สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียม ที่ซื้อมาแล้ว “คุ้มค่าคุ้มราคา” จริงๆ

ในปี 2018 นี้ ได้มีสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมเปิดตัวหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่งไม่เพียงแค่ตอกย้ำว่า สมาร์ทโฟนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต รวมถึงเป็นการแสดงออกด้านแฟชัน และวัฒนธรรมการดำรงชีวิตขอบเราในทศววษนี้อีกด้วย

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนเหล่านั้นมาพร้อมราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าพิจารณาในหลาย ๆ มุมแล้วนั้น จะเห็นได้ว่ามีหลายรุ่นที่มีฟีเจอร์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ รวมถึงคุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิตก็ดีเยี่ยม ทนทาน ไม่ใช่สิ่งของที่ซื้อมาแล้วเสียไปอย่างรวดเร็วแน่นอน

เรามาดูกันว่ามีสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมรุ่นใดบ้างที่เรียกได้ว่า ซื้อมาใช้แล้ว “คุ้มค่าคุ้มราคา” จริง ๆ

1. OnePlus 6

OnePlus ได้เปิดตัว OnePlus 6 มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา โดยยังคงเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในขณะนี้

ถึงแม้ว่า OnePlus 6 จะไม่มีฟีเจอร์บางอย่างที่สมาร์ทโฟนพรีเมียมหลายรุ่นมีกัน เช่น ชาร์จไร้สาย, จอ OLED หรือกล้องระดับเทพ แต่เราคงไม่ได้ใช้ฟีเจอร์เหล่านั้นมากเท่าไร แต่สิ่งที่ OnePlus 6 ทำได้ดีอย่างยอดเยี่ยมคือการจัดการพลังงาน ด้วยชุมพลัง Qualcomm Snapdragon 845 และแรมที่มากถึง 6 GB ซึ่งทำให้ใช้งาน Multitasking ได้อย่างลื่นไหล กอปรกับฟีเจอร์ชาร์จเร็วที่ดีมาก รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android ที่เกือบจะเป็นเวอร์ชันที่สะอาดที่สุด ซึ่งครอบด้วย Oxygen OS

OnePlus ได้เปิดตัวรุ่นล่าสุดอย่าง OnePlus 6T ไปแล้วเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้น OnePlus 6 ก็ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่อยดเยี่ยมอยู่เช่นเดิม

2. Samsung Galaxy Note 9

นี่คือเรือธงรุ่นใหญ่ล่าสุดของ Samsung ซึ่งมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.4 นิ้ว, แบตเตอร่ขนาดใหญ่, กล้องระดับสุดยอด, ความจุมหาศาล, เซ็นเซอร์สแกนนิ้ว, เซ็นเซอร์สแกนม่านตา และปากกา S Pen ซึ่งช่วยให้ควบคุม Galaxy Note 9 ได้อย่างที่ใจต้องการ

นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วยฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์มากมาย เช่น ชาร์จไร้สราย, ระบบกันน้ำ และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว เรียกได้ว่าพรีเมียมทั้งดีไซน์และฟีเจอร์เลยก็ว่าได้

3. Samsung Galaxy S9

อีกหนึ่งเรือธงของ Samsung ในปี 2018 นี้ ซึ่งก็มีหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่, กล้องระดับสุดยอด, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, เซ็นเซอร์สแกนนิ้วและใบหน้า, เทคโนโลยีชาร์จเร็ว และชาร์จไร้สาย

จริง ๆ แล้ว Galaxy S9 นั้น อาจจะด้อยกว่าที่ความจุและการรองรับปากกา S Pen แต่โดยรวมแล้วถือว่ามีประสิทะิภาพไม่ด้อยกว่า Galaxy Note 9 สักเท่าไรนัก อีกทั้งราคายังถูกกว่ากันด้วย

4. LG G7 ThinQ

ดูเผิน ๆ LG G7 ThinQ อาจมีดีไซน์คล้าย iPhone X อยู่บ้าง แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือราคาที่ถูกกว่ามาก

อีกทั้งยังมีสเปคที่ไม่น้อยหน้าใคร ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.1 นิ้ว, ระบบเสียงระดับดีงาม, กล้องหลังเลนส์ Ultra-Wide ที่เก็บรายละเอียดของภาพได้กว้างและคมมาก ๆ, ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 845, เทคโนโลยีชาร์จไร้สาย และระบบกันน้ำ

5. Moto G6

นี่คือสมาร์ทโฟนสเปคเยี่ยมที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 250 เหรียญ (ประมาณ 8,300 บาท) เท่านั้น

ถึงแม้ภายนอกจะดูธรรมดา แต่อัดแน่นด้วยหน้าจอ 5.7 นิ้ว, แบตเตอรีขนาดใหญ่, เทคโนโลยีชาร์จเร็ว และกล้องที่ดีงามไม่ใช่น้อย รวมถึงประสิทธิภาพจากชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 450 ที่อาจทำให้ดูด้อยกว่า Galaxy S9 อละ LG G7 ThinQ อยู่พอสมควร แต่โดยรวมถือว่าทำได้น่าประทับใจ

เผยคะแนน Samsung Galaxy S10+ ล้ม Huawei Mate 20 Pro ได้!

