Wi-Fi 6 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้ควรรู้

นับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว มีข่าวเรื่อง Wi-Fi 6 ออกมามากมาย และแบรนด์มือถือหลายค่ายก็เริ่มนำไปใช้บ้างแล้ว ล่าสุดองค์กร Wi-Fi Alliance ออกมาประกาศเปิดตัว Wi-Fi 6 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพความเร็ว สามารถส่งข้อมูลได้มากขึ้น เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหล และใช้พลังงานน้อยลง 

Wi-Fi 6 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้ควรรู้

ข้อมูลเกี่ยวกับ Wi-Fi 6 ที่คุณควรรู้ 

  • Wi-Fi 6 มีชื่อรหัสว่า 802.11ax
  • Wi-Fi 6 มีความเร็วสูงสุดที่ 9.6 Gbps เร็วขึ้น 40% หากเทียบกับ Wi-Fi 5
  • ใช้เทคโนโลยี OFDMA (Orthogonal frequency division multiple access) ที่แยกส่งสัญญาณข้อมูลออกเป็นหลายๆ ช่อง เพื่อป้องกันการรบกวน
  • ใช้เทคโนโลยี 8×8 MU-MIMO (multi-user, multiple input, multiple output) ที่มีช่องดาวน์โหลด-อัปโหลด 8×8 ช่องสัญญาณ ช่วยให้รับส่งข้อมูลพร้อมกันหลายอุปกรณ์ในครั้งเดียว
  • ใช้ช่องสัญญาณ160 MHz เพิ่มแบนด์วิดท์กว้างขึ้น ทำให้โอนถ่ายข้อมูลได้มากขึ้น 
  • มี Target Wake Time (TWT) ช่วยประหยัดแบตฯ ของอุปกรณ์ได้ โดยสามารถหยุดพักการรับ-ส่งข้อมูลชั่วคราว เมื่อไม่มีการรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ
  • รองรับมาตรฐานการรับส่งข้อมูล 1024-QAM ที่ทำให้ Encoding ข้อมูลได้มากขึ้น
  • มี Beamforming เพิ่มอัตราการส่งสัญญาณให้สูงขึ้น ส่งผลให้สามารถยิงสัญญาณไปยังจุดที่ต้องการได้ไกลขึ้น 

อย่างไรก็ดีสำหรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 สำหรับคนทั่วไป น่าจะต้องใช้เวลาอีกซักพักหนึ่งกว่าจะได้เริ่มใช้งานกัน เพราะอุปกรณ์ในปัจจุบันยังรองรับน้อยมาก และการใช้งานทั้งฝั่งตัวปล่อยสัญญาณและตัวรับสัญญาณต้องรองรับ Wi-Fi 6 ด้วยกันทั้งคู่ แต่สำหรับวงการอุตสาหกรรมต่างๆ ถือว่า Wi-Fi 6 เป็นใบเบิกทางที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และส่งเสริมให้การทำงานของเทคโนโลยีเดิมมีประสิทธิภาพมากขึ้น 
ที่มา : www.youtube.com , www.wi-fi.org

Canon เปิดตัว 5 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ในซีรีส์ G และ WG ใหม่! เจาะตลาดกลุ่มธุรกิจ

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่อง 19 ปีซ้อน จัดงาน “Canon Inkjet World” เปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท 2 ซีรีส์ รวม 5 โมเดล ได้แก่ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทตระกูล G Series – G6070, G5070, GM2070 และ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสีขนาด A3 ในตระกูล WG Series – WG7740 และ WG7750F เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ B2B ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ภายใต้แนวคิด Simplify Life Maximize Business

โดยสำหรับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในตระกูล G Series ใหม่นี้ จะประกอบไปด้วยความโดดเด่นดังนี้

  • ขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อนหน้า – โดยได้ออกแบบให้ลดความกว้างของตัวสินค้าลง 10%
  • พิมพ์ได้เร็วขึ้น – สามารถพิมพ์หมึกดำได้ 13 หน้าต่อนาที (เดิม 8.8 หน้าต่อนาที) และพิมพ์หมึกสีได้ 6.8 หน้าต่อนาที (เดิม 5.0 หน้าต่อนาที)
  • ช่องบรรจุกระดาษขนาดใหญ่ – โดยบรรจุกระดาษที่ช่องหน้าได้ 250 แผ่น และถาดหลัง 100 แผ่น รวมเป็น 350 แผ่น
  • มีทั้งระบบ LAN และ Wi-Fi – สำหรับเชื่อมต่อกับเครือข่ายเพื่อใช้งาน สั่งพิมพ์ผ่านคอมฯ สมาร์ทโฟน หรือผลิตภัณฑ์กล้องได้ (G6070 และ G5070 สามารถต่อ Wi-Fi ผ่านตัวเครื่องเองได้)
  • มีเทมเพลตโปสเตอร์สำเร็จรูปให้เลือกใช้งาน – สามารถสร้างงานโปสเตอร์หรือป้ายต่างๆ ในระดับมืออาชีพด้วยเทมเพลตสำเร็จรูปกว่า 1,300 รายการ
  • รองรับทั้ง PIXMA Cloud Link และ Google Cloud Print – ให้สามารถพิมพ์งานจากสมาร์ทโฟนได้ (เฉพาะ G6070 และ G5070)

ส่วนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในตระกูล WG Series ที่รองรับการพิมพ์งานขนาด A3 นั้น จะประกอบไปด้วยความโดดเด่นดังนี้

  • หัวพิมพ์แบบ Line Print Head พิมพ์งานความเร็วสูง – หัวพิมพ์แบบไลน์ ฉีดหมึกได้เต็มหน้ากระดาษ เคลื่อนที่เฉพาะกระดาษ จึงทำให้พิมพ์งานด้วยความเร็วสูงได้
  • มีระบบการไหลเวียนในหัวฉีดและการตรวจสอบการฉีดหมึก – ช่วยลดการอุดตันของที่ฉีดหมึกทำให้ได้งานคุณภาพ
  • หมึกพิมพ์สูตรใหม่ แห้งไวและกันน้ำ – หมึกแห้งเร็วหลังการพิมพ์ ไม่ต้องเป่าด้วยลมร้อน มีเม็ดสีหนาแน่นให้คุณภาพงานสวย กันน้ำและทนทานต่อหมึกจากปากกาไฮไลท์ และลดการม้วนของกระดาษจากลมร้อน
  • ทำงานได้ในปริมาณมากและรวดเร็ว – สามารถพิมพ์ได้ต่อเนื่องสูงสุด 2,250 แผ่น สแกนเอกสารได้ทั้ง 2 หน้าในครั้งเดียว (Single Pass Duplex ADF)
  • ดูแลรักษาง่าย – ทั้งทางเดินกระดาษแนวตรง ช่องชุดดูแล ADF ที่เปลี่ยนเองได้ และตลับหมึก/ตลับซับหมึกที่เข้าถึงได้ง่าย
  • ประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน – ตัวเครื่องถูกออกแบบให้สามารถตั้งไว้ชิดมุมห้องได้
  • ระบบความปลอดภัย – สามารถตั้งค่าการเข้าถึง จำกัดระบบการทำงาน เพื่อปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับได้
  • รองรับสื่องานพิมพ์ที่หลากหลาย – รองรับกระดาษหน้ากว้างสุดที่ A3 ความหนาสูงสุดถึง 256 แกรม และรองรับการพิมพ์แบนเนอร์ยาวสุด 28 นิ้ว
  • ระบบสั่งการเหนือชั้น – มีทั้งหน้าจอสัมผัสที่ใช้ง่าย และสั่งพิมพ์หรือสแกนโดยตรงจาก USB ได้
  • ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – มีการออกแบบให้ใช้พลังงานต่ำ มีระบบ Auto Sleep, Auto Shutdown พิมพ์กระดาษ 2 หน้า หรือส่งโทรสารโดยไม่ใช้กระดาษได้
  • รองรับสั่งพิมพ์จากอุปกรณ์ต่างๆ – ทั้งเครือข่ายภาพในและอินเทอร์เน็ตด้วย Google Cloud Print

โดยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท 2 ซีรีส์ใหม่นี้ ได้ตอบโจทย์โมเดลธุรกิจแต่ละระดับดังนี้

  • ธุรกิจระดับ S-Model กับ Canon GM2070

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีร้านค้าปลีกออนไลน์หรือธุรกิจส่วนตัว ที่มีความต้องการงานพิมพ์ เช่น งานพิมพ์คำสั่งซื้อ งานพิมพ์ที่อยู่ลูกค้าบนกล่องพัสดุ งานพิมพ์โลโก้สินค้าบนแพคเกจจิ้ง มีระบบหมึกแท็งค์แบบไฮบริดที่เน้นการพิมพ์แบบขาว-ดำ และสามารถเติมหมึกสี เมื่อต้องการพิมพ์งานสีได้ สามารถพิมพ์ได้ถึง 8,300 หน้าต่อปริมาณหมึกหนึ่งขวด

Canon เปิดตัว 5 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ในซีรีส์ G และ WG ใหม่! เจาะตลาดกลุ่มธุรกิจ
  • ธุรกิจระดับ M-Model กับ Canon G6070

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางที่มีผู้ใช้งานร่วมกัน 5-10 คน รองรับการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อแบบไร้สาย รองรับการสั่งงานพิมพ์ที่หลากหลาย เช่น โบรชัวร์ สั่งงานสแกน ถ่ายเอกสาร สั่งงานพิมพ์ได้ครบวงจรในเครื่องเดียว

Canon เปิดตัว 5 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ในซีรีส์ G และ WG ใหม่! เจาะตลาดกลุ่มธุรกิจ
  • ธุรกิจระดับ L-Model กับ Canon WG 7740 และ Canon G5070

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่อย่างบริษัทเอเจนซี่ด้านต่างๆ ที่มีความต้องการงานพิมพ์หลากหลายรูปแบบ อาทิ แบบฟอร์มนำเสนอโครงการ งานออกแบบเลย์เอาต์บนกระดาษโฟโต้ ตลอดจนแผนผังขนาด A3 มีความสามารถในการพิมพ์ที่รวดเร็วและเชื่อมต่อง่าย ตลอดจนโซลูชั่นการจัดการงานพิมพ์ในองค์กรขนาดใหญ่

Canon เปิดตัว 5 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ในซีรีส์ G และ WG ใหม่! เจาะตลาดกลุ่มธุรกิจ
  • ธุรกิจระดับ Coporate-Model กับ Canon WG7750F

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจระดับองค์กรขนาดใหญ่ ภาคราชการ หรือกลุ่มงานระดับโปรดักชั่น ที่ต้องการแบบพิมพ์เขียว หรือแบบจำลองผังเมือง สามารถปริมาณหรือขนาดกระดาษที่เครื่องพิมพ์รองรับ มีระบบเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานจำนวนมาก มีซอฟต์แวร์จัดการงานพิมพ์เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในงานพิมพ์ และการพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Canon เปิดตัว 5 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ในซีรีส์ G และ WG ใหม่! เจาะตลาดกลุ่มธุรกิจ

ในปัจจุบัน แคนนอนมียอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2562 จำนวน 238,720 เครื่อง ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 40% และเป้าหมายใหม่ของแคนนอนในปีนี้ ก็พร้อมรุกตลาดงานพิมพ์ในกลุ่มธุรกิจ (B2B) ทำให้แคนนอนคาดหวังการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท 420,000 เครื่องภายในสิ้นปี 2562 นี้

