Uber เพิ่มการแปลภาษากว่า 100 ภาษา และอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสาร

Admin/ มีนาคม 1, 2020/ MOBILE UPDATE/ 0 comments

แอปพลิเคชันเรียกรถชื่อดังอย่าง Uber ได้เพิ่มการแปลภาษาลงไปในแอปพลิเคชันกว่า 100 ภาษา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเพิ่มเครื่องมือแปลภาษาเข้ามานี้ก็น่าจะ ช่วยให้ทั้งคนขับและผู้โดยสาร ที่ไม่เชี่ยวชาญภาษาของกันและกัน สื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ มากขึ้น

โดยทาง Uber ได้ตัดสินใจดึงเอา Google Translate API เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงฟีเจอร์ภายในแอปพลิเคชัน ที่ทั้งผู้โดยสารและคนขับจะสามารถ เลือกภาษาที่ต้องการให้แสดงผลภายในแอปพลิเคชันได้ตามที่ต้องการ เพราะก่อนหน้านี้ข้อความภายในแอปพลิเคชันจะขึ้นภาษาตามที่คนขับเลือกเท่านั้น

ซึ่งจากการนำเอาข้อมูลของ Google เข้ามานี้ก็คาดว่าการแปลภาษาภายในแอปพลิเคชัน Uber นั้นน่าจะ ใกล้เคียงกับของ Google Translate อยู่มาก (สำหรับการแปลจากภาษาต่างประเทศอื่นๆ ไปเป็นภาษาอังกฤษน่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่การแปลจากภาษาต่างประเทศมาเป็นภาษาไทยโดยตรงเลยก็อาจมีปัญหาที่คล้ายคลึงกันด้วย)

และยังเพิ่มการอัปเดตเกี่ยวกับข้อมูลของการเรียกรถเพื่อป้องกับความสับสนของผู้ใช้บริการ จากเดิมที่มีข้อมูลเพียงแค่หน้าแผนที่และเวลาที่คนขับจะมาถึง ในตอนนี้ได้ เพิ่มรายละเอียดของข้อมูลเกี่ยวกับคนขับ, หมายเลขป้ายทะเบียน และข้อมูลต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ, รุ่น หรือสีของรถที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเมื่อใกล้จุดหมายที่ผู้โดยสารปักหมุดไว้ ภายในแอปพลิเคชันก็จะมีการ เตือนเกี่ยวกับเลนจักรยาน หรือสิ่งกีดขวางรอบข้าง ก่อนที่ผู้โดยสารจะลงจากรถ เพื่อเตือนให้ผู้โดยสารระมัดระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

Uber เพิ่มการแปลภาษากว่า 100 ภาษา และอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ภาพจาก : https://mashable.com/article/uber-translation-pickup-features/

นอกจากนี้ Uber ยังได้ออกมาประกาศเกี่ยวกับการพัฒนาฟีเจอร์ ยืนยันการเรียกรถ ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการพัฒนาระบบดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เรียกรถในช่วง 3 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า โดยเมื่อคนขับใกล้ถึงจุดหมายจะมีการส่ง รหัสยืนยัน 4 ตัวไปยังแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนของผู้โดยสาร และเมื่อคนขับมาถึงผู้โดยสารจะต้อง แจ้งเลขรหัสที่ได้รับให้กับคนขับ เพื่อยืนยันการเรียกรถ

Uber เพิ่มการแปลภาษากว่า 100 ภาษา และอัปเดตฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ภาพจาก : https://www.uber.com/blog/new-safety-technology-2019/

แต่ล่าสุดทาง Uber ประกาศว่าจะพัฒนาฟีเจอร์นี้เพิ่ม โดยที่ ผู้โดยสารไม่จำเป็นจะต้องแจ้งรหัสยืนยันแก่คนขับเพื่อทำการกรอกรหัสยืนยันอีกต่อไป เพราะเมื่อผู้โดยสารเข้าไปใกล้รถที่ทำการกดเรียกมา สมาร์ทโฟนของผู้โดยสารจะทำการส่งคลื่นอัลตราโซนิคไปยังสมาร์ทโฟนของคนขับเพื่อยืนยันการเรียกรถโดยอัตโนมัติแทน

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ดังกล่าวนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการ พัฒนาและทดลองใช้ในบางประเทศ เท่านั้น สำหรับในประเทศไทยก็อาจจะต้องรอต่อไปอีกสักหน่อย แต่หากมีการอัปเดตทั่วโลกแล้วก็น่าจะสะดวกกับผู้ใช้ (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร) อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ที่มา : www.engadget.com , mashable.com , www.theverge.com , www.uber.com

Share this Post

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*
*