โดยปกติ Samsung จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงไลน์ Galaxy S ช่วงต้นปี ประมาณเดือนมีนาคมซึ่งอีกสักพักเลยกว่าจะเปิดตัว แต่ล่าสุดก็มีคะแนนออกมาให้ชมกันแล้วครับ

ล่าสุดมีการเผยแพร่คะแนนของ Galaxy S10+ ที่ใช้ชิปประมวลผล Exynos 9820 ผลินที่สถาปัตยกรรม 8 นาโนเมตรรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Samsung เอง โดยสามารถทำคะแนนไปได้ถึง 325,076 คะแนน ซึ่งมากกว่า Huawei Mate 20 Pro ที่ใช้ชิปประมวลผล Kirin 980 อีกครับ

น่าเสียดายที่คะแนนของ Exynos 9820 ยังตาม Snapdragon 8150 อยู่พอสมควร คาดว่า Galaxy S10+ จะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2280×1080 พิกเซล แรม 12GB ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9

3 ตัวไม่พอ ขอเพิ่ม! LG จดสิทธิบัตรกล้องหลัง 16 ตัวบนสมาร์ทโฟน

จำนวนกล้องหลังบนสมาร์ทโฟนที่ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป แถมยังนับว่าเป็นหนึ่งในช่องทางการแข่งขันกันระหว่างแบรนด์สมาร์ทโฟนแต่ละค่าย แต่กับสิทธิบัตรล่าสุดของ LG นั้นอาจแสดงให้เห็นถึงความบานปลายมากขึ้นไปอีก

โดยเว็บไซต์ LetsGoDigital ได้พบข้อมูลจากสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐอเมริกา (USPTO) ซึ่งระบุถึงสิทธิบัตรใหม่ของบริษัท LG ว่าด้วยเรื่องกล้องหลังบนมือถือที่มีมากถึง 16 ตัว!

อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างที่นอกเหนือจากจำนวนกล้อง คือการที่กล้องแต่ละตัวจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในการกดถ่ายภาพเพียงแค่ครั้งเดียว ผ่านมุมมองและเลนส์ที่ต่างกันในกล้องแต่ละตัว ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกรูปที่ถูกใจได้จากตัวเลือกที่หลากหลาย และเมื่อเทียบกับความสามารถของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันที่สามารถจับภาพเป็นร้อยช๊อตได้ภายในไม่กี่วินาที กล้อง 16 ตัวของ LG ก็คงจะสามารถทำเรื่องดังกล่าวได้อย่างไม่ยากเย็น

3 ตัวไม่พอ ขอเพิ่ม! LG จดสิทธิบัตรกล้องหลัง 16 ตัวบนสมาร์ทโฟน
3 ตัวไม่พอ ขอเพิ่ม! LG จดสิทธิบัตรกล้องหลัง 16 ตัวบนสมาร์ทโฟน

3 ตัวไม่พอ ขอเพิ่ม! LG จดสิทธิบัตรกล้องหลัง 16 ตัวบนสมาร์ทโฟน

3 ตัวไม่พอ ขอเพิ่ม! LG จดสิทธิบัตรกล้องหลัง 16 ตัวบนสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ ในสิทธิบัตรยังกล่าวอ้างถึงความสามารถในการรวมชุดข้อมูลที่ได้จากกล้องทุกตัว ที่ผู้ใช้สามารถทำได้หลังจากการถ่ายภาพ รวมถึงการรองรับการถ่ายภาพระยะชัดตื้น (หน้าชัดหลังเบลอ) ได้ดียิ่งขึ้นด้วย

สุดท้ายนี้ ก็เช่นเดียวกับสิทธิบัตรอื่นๆ นั่นคือ การจดสิทธิบัตรใหม่ของ LG ในครั้งนี้ ไม่ใช่การยืนยันว่าจะมีการพัฒนาสมาร์ทโฟนี่มีความสามารถดังกล่าวออกมาเพื่อวางขายจริงๆ แต่อย่างใด

ที่มา : www.theverge.com , nl.letsgodigital.org , www.phonearena.com

motorola one พร้อมจำหน่าย! บวกโปรค่ายเหลือเพียง 3,990 บาท

เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ motorola one สมาร์ทโฟนระดับมิดเรนจ์ระบบปฏิบัติการ Android One รุ่นล่าสุดจากทาง โมโตโรล่า ที่มีความโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Max Vision HD+ ขนาด 5.9 นิ้ว (อัตราส่วน 19:9), ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625, ระบบสั่งการ Moto Actions และระบบชาร์จไฟ Turbo Power ที่ชาร์จเพียง 20 นาที ก็สามารถใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมงโดย motorola one มาในเครื่องสีดำ พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป ด้วยราคา 7,990 บาท

พิเศษสำหรับลูกค้าทรู เมื่อซื้อ motorola one พร้อมสมัครแพ็คเกจรายเดือน 4G Fun Unlimited 499 บาทขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,000 บาท (สัญญา 12 เดือน) สามารถซื้อเครื่องได้ในราคาพิเศษเพียง 3,990 บาท โปรโมชั่นนี้มีถึงวันที่ 31 มกราคม 2562 นี้เท่านั้น

motorola one พร้อมจำหน่าย! บวกโปรค่ายเหลือเพียง 3,990 บาท

motorola one พร้อมจำหน่าย! บวกโปรค่ายเหลือเพียง 3,990 บาท

 