ปีหน้า Samsung Galaxy S และ Note อาจถูกรวมเข้าด้วยกัน

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกๆ ปีที่ผ่านมา จะเป็นช่วงเวลาของการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซัมซุงในซีรีย์ Galaxy S และเดือนสิงหาคมก็มักจะเป็นช่วงเวลาของการเปิดตัว Galaxy Note เสมอๆ แต่ข่าวลือใหม่ที่ออกมา เราอาจจะไม่ได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบนี้อีกต่อไป

Galaxy S และ Galaxy Note อาจรวมกันเป็นสินค้าไลน์เดียว

ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัว Galaxy S10 series ในปีนี้ ทางซัมซุงยอมรับว่าชื่อ Galaxy S11 มันเป็นชื่อที่ยาวมากสำหรับการทำแบรนด์ (คำอ่าน กา-แลค-ซี่-เอส-อี-เลฟ-เว่น ที่ออกเสียงค่อนข้างยาว) และอาจจะไม่ใช้ชื่อนี้ในปีหน้า ซึ่งก็คิดว่าเป็นเวลาที่ดีที่จะเปลี่ยนแปลงชื่อรุ่น และมีการคุยกันภายในบริษัทว่า “อาจมีการรวม Galaxy S และ Galaxy Note เข้าด้วยกัน”

ซึ่งล่าสุด Evan Blass ได้แชร์ข่าวลือใหม่จากแหล่งข่าวเชื่อถือได้ ว่าเรื่องการรวมรุ่นมือถือนี้ยังคงมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง และอาจเกิดขึ้นจริงภายในปีหน้าอีกด้วย (แต่ถ้ายังไม่เกิด ก็น่าจะดีเลย์ไปอีก 12 เดือน)

ปัจจุบัน Galaxy Note ก็แทบไม่ต่างจาก Galaxy S แล้ว

ในช่วงเวลารุ่นแรกๆ ของไลน์สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S และ Galaxy Note ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่พอมาถึง Galaxy S6 และ Galaxy Note 5 ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นก็เริ่มลดลง และมีหลายๆ ฟีเจอร์ที่คาบเกี่ยวกัน เป็นอย่างนี้มาจนถึงรุ่นปัจจุบัน และก็เป็นที่ถกเถียงกันว่า…

Samsung Galaxy Note ก็คือ Samsung Galaxy S แบบมีปากกา S-pen นั่นเอง

แน่นอนว่ายังไม่มีการยืนยันแน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หากทางบริษัทเปิดไฟเขียวเกี่ยวกับการรวมผลิตภัณฑ์นี้ ในต้นปีหน้าเราอาจได้เห็นทั้ง 2 รุ่นรวมกันในชื่อใหม่ “Galaxy One” แทนที่ Galaxy S11 ที่ลักษณะจะเป็น Galaxy S-series มาพร้อม S-pen ก็เป็นได้

และหากมีผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก็ยังมีคำถามอีกว่า S-pen จะเป็นอุปกรณ์ติดเครื่องสำหรับทุกรุ่นเหมือนโมเดล Note หรือจะมีให้เฉพาะรุ่นหน้าจอใหญ่/รุ่นที่แพงกว่าแทน แต่ที่แน่ๆ ช่องว่างของงานแถลงข่าวเปิดตัวจะถูกยุบไป 1 งานหรือเปล่า?

งานเปิดตัว Galaxy Note อาจถูกแทนที่ด้วย งานเปิดตัว Galaxy Fold

ความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง ก็คือหลังจากที่ Galaxy Note ถูกรวมกับ Galaxy S ไปเปิดตัวในช่วงต้นปีแล้ว ไทม์ไลน์เดือนสิงหาคมที่เคยเป็นการเปิดตัว Galaxy Note ก็จะถูกแทนที่ด้วย Galaxy Fold สมาร์ทโฟนจอพับได้แทน ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถสรุปถึงความสำเร็จของ Galaxy Fold ได้ในตอนนี้ แต่ทางซัมซุงก็เตรียมการสำหรับ Galaxy Fold รุ่นที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมีหน้าจอ OLED พับได้ขนาด 6.7 นิ้ว มีความบางกว่า พกง่ายกว่า และถูกกว่ารุ่นแรก


