไม่ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมแต่อย่างใด)

อย่างไรก็ตาม YouTube ก็ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ออกมาสนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมนี้ เพราะบริษัทแม่อย่าง Google เองก็ได้ออกมาประกาศว่าทางบริษัทจะบริจาคเงินจำนวน 12 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 37 ล้านบาท) ให้กับหน่วยงานผลักดันในเรื่องนี้ และทาง Apple เองก็ระบุว่าจะบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,100 ล้านบาท) ด้วย ส่วน Facebook และ Amazon ก็ได้บริจาคเงินราว 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการหยุดยั้งการเหยียดสีผิวด้วยเช่นกัน
ที่มา : www.engadget.com , www.theverge.com , youtube.googleblog.com