5 ฟีเจอร์เด่นของ motorola one

motorola one พร้อมจำหน่าย! บวกโปรค่ายเหลือเพียง 3,990 บาท

สำหรับฟีเจอร์เด่นๆ ของ motorola one นั้น ประกอบไปด้วย ระบบปฏิบัติการ Android One ที่ทำให้สมาร์ทโฟนโมโตโรล่าสามารถอัพเดทซอฟต์แวร์แอนดรอยด์ได้อย่างรวดเร็ว โดยภายในงานทางโมโตโรล่าได้กล่าวว่า สำหรับ motolora one จะได้รับการอัพเดทเป็น Android Pie ภายในเดือนธันวาคม 2018 นี้ รวมทั้งยังการันตีว่ารุ่นนี้จะได้รับการอัพเดทไปจนถึง Android Q อย่างแน่นอน มือถือมีความปลอดภัยสูงด้วย Google Play Protect ที่ตรวจสอบความปลอดภัยของแอพฯ ต่างๆ ทุกวัน ใช้งาน Google Photos Storage ได้ฟรี รูปทุกรูปที่อยู่บนมือถือรุ่นนี้ จะถูกเก็บไว้บนกูเกิ้ลคลาวด์ได้ไม่จำกัด มี Moto Actions ให้ใช้งาน เราสามารถพลิกข้อมือ 2 ครั้งเพื่อเปิดกล้อง หรือสับมือถือ 2 ครั้งเพื่อเปิดใช้งานไฟฉาย ได้เหมือนสมาร์ทโฟนโมโตรุ่นอื่นๆ มีระบบ Turbo Charge ที่ชาร์จเพียงแค่ 20 นาทีก็สามารถใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมง (วัดจากการใช้งานเฉลี่ย ทั้งโทรศัพท์ เล่นเกมส์ ฟังเพลง ดูหนัง เล่นอินเทอร์เน็ต)

สเปคของ motorola one

  • วัสดุผิวกระจก หน้า-หลัง
  • ตัวเครื่องสีดำ
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (One Edition)
  • CPU Snapdragon 625 2.0GHz Octa-core
  • GPU Adreno 506
  • RAM/ROM 4/64 GB
  • รองรับการ์ดความจำสูงสุด 256GB
  • ขนาดหน้าจอ 5.9 นิ้ว (อัตรส่วน 19:9, กระจก 2.5D)
  • ความละเอียด HD+ notch (720×1520)
  • กล้องหลัง 13MP PDAF (f2.0, 1.12um) + 2MP (f2.4, 1.75um)
  • กล้องหน้า 8MP (f2.2, 1.12um) มีแฟลชกล้องหน้า
  • ความเร็วเครือข่าย 4G LTE (Cat4), UMTS/HSPA+, GSM/EDGE
  • รองรับการใช้งาน nanoSIM 2 ซิม (4G/3G/2G) และสามารถใส่พร้อม microSD ได้
  • ระบบ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, 2.4/5GHz
  • รองรับช่องหูฟัง 3.5mm
  • Bluetooth 4.2
  • แบตเตอรี่ Li-Poly 3,000 mAh
  • พอร์ต USB-C
  • มาตรฐานกันน้ำ P2i

Microsoft อัพเดท Visual Studio 15.9 ให้รองรับการพัฒนาแอพฯ บน ARM64 อย่างเป็นทางการ

ก่อนที่จะไปพูดถึงข่าวสำคัญที่ทาง Microsoft ประกาศออกมา หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า Windows 10 on ARM คือ อะไร? เราเลยอยากจะอธิบายจุดนี้ให้เข้าใจกันก่อน พูดแบบง่ายๆ คือ ปกติแล้วเราจะใช้งาน Windows 10 บน ซีพียูแบบ x86 (32 บิท) ซึ่งเป็นชื่อทั่วไปของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาโดยบริษัทอินเทล ต่อมาบริษัท AMD ก็ได้พัฒนาซีพียูแบบ x64 (64บิท) ออกมา ซึ่งตัวระบบปฏิบัติการ Windows ที่เราใช้งาน ปกติแล้วก็จะรองรับการทำงานบนซีพียูดังกล่าว แต่ด้วยความที่ซีพียูแบบ ARM มีจุดเด่นตรงที่ใช้พลังงานน้อย มันจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอุปกรณ์พกพา ซีพียูบนสมาร์ทโฟนอย่างพวก Snapdragon, Tegra, Apple ก็ต่างออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบ ARM ทั้งสิ้น ทาง Microsoft จึงได้พัฒนาให้ Windows สามารถทำงานบนซีพียูที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบ ARM ได้ด้วย เพื่อใช้ในอุปกรณ์จำพวกโน๊ตบุ๊ค

ด้วยความที่ซีพียูแบบ ARM ใช้พลังงานในการทำงานต่ำกว่าซีพียูแบบ x86, x64 ทาง Microsoft เลยมีไอเดียที่จะทำให้ตัวระบบปฏิบัติการ Windows ทำงานบน ARM ได้ โดยในตอนเปิดตัว Microsoft ได้ใช้ชิป Snapdragon 835 จาก Qualcomm ในการทำงาน แต่ข้อเสียของ Windows 10 on ARM คือ ตัวแอพฯ จะถูกทำงานแบบ x86 ผ่านการทำจำลองด้วยระบบ Emulator ทำให้ประสิทธิภาพไม่ค่อยดีนัก เมื่อเทียบกับการทำงานบนอุปกรณ์ที่ใช้ซีพียูแบบ x86, x64 โดยตรง

แต่ปัญหาดังกล่าวกำลังจะเป็นอดีตไปแล้ว เพราะล่าสุด Microsoft ได้เปิดตัว Visual Studio 15.9 ซึ่งได้เพิ่มความสามารถใหม่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอพฯ ให้ทำงานแบบ ARM64 ได้เลย ไม่ต้องผ่าน Emulator แบบในอดีต ทำให้ประสิทธิภาพในการรันแอพฯ ต่างๆ ดีกว่าเดิมมาก อีกทั้งตัว Microsoft Store ก็อัพเดทให้นักพัฒนาส่งแอพฯ ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ ARM64 ได้แล้วด้วยเช่นกัน โดยนักพัฒนาสามารถใช้ Visual Studio 15.9 ทำการ Recompile apps ทั้ง UWP และ C++ Win32 ให้ทำงานแบบ ARM64 ได้อย่างง่ายดาย