เมื่อดูจากการมีอยู่ของ Galaxy Fold ที่เป็นเรือธงเพิ่มขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่งในตลาด ก็ดูเหมือนว่าทางซัมซุงจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปมากเกินไป การรวม S กับ Note เข้าด้วยกันจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่ทางบริษัทฯ จะได้โฟกัสตัวผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น
ที่มา : www.phonearena.com , twitter.com

ลือ! Huawei Mate 30 Pro จะใช้ระบบฯ Android 10 แบบไร้แอปฯ จาก Google

หลังจากที่ทาง Google ออกมาบอกว่า Mate 30 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงล่าสุดของทาง  Huawei จะไม่สามารถใช้บริการต่างๆ จาก Google ได้ ก็มีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ว่าจะเดินทางไปทางไหนในเมื่อไม่สามารถใช้ทั้งแอปฯ และ (น่าจะรวมทั้ง) ระบบปฏิบัติการของทาง Google อย่าง Android ได้

ซึ่งที่ผ่านมานี้ ก็มีทั้งกำหนดการเปิดตัว Mate 30 อย่างเป็นทางการออกมา พร้อมกับมีสเปคต่างๆ ของเครื่องหลุดออกมามากมาย แต่เรื่องของระบบปฏิบัติการก็ยังเป็นปริศนา จนกระทั่งทวิตล่าสุดของ @RODENT950 จากเว็บไซต์ Slashleaks ที่เผยทั้งสเปคและที่สำคัญซอฟต์แวร์ของ Huawei Mate 30 Pro 

โดยข้อมูลระบุว่า Huawei Mate 30 Pro จะใช้ซอฟต์แวร์เป็น “Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.0 โดยที่ไม่มี Google Apps” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจโดยแท้

กลายเป็นว่า Huawei Mate 30 Pro จะไม่ใช้แอปฯ จาก Google ตามที่ทาง Google ได้ออกมาประกาศ แต่ในส่วนของระบบปฏิบัติการที่ยังเป็น Android 10 นั้น ไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไร ข้อห้ามการใช้บริการ Googleไม่ได้รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android หรือทาง Huawei นำระบบปฏิบัติการ Android ที่เป็น Open-source มาพัฒนาต่อ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android จริงๆ แต่ก็ไม่สามารถใช้แอปฯ จาก Google ได้อยู่ดี สาวก Huawei อาจต้องปรับตัวกันพอสมควรเลย หากยังใช้บริการจาก Google อย่างเช่น Google Maps, Gmail, Drive ฯลฯ กันอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่นั้น อีกไม่นานเกินรอ 19 กันยายนนี้ รอชมการยืนยันชัดๆ จากการเปิดตัว Huawei Mate 30 Series ได้
ที่มา : www.techradar.com


Intel จะเปิดตัวซีพียูสุดแรง Core i9-9900KS บูทถึง 5 GHz ได้ทุก Core ในเดือนตุลาคม

เป็นที่รู้กันว่าซีพียูเรือธงของค่าย Intel (ค่ายสีฟ้า) ก็คือ Core i9-9900K และกำลังจะมีรุ่นที่แรงกว่ามาแทนที่อย่าง Core i9-9900KS (เพิ่มรหัส S เข้ามา) เป็นซีพียูรุ่นพิเศษ (Special Edition) ซึ่งมันเป็นข่าวที่ออกมาซักพักแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018

Intel จะเปิดตัวซีพียูสุดแรง Core i9-9900KS บูทถึง 5 GHz ได้ทุก Core ในเดือนตุลาคม


ทุก Core เร็วแตะ 5.0 GHz — รูปภาพจาก tomshardware.com

แต่ล่าสุด Intel ก็กลับมาอีกครั้งในงาน IFA ที่จัดขึ้นใน เบอร์ลิน พร้อมกับบอกว่าว่าจะเปิดตัว Core i9-9900KS อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม (หรือเดือนหน้านั่นเอง)

โดยรายละเอียดคร่าวๆ ของ Core i9-9900KS ก่อนการเปิดตัวจริงก็ คือเป็น CPU ในตระกูล Cascade-Lake X ที่ใช้สถาปัตยกรรม 14 นาโนมิลลิเมตร, มี 8 Core/16 Thread, ความเร็วพื้นฐานอยู่ที่ 4 GHz, ปลดล็อก Overclock ความเร็วได้ถึง 5 GHz แบบพร้อมกัน 8 Core
(หมายเหตุ* Core i9-9900K ทำได้ 5 GHz แค่ 4 Core เท่านั้น)

Intel จะเปิดตัวซีพียูสุดแรง Core i9-9900KS บูทถึง 5 GHz ได้ทุก Core ในเดือนตุลาคม


Core i9-9900KS เป็น CPU ที่แรงที่สุดในขณะนี้  — ภาพจาก anandtech.com

น่าเสียดายที่ Intel ออกมาเผยข้อมูลแค่นิดหน่อย สำหรับสเปคแบบเต็มๆ และราคาค่าตัว คงต้องรอดูในงานเปิดตัวที่จะมีในเดือนหน้ากันอีกที
ที่มา : www.anandtech.com , www.tomshardware.com

Samsung เผยโฉมชิปรุ่นใหม่ Exynos 980 รวมโมเด็ม 5G เอาไว้ในตัวเพื่อประหยัดพื้นที่

ในงาน IFA 2019 Samsung ได้เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Exynos 980 ที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ด้วยการผนวกรวมโมเด็ม 5G เอาไว้ภายใน CPU เลย ไม่ต้องมีชิปแยกเหมือนในปัจจุบันนี้

มันอาจจะดูเหมือนเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ก็ค่อนข้างสำคัญสำหรับการแข่งขัน เพราะคู่แข่งอย่าง Qualcomm ก็ประกาศแล้วว่าในชิป Snapdragon รุ่นถัดไป จะรวมโมเด็ม 5G เอาไว้ในตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยลดพื้นที่ภายในเครื่องให้เอาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้มากขึ้น

ชิป Exynos 980 จะผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 8 นาโนเมตร สนับสนุนเครือข่ายตั้งแต่ 5G ลงไปถึง 2G ทาง Samsung เคลมว่ามันรองรับ LTE ได้ที่ความเร็วสูงระดับ Gigabit รองรับ 5G ความเร็วสูงสุด 2.55Gbps sub-6GHz และรองรับเครือข่าย mmWave ด้วย

การทำงานเป็นแบบ 8 คอร์, ระบบประมวลผล Neural processing unit (NPU) สำหรับงานด้าน AI ที่เร็วกว่าเดิมถึง 2.7 เท่า และรองรับการทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์กล้องความละเอียดสูง 108MP ได้สูงสุด 5 เซ็นเซอร์พร้อมกัน

ทาง Samsung จะเริ่มต้นการผลิต Exynox 980 ก่อนสิ้นปีนี้ และมีความเป็นไปได้ว่ามันจะทันพร้อมใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง Galaxy S11 ด้วย
ที่มา : www.theverge.com

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รองรับ 5G รุ่นแรกของโลก พร้อมกับ 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น หูฟังไร้สาย Huawei FreeBuds 3, เราท์เตอร์ Huawei WiFi Q2 Pro และ Huawei P30 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงต้นปีกับ 2 สีใหม่ ภายในงาน IFA 2019 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น รับชมกันได้เลย

ชิปเซ็ต Kirin 990 เป็นชิปประมวลผลรุ่นแรกของโลกที่รองรับ 5G ในตัว (ซึ่งทางหัวเว่ยมี 2 โมเดล ได้แก่ Kirin 990 5G และ Kirin 990 ที่ไม่รองรับ 5G และมีการประมวลผลที่แรงน้อยกว่า) ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสกับการให้บริการ 5G ในเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงปีแรกของการเริ่มให้บริการ 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่จะใช้งานชิปเซ็ตนี้ ก็คือ Huawei Mate 30 Series ที่จะเปิดตัวในวันที่ 19 กันยายนนี้นั่นเอง