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 on ARM ที่น่าสนใจในตอนนี้ก็อย่างเช่น Lenovo Yoga C630 WOS และ Galaxy Book 2 โดยทั้งคู่ใช้ Snapdragon 850 ในการทำงาน

ที่มา : www.xda-developers.com , www.engadget.com , blogs.windows.com

เปิดลงทะเบียนแล้ววันนี้ 9 เส้นทางปั่นจักรยานกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก”

 

สำหรับสิงห์นักปั่นทั้งหลายเตรียมฝึกซ้อมกำลังขาไว้ให้ดี เพราะเร็วๆ นี้กำลังจะมีงานปั่นจักรยานครั้งใหญ่ระดับประเทศ นั่นคืองาน Bike อุ่นไอรัก หรือ “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561-19 มกราคม 2562 กิจกรรมอุ่นไอรักคลายความหนาว เผย 9 เส้นทางปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ของประชาชน 1 แสนคนวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมปั่นจักรยานในกิจกรรม

รายละเอียดของเส้นทางการปั่นจักรยานครั้งนี้กันหน่อย

แผนที่เส้นทางปั่นจักรยานของประชาชน แบ่งเป็นจุดปั่นจักรยาน 9 จุด ตามเส้นทางเสด็จฯ และมีระยะทางปั่นจักรยานให้ประชาชนสามารถเลือกได้ โดยมีขบวนดังต่อไปนี้

1. ลานคนเมือง ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร

เป็นขบวนปั่นจักรยานกลุ่มครอบครัว เริ่มต้นปั่น เวลา 08.00 น. โดยเป็นการปั่นจักรยานเพื่อเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพฯ ซึ่งมี 4 จุดใหญ่ คือ

– เสาชิงช้า

– พระบรมมหาราชวัง

– ท่าราชวรดิษฐ์

– สวนสราญรมย์

โดยปั่นตามเส้นทางต่อไปนี้ ลานคนเมือง – อนุสาวรีย์ ปชต. – แยกผ่านพิภพลีลา – ศาลหลักเมือง – ถ.หน้าพระลาน – ถ.มหาราช – ถ.ท้ายวัง – แยก นรด. – ถ.เจริญกรุง – แยกอุณากรรณ – สวนรมณีนาถ

2. สนามม้านางเลิ้ง1 ระยะทาง 16.2 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ สนามม้านางเลิ้ง – แยกมิสกวัน – แยกผ่านพิภพลีลา – แยก นรด. – แยก SAB – สะพานพระปกเกล้า – แยกบ้านแขก – ถ.อิสรภาพ – ถ.ท่าดินแดง – สะพานพุทธ – ถ.มหาราช – ถ.หน้าพระธาตุ – ถ.เจ้าฟ้า – ถ.ราชดำเนินกลาง – แยกผ่านฟ้า – ถ.นครสวรรค์ – สะพานเทวกรรมรังรักษ์ – สนามม้านางเลิ้ง

3. สนามม้านางเลิ้ง2 ระยะทาง 6.2 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ สนามม้านางเลิ้ง – แยกผ่านพิภพลีลา – สะพานพระปิ่นเกล้า – แยกอรุณอมรินทร์ – สะพานพระราม 8 – แยกวิสุทธิกษัตริย์ – แยก จปร. – แยกมิสกวัน – สนามม้านางเลิ้ง

4. สนามหลวง ระยะทาง 11 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ สนามหลวง – แยก นรด. – แยก SAB – สะพานพระปกเกล้า – แยกบ้านแขก – ถ.อิสรภาพ – ถ.ท่าดินแดง – สะพานพุทธ – ถ.มหาราช – ถ.หน้าพระธาตุ – สนามหลวง

5. รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ระยะทาง 20.6 กิโลเมตร

เริ่มเส้นทางตั้งแต่ รพ.พระปิ่นเกล้า- แยกพระประแดง – ซ.สุขสวัสดิ์ 47 – แยกพระประแดง – รพ.พระปิ่นเกล้า

6. แยกตากสิน ระยะทาง 23.2 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ ใต้สะพานตากสิน – แยกพระประแดง – ถ.สุขสวัสดิ์ – แยกตากสิน – ใต้สะพานตากสิน

7. ถ.อินทรพิทักษ์ ระยะทาง 24.3 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ วงเวียนใหญ่ – แยกพระประแดง – ถ.สุขสวัสดิ์ – แยกพระประแดง – วงเวียนใหญ่

8. พระประแดงอาเขต ระยะทาง 15.0 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ พระประแดงอาเขต – แยกมไหสวรรย์ – แยกท่าพระ – วงเวียนใหญ่ – แยกพระประแดง – ถ.สุขสวัสดิ์ – พระประแดงอาเขต

9. โกดังศุภนาวากรุ๊ป ระยะทาง 23 กิโลเมตร

เส้นทางตั้งแต่ โกดังศุภนาวากรุ๊ป – แยกพระประแดง – รพ.พระปิ่นเกล้า – วงเวียนใหญ่ (วนกลับ) – รพ.พระปิ่นเกล้า – แยกพระประแดง – โกดังศุภนาวากรุ๊ป

คนไทยทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” พร้อมกันทั่วประเทศ ในเวลา 15.00 น. ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ดังขั้างต้นได้ โดยลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ได้ทางเว็บไซต์ www.bikeunairak2018.com หรือสมัครด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ และศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ในวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1111

ที่มา : bikeunairak2018

สมาร์ทโฟนระบบดาวเทียม “Thuraya X5-Touch”

Thuraya Telecommunications Company ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Al Yah Satellite Communications Company (Yahsat) ประกาศว่า สมาร์ทโฟนระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมรุ่นแรกของโลก “Thuraya X5-Touch” จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการภายในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน

Thuraya X5-Touch ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ มาพร้อมจอทัชสกรีนแบบ Full HD ขนาด 5.2 นิ้ว เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่เดินทางอยู่เป็นประจำและครอบคลุมการทำงานของหลายภาคส่วน ทั้งภารกิจของภาครัฐ โครงการพลังงาน การติดต่อสื่อสารภายในองค์กร และการทำงานขององค์กรเอ็นจีโอ โดยสามารถเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายในขณะเดินทางหรือในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถใช้สมาร์ทโฟนทั่วไปได้

Thuraya X5-Touch มีระบบ 2 ซิมและฟีเจอร์ Dual Mode ทำให้สามารถเปิดใช้งานระบบดาวเทียมและ GSM (2G, 3G หรือ 4G) พร้อมกันได้ตลอดเวลา

คุณ Shawkat Ahmed ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์บริษัท Thuraya กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกหลายสิ่งหลายอย่างในอุตสาหกรรมดาวเทียม เราภูมิใจที่ในที่สุดก็ได้ประกาศวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนสื่อสารผ่านดาวเทียมระบบแอนดรอยด์ X5-Touch ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้แก่คู่ค้าและผู้ใช้งาน ด้วยความคุ้มค่าที่สุดสำหรับทุกคน”

เมื่อคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานจากหน่วยงานรัฐและกองทัพ ที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนในสภาพแวดล้อมสุดโหดและห่างไกล Thuraya X5-Touch จึงมาพร้อมกับหน้าจอกระจก Gorilla® Glass และยังเป็นสมาร์ทโฟนที่ทนทานที่สุดในอุตสาหกรรม MSS โดยได้รับมาตรฐาน IP67 ซึ่งหมายความว่าสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำได้ และยังได้มาตรฐานทางการทหาร MIL ด้วย

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นและฟีเจอร์สุดล้ำ โดยเฉพาะฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญที่สุด เช่น ระบบนำทางและติดตามขั้นสูง รวมทั้งปุ่มขอความช่วยเหลือ SOS ในตัว นอกจากนั้นยังมีแบตเตอรี่ความจุสูง ทำให้เปิดเครื่องสแตนด์บายและสนทนาได้ยาวนานขึ้น พร้อมกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึง Wi-Fi, Bluetooth และ NFC

Thuraya X5-Touch พร้อมมอบประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟอันโดดเด่นให้แก่ลูกค้าภาครัฐ การใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ทำให้มีแอปพลิเคชันมากมายพร้อมใช้งาน แต่ในขณะเดียวกันนักพัฒนาก็สามารถพัฒนาและจัดการแอปเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นไปตามแนวคิด “Bring Your Own Appliciation” (BYOA) ที่ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอปได้ตามต้องการ นับเป็นการปฏิวัติการใช้โทรศัพท์มือถือระบบดาวเทียม

 

ที่มา: Thuraya Satellite Telecommunications Company

แนะนำ 10 โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว ดีไซน์บาง น้ำหนักเบา สเปกจัดเต็ม

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในสมัยนี้ไม่ได้ยึดติดอยู่กับการใช้พีซีแบบตั้งโต๊ะเหมือนเมื่อก่อน การมีโน้ตบุ๊กดีๆ สักเครื่องถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมาก เพราะสามารถพกพาไปทำงานได้ทุกที่ แถมสเปกต่างๆก็มีให้เลือกกันตามความเหมาะสม รวมถึงช่วงราคาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้เรามีโน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว รุ่นที่จัดว่าเด็ดมาฝากกันถึง 10 รุ่นให้คุณได้เลือกใช้กัน

1.Dell XPS 13-9360

Dell XPS 13-9360

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย —

โน้ตบุ๊ก 13 นิ้วรุ่นแรกที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือ Dell XPS 13-9360 ที่พรีเมี่ยมสุดๆ การันตีด้วยรางวัล CES 2018 Innovation Awards ซึ่ง Dell XPS 13 มาพร้อมจอขนาด 13.3 นิ้ว ขอบจอบางเพียง 5.2 มม. ด้วยเทคโนโลยีนาโนเอดจ์ ตัวเครื่องเพรียวบาง และมีน้ำหนักเบาเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น เลือกใช้งานความละเอียดได้สองระดับคือ QHD และ Full HD พิกเซล มาพร้อมขุมพลัง Intel Core i5 หรือ i7 Gen8 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดของ Intel ด้านกราฟิกการ์ดจอใช้ Intel UHD Graphics 620 ให้ RAM มาขนาด 4 GB / 8 GB /16 GB และมีหน่วยความจำภายในเครื่องสูงสุด ถึง 2TB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home หรือจะเลือกเป็นเวอร์ชั่น Pro ก็ได้

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ FHD AG (1920 x 1080), QHD+ (3200 x 1800)
ประเภทของแผงหน้าปัด InfinityEdge display, InfinityEdge touch display
ซีพียู Core i5, Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ i5-8250U, i7-8250U
รุ่น GPU Intel HD Graphics 620
แรม 4GB, 8GB, 16GB
ประเภทหน่วยความจำ LPDDR3
ชนิดหน่วยความจำ SSD
SSD/eMMC 128GB, 256GB, 512GB
การเชื่อมต่อ HDMI, USB3.0, Bluetooth, Card Reader, Thunderbolt, Camera, Speakers, Microphone
ระบบปฏิบัติการ Windows 10, Ubuntu
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Ubuntu
แบตเตอรี่ 60WHr
ขนาด 9-15 x 304 x 200 mm
น้ำหนัก 1.2 kg (non-touch) / 1.29 kg (touch)

ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้นต้องบอกว่าครบครันสมกับเป็นโน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว รุ่นพรีเมี่ยม เพราะให้พอร์ต USB มาถึง 3 พอร์ตด้วยกันคือ USB Type-C Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต และ USB Type-C DisplayPort 1 พอร์ต มีช่องสำหรับ microSD card reader รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, บลูทูธ แบตเตอรี่มีขนาด 52 WHr ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง

2.Lenovo Yoga 920 13

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 50,870 บาท

Lenovo Yoga 920 โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว แบบ 2-in-1 ที่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานไม่ว่าจะเป็นโหมดแท็บเล็ตหรือใช้งานในโหมดแล็บท็อป ตัวเครื่องมีบาง เบา โดยมีขนาดเพียง 323 x 223.5 x 13.95 มม. หนัก 1.37 กิโลกรัม ขอบจอบาง 5 มม. ขอบจอพับได้ 360 องศา ซึ่งเป็นฟีเจอร์เด่นในซีรีย์ Yoga ของ Lenovo นั่นเอง Yoga 920 มาพร้อมหน้าจอ IPS แบบทัชสกรีนขนาด 13.9 นิ้วความละเอียดสูงถึง 4K ซึ่งมีความละเอียดหน้าจอแบบ UHD ที่ 3840 x 2160 พิกเซล และแบบ FHD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ใช้ชิพประมวลผล Core i7 8Gen ด้านกราฟิกหน้าจอ Integrated Intel HD Graphics

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.9 inches
ความละเอียดหน้าจอ 13.9″ UHD (3840 x 2160) 13.9″ FHD (1920 x 1080)
ประเภทของแผงหน้าปัด IPS touchscreen
ซีพียู Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ Up to 8th Gen Intel Core i7U processor
รุ่น GPU Integrated Intel HD Graphics
แรม 8GB, 12GB, 16GB
ประเภทหน่วยความจำ DDR4
ชนิดหน่วยความจำ SSD
SSD/eMMC 256GB, 512GB, 1TB
การเชื่อมต่อ HDMI, USB3.0, Bluetooth, Thunderbolt, Camera, Speakers, USB Type-C
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home
แบตเตอรี่ – Up to 10.8 hours with UHD display* – Up to 15.5 hours with FHD display* * Based on testing with MobileMark 2014. Battery life varies significantly with settings, usage, & other factors.
ขนาด 323 mm x 223.5 mm x 13.95 mm / 12.7″ x 8.8″ x 0.5″
น้ำหนัก Starting at 1.37 kg / 3.0 lbs

ด้านการเชื่อมต่อ รองรับ HDMI, USB3.0, Bluetooth, Thunderbolt, Camera, Speakers, USB Type-C รองรับระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าใช้งานด้วยการ สแกนนิ้ว และ Window Hello นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Lenovo Active Pen 2 ในโหมด Windows Ink ค่ะ ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้นานประมาณ 10.8 ชม. ในโหมด UHD และ สูงสุดถึง 15.5 ชั่วโมงในโหมด FHD และสามารถใช้เป็นพาวเวอร์แบงค์ช่วยชาร์ตไฟให้ดีไวซ์อื่นๆ ถึงแม้จะปิดเครื่องอยู่ก็ตาม Lenovo Yoga 920 มี 3 สีให้เลือกคือ Platinum, Copper, Bronze หากใครที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วดีๆ ไว้ใช้งานสักเครื่องก็นับว่ารุ่นนี้น่าสนใจไม่น้อย

3.Lenovo ThinkPad L380

Lenovo ThinkPad L380

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 26,200 บาท

รุ่นที่ 3 ของโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วเรายังคงอยู่ที่ Lenovo ค่ะ โดย ThinkPad L380 นี้เป็นรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไป มาพร้อมหน้าจอ 13.3 นิ้ว ตัวเครื่องมีขนาด 322 x 224.2 x 18.8 มม. น้ำหนัก 1.46 กิโลกรัม ความละเอียดหน้าจอ มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบค่ะ คือ HD ที่ 1366 x 768 พิกเซล, จอ IPS FHD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล และจอ IPS มัลติทัช FHD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Intel Core i3 / i5 / i7 กราฟิกจอ Integrated Intel UHD 620 มี RAM สูงสุด 32 GB, ฮาร์ดดิสก์ SSD แบบ PCIe ขนาดความจุสูงสุด 512 GB และรุ่นนี้มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานเรียบร้อย

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ 1366 x 768 TN 1920 x 1080 IPS
ประเภทของแผงหน้าปัด TN, IPS, Multitouch
ซีพียู Core i3, Core i5, Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ ตัวเลือกสูงสุด 8th Generation Intel Core i7 with vPro
รุ่น GPU Integrated Intel UHD 620 Graphics
ประเภทหน่วยความจำ DDR4
สล็อตหน่วยความจำ 2 DIMM
ชนิดหน่วยความจำ SSD
การเชื่อมต่อ USB3.0, Bluetooth, Card Reader, Speakers, USB Type-C
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro (64-bit)
แบตเตอรี่ ใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว RapidCharge
ขนาด 12.67″ x 8.82″ x 0.74″ (322 mm x 224.2 mm x 18.8 mm)
น้ำหนัก 1.46 kg

มาดูการเชื่อมต่อกันบ้าง ต้องบอกว่าจัดมาให้เยอะจริงๆ ทั้ง USB-C,USB 3.0 HDMI 1.4, 4-in-1 Micro SD card reader (SD, MMC, SDHC, SDXC),RJ-45, Audio combo jack รองรับ Wi-Fi dual band AC (2×2), Bluetooth 4.2, NFC นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วย ชิป TPM 2.0 ที่ช่วยป้องกันการแฮกเครื่อง พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้อีกด้วย ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว RapidCharge ที่สามารถชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ThinkPad L380 มีให้เลือก สองสีคือ ดำ และน้ำเงิน