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

โดยชิป Kirin 990 เป็นชิปเซ็ต 5G ที่มีกระบวนการผลิตแบบ 7nm+ EUV และโมเด็ม 5G ที่ติดตั้งมาในตัว จึงทำให้มีขนาดชิปเล็กกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่าชิปอื่นๆ ที่ใช้ชิปเซ็ต 4G คู่กับโมเด็ม 5G

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

โดยทาง Huawei ชูจุดเด่นว่าเป็นชิปที่เชื่อมต่อ 5G ที่ความเร็วดาวน์โหลดสูงถึง 2.3 Gbps และอัปโหลด 1.23 Gbps แรงกว่า 4G แบบไม่ทิ้งฝุ่น โดยเทคโนโลยีที่ว่าไม่ได้พึ่ง 5G เพียงอย่างเดียว แต่มีการใช้สัญญาณ 4G เข้ามาช่วยด้วยอีกแรง และยังช่วยประหยัดแบตฯ เวลาเปิดใช้งาน 5G อีกด้วย 

และยังมีการปรับเรื่องระบบสถาปัตยกรรมใหม่มีทั้งหมด 8 Core โดยแบ่งการประมวลผลออกเป็น 3 แบบ Big-core | Middle-core | Little-core ที่ประมวลผลเหมาะกับงาน และช่วยประหยัดแบตฯ มากขึ้น

  • 2x Cortex-A76 Based @2.86GHz : Big-core
  • 2x Cortex-A76 Based @2.36GHz / 2.09GHz* : Middle-core
  • 4x Cortex-A55 @1.95GHz / 1.86GHz* : Little-core

*หมายเหตุ เป็นความเร็วของ Kirin 990 รุ่นธรรมดา 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

ส่วนการประมวลผลกราฟฟิกก็เป็นชิปตัวแรกของโลกที่มี 16 Core โดยเป็น GPU Mali-G76  

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

และยังเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ AI ภายในที่ทาง Huawei เคลมว่าเป็น AI ที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าค่ายอื่นๆ อีกด้วย

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

อย่างด้านการจัดการแรม Kirin 990 มีฟีเจอร์ Smart Cache ที่นำ Machine Learning มาช่วยในการจัดการทรัพยากร ทำให้การรันกราฟฟิกในเกมทำได้อย่างไหลลื่นมากขึ้น และกินพลังงานน้อยลงอีกด้วย

อีกเรื่องที่น่าตื่นเต้นก็คือ นวัตกรรม dual-domain noise reduction ที่ตัวชิปเซ็ตสามารถจัดการภาพถ่ายจากกล้องมือถือได้ดีขึ้น สามารถลดสัญญาณภาพรบกวนทั้งภาพนิ่งและวิดีโอได้เทียบเท่ากับกล้องถ่ายรูป DSLR อีกด้วย


Huawei FreeBuds 3

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่
Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

ก่อนที่ Huawei จะเปิดตัว FreeBuds 3 มีการพูดถึงชิป Kirin A1 รุ่นใหม่ที่รองรับทั้ง Bluetooth 5.1 แบบธรรมดา และ Bluetooth 5.1 แบบ LE ที่สามารถแยกออกจากกัน (สองข้างแยกเป็นอิสระออกจากกัน) รับ-ส่งข้อมูลเร็ว แถมกินพลังงานต่ำ และในอนาคต Huawei จะนำไปใส่กับอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์หลายๆ รุ่น 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่
Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