4.ASUS ZenBook S UX391UA

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 35,820 บาท

โน้ตบุ๊ก 13 นิ้วรุ่นถัดมาคือ ASUS ZenBook S UX391UA ที่เหมาะสำหรับพกพาในการเดินทาง หรือแม้แต่การออกไปทำงานนอกบ้าน ด้วยขนาดที่เบาเพียง 1 กิโลกรัม และมีขนาดจอ 13.3 นิ้ว มีขอบบางเพียง 5.9 มม. หน้าจอแบบ IPS ความละเอียดหน้าจอแบบ Full HD 1920 x 1080 พิกเซล และ 4K UHD 3840 x 2160 พิกเซล ทำงานด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-8550U หรือ Intel Core i5-8250 กราฟิกหน้าจอเป็น Integrated Intel UHD Graphics 620 ที่นอกจากจะให้ภาพคมชัดแล้วยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วยค่ะ ในส่วนของ RAM คือ DDR3 8GB สูงสุดคือ 16 GB และมีฮาร์ดดิสก์ PCle SSD 5120 GB ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home มาให้แล้ว

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ 4K UHD 3840 x 2160 (Deep Dive Blue only) Full HD 1920 x 1080
ประเภทของแผงหน้าปัด LED-backlit 4K UHD glossy touchscreen (Deep Dive Blue only) LED-backlit Full HD glossy screen LED-backlit Full HD anti-glare screen (Deep Dive Blue only)
ซีพียู Core i5, Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ Intel Core i5-8250U processor Intel Core i7-8550U processor
ความเร็วในการประมวลผล i5-8250U: 1.6 GHz, i7-8550U: 1.8 GHz
รุ่น GPU Integrated Intel UHD Graphics 620
แรม 8GB, 16GB
ประเภทหน่วยความจำ LPDDR3 SDRAM
ชนิดหน่วยความจำ SSD
SSD/eMMC 256GB, 512GB, 1TB
ออฟติคอลไดร์ฟ No
การเชื่อมต่อ HDMI, Bluetooth, Card Reader, Thunderbolt, Camera, Speakers, Microphone, USB Type-C, USB3.1
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro (ASUS recommends Windows 10 Pro) Windows 10 Home
แบตเตอรี่ 50Wh 4-cell lithium-polymer battery 65W power adapter Up to 13.5 hours battery life
ขนาด 31.1 x 21.3 x 1.29 cm (WxDxH)
น้ำหนัก With anti-glare display: Approx. 1 kg, With glossy display: Approx. 1.05 kg

ASUS ZenBook S UX391UA ใช้วัสดุหลักเป็นอลูมีเนียมเกรดสูงแบบ Unibody ผ่านการรองรับมาตรฐานความแข็งแรงระดับกองทัพ MIL-STD 810G จึงมั่นใจได้ว่าถึงแม้ตัวเครื่องจะบาง เบา แต่ความทนทานนั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก และยังเด่นด้วยบานพับ ErgoLift ที่เมื่อกางออกจะใช้งานเป็นฐาน โดยทำมุมเอียง 5.5 องศา ทำให้ใช้งานได้ถนัดขึ้น สำหรับการเชื่อมต่อนั้นมีพอร์ต USB Type-C USB Thunderbolt มาให้ 2 พอร์ต และ USB Type-C 3.1 จำนวน 1 พอร์ต รองรับ Wi-Fi dual-band 802.11ac, Bluetooth 4.2 รองรับการทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Amazon Alexa และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานได้ถึง 13.5 ชั่วโมง ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว รุ่นนี้จัดว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

5.Razer Blade Stealth

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย —

โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว รุ่นที่ 5 Razer Blade Stealth เป็นโน้ตบุ๊กเกมมิ่งจอขนาดเล็ก ขนาด 13.3 นิ้ว มาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ ความละเอียดหน้าจอที่ QHD ที่ 3200 x 1800 พิกเซล รองรับทัชสกรีน ระบบประมวลผลเป็น Core i7-7500U หรือ i7-8550U กราฟิกจอ Intel HD Graphics 620 มี RAM 16 GB ความจุฮาร์ดดิสก์ที่ 128 GB เพิ่มได้สูงสุดถึงขนาด 1 TB ใช้ระบบปฏิบัติการ Window 10 ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ QHD+ 3200 x 1800 touch Screen
ประเภทของแผงหน้าปัด IGZO 16:9 aspect ratio, with LED backlight, up to 178° wide viewing angles
ซีพียู Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ i7-8550U/ i7-7500U
รุ่น GPU Intel UHD Graphics 620
แรม 16GB
ประเภทหน่วยความจำ LPDDR3
ชนิดหน่วยความจำ HDD, SSD
HDD 1TB
SSD/eMMC 128GB, 256GB
การเชื่อมต่อ HDMI, USB3.0, Bluetooth, Thunderbolt, Camera, USB Type-C
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-Bit)
แบตเตอรี่ Compact 65W/45W USB-C power adapter Built-in 53.6Wh rechargeable lithium-ion polymer battery
ขนาด 0.54” / 13.8 mm (Height) x 12.6” / 321 mm (Width) x 8.1” / 206 mm (Depth 0.52” / 13.1 mm (Height) x 12.6” / 321 mm (Width) x 8.1” / 206 mm (Depth)
น้ำหนัก 1.33/1.35 kg

สำหรับโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วรุ่นนี้ของ Razer นั้นเน้นความบาง เบา และ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 30% มีพอร์ตเชื่อมคค่อ USB 3.1, USB Type-C Thunderbolt 3 ำหรับชาร์จไฟ HDMI รองรับ Killer Wireless-AC 802.11a/b/g/n/ac และ Bluetooth 4.1 แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง จึงไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดก่อนที่คุณจะกลับบ้านเพราะเพียงพอต่อการใช้งานใน 1 วันอย่างแน่นอน Razer Blade Stealth มี 2 สีให้เลือกคือ Black และ Gun metal