Huawei FreeBuds 3 หูฟังรุ่นใหม่จาก Huawei ที่เป็นหูฟังรุ่นแรกของโลกที่สามารถปรับระดับ Active Noise Cancellation ได้ตามต้องการ และยังมีอัตรา Latency ต่ำจนสามารถนำไปใช้เล่นเกมส์ได้ นอกจากนี้ยังรองรับระบบ Fast Charge และ Wireless Charge Speed ด้วย ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ สำหรับหูฟังใช้งานต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมง และนำกลับไปชาร์จในเคสเก็บต่อได้อีก 20 ชั่วโมง 

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

นอกจากนี้แล้วไมค์รับเสียงยังมีเทคโนโลยี Mic Duct ที่ป้องกันเสียงลมไหลผ่านไมค์ทำให้สามารถจับเสียงพูดได้อย่างชัดเจน 

ด้านดีไซน์ Huawei FreeBuds 3 เป็นหูฟังแบบเอียร์บัด (Ear-buds) ที่มีก้านยาวๆ ออกมาด้านข้าง ตัวเคสเก็บหูฟังมีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายตลับแป้ง และมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาวเงาและสีดำเงา


Huawei WiFi Q2 Pro

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

เราท์เตอร์ Huawei WiFi Q2 Pro เป็นอีกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในงาน IFA ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยงาม พร้อมฟีเจอร์ป้องกันคลื่นรบกวนสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากชิปโมเด็ม PLC และ เทคโนโลยี PLC Turbo ให้สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วเต็มพิกัด ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น รองรับการสร้างเครือข่าย mesh Wi-Fi ความถี่ 5 GHz เพื่อกระจายสัญญาณได้ และมีการผสานเครือข่ายระหว่าง PLC และ Wi-Fi เข้าด้วยกัน เพื่อให้การเชื่อมต่อมีความเร็วสูงสุดได้ถึง 1,867 Mbps

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

นอกจากนี้ Huawei WiFi Q2 Pro ยังรองรับการเชื่อมต่อกับเราท์เตอร์แบบพ่วงแบบ Plug and Play ได้สูงสุดถึง 15 เครื่อง โดยตัวเครื่องจะเลือกเชื่อมต่ออุปกรณ์กับคลื่นสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แรงที่สุดให้เอง และจดจำรหัสผ่านเราท์เตอร์ตัวเก่าได้อีกด้วย มีเทคโนดลยีเครือข่า IPv6 ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครือข่ายและการเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้ขึ้นไปอีกระดับ


Huawei P30 Pro กับ 2 สีใหม่

Huawei เปิดตัวชิปเซ็ต Kirin 990 5G ในงานน IFA 2019 พร้อม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่

นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว Huawei ยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงเมื่อต้นปี Huawei P30 Pro กับสีใหม่ทั้ง สีชมพู Misty Lavender ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีชายหาดภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง และสีน้ำเงิน Mystic Blue ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของท้องฟ้าที่สะท้อนผิวน้ำทะเล

 
Misty Lavender
 Mystic Blue

โดยดีไซน์ใหม่ จะมีความแตกต่างตรงที่ ด้านหลังของตัวเครื่องจะถูกแบ่งพื้นผิวออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ พื้นผิวมันวาว (Glossy) ในส่วนของกล้องด้านบน และพื้นผิวด้านล่างที่เป็นผิวด้าน (Matte) จากเทคนิคการพ่นทราย ลดการเกิดรอยนิ้วมือบนตัวเครื่อง

ส่วนฟีเจอร์การใช้งาน Huawei P30 Pro ได้เพิ่ม Night Selfie เข้ามาใน Night Mode ให้สามารถถ่ายเซลฟี่ในสภาพแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น มีฟีเจอร์ Huawei Vlog AI ให้ผู้ใช้สามารถสร้างมิวสิควิดีโอจากอัลบั้มภาพและวิดีโอภายในเครื่องได้ภายในปุ่มเดียว และที่สำคัญ Huawei P30 Pro สีใหม่ จะมาพร้อมกับ EMUI 10 ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดจากทางหัวเว่ย โดยสีใหม่นี้จะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 20 กันยายนเดือนนี้