6.Apple MacBook Pro 13 (Mid 2018)

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย —

โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว รุ่นต่อมาคือ MacBook Pro 13 (Mid 2018) จากค่าย Apple ที่ มาพร้อมกับจอภาพ Retina LED แบ็คไลท์แบบ ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5 หรือจะเลือกเป็นรุ่น Core i7 ฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่องเป็นแบบ SSD ความจุ 128 GB สูงสุด 1 TB หน่วยความจำ LPDDR3 ออนบอร์ด ขนาด 8 GB เพิ่มได้สูงสุด 16 GB และสำหรับกราฟิกหน้าจอนั้นใช้ Intel Iris Plus Graphics 655 รันบนระบบปฏิบัติการ macOS

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ 2560 x 1600
ประเภทของแผงหน้าปัด IPS / True Tone(optional)
ซีพียู Core i5, Core i7
รุ่น GPU Intel Iris Plus Graphics 655
แรม 8GB
ประเภทหน่วยความจำ LPDDR3
ชนิดหน่วยความจำ SSD
SSD/eMMC 2TB, 128GB, 256GB, 512GB, 1TB
การเชื่อมต่อ Bluetooth, Thunderbolt, Camera, Speakers, Microphone, Trackpad, USB Type-C
ระบบปฏิบัติการ Mac OS
แบตเตอรี่ ท่องเว็บผ่านระบบไร้สายนานสูงสุด 10 ชั่วโมง เล่นภาพยนตร์ iTunes นานสูงสุด 10 ชั่วโมง ระยะเวลาสแตนด์บายนานสูงสุด 30 วัน แบตเตอรี่ลิเธียมพอลิเมอร์ภายในตัวเครื่อง 58.0 วัตต์ต่อชั่วโมง อะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C ขนาด 61 วัตต์
ขนาด 1.49 x 30.41 x 21.24 cm
น้ำหนัก 1.37 kg

จุดเด่นที่สำคัญของรุ่นนี้คือมาพร้อม Touch Bar ที่มาแทนแถบปุ่มคีย์ลัดทั่วๆไป ซึ่่งสามารถปรับการใช้งานได้อย่างอิสระและมีสีสันที่สวยงาม สำหรับการเชื่อมต่อนั้น MacBook Pro 13 รองรับ USB Type-C Thunderbolt, USB 3.1 พร้อมรองรับ Wi-Fi มาตรฐาน, Bluetooth 4.2 แบตเตอรี่เป็นแบบบิวท์อินที่สามารถใช้งานได้นานถึง 30 วันเมื่ออยู่ในโหมดสแตนบาย และ 10 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานทั่วไป มีสองสีให้เลือกคือ เงินและ เทาสเปซเกรย์

7.Dell Alienware 13

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย —

มาถึงโน้ตบุ๊ก 13นิ้ว รุ่น Alienware 13 จากค่าย Dell ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ OLED ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ QHD 2560 x 1440 พิกเซลรองรับทัชสกรีน น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.6 กิโลกรัม ในส่วนของดีไซน์ก็ออกมาแนวล้ำๆ ตามสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊กนั่นแหล่ะค่ะ Alienware 13 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Core i7-7700HQ หรือ i5-7300HQ การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1060 ใช้ระบบปฏิบัติการ Window 10 Home 64-bit หน่วยความจำ 16 GB / 32 GB ความจุฮาร์ดดิสก์ที่ 1 TB และรองรับ SSD/eMMC ที่ 512 GB PCIe แบตเตอรี่ Lithium Ion (76 Wh) ซึ่งสำหรับคอเกมแล้วก็ถือว่าอึดพอประมาณ

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ 1920 x 1080
ประเภทของแผงหน้าปัด IPS Anti-Glare 300-nits
ซีพียู Core i5, Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ i7-7700HQ , i5-7300HQ
รุ่น GPU NVIDIA GeForce GTX 1060
แรม 16GB, 32GB
ประเภทหน่วยความจำ DDR4
ชนิดหน่วยความจำ HDD, SSD, HDD+SSD/eMMC
HDD 1TB
SSD/eMMC 512GB
การเชื่อมต่อ USB3.0, Bluetooth, Thunderbolt, Camera, Speakers, Microphone, USB Type-C
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home 64bit English
ขนาด 24 x 330 x 269 mm
น้ำหนัก 2.6 kg

ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้นก็ครบครันทั้ง USB 3.0, Bluetooth, Thunderbolt, USB Type-C Wi-Fi Killer 1435 802.11ac 2×2 และพร้อมกล้องหน้าที่รองรับเทคโนโลยี Alienware HD+IR และแน่นอนว่าเมื่อเป็นโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วสำหรับเล่นเกมแล้ว นอกจากภาพคมชัดเสียงก็ยังต้องกระหึ่มสะใจเช่นเดียวกัน โดย Alienware 13 ใช้ระบบเสียงจาก Alienware Sound Center and Audio Recon software ที่ทำให้คุณสนุกสนานยามเล่มเกมโปรด นอกจากนี้แล้วก็ยังสามารถใช้ทำงานทั่วไปไม่ว่าจะเป็นงานด้านเอกสาร ดูหนังฟังเพลง ท่องอินเตอร์เน็ตก็ทำได้แบบไม่ติดขัด Alienware 13 มีแค่สีเดียวคือ Epic Silver

8.HP Spectre x360 13-ae513tu

HP Spectre x360 13-ae513tu

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 47,480 บาท

โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว รุ่นที่ 8 คือ HP Spectre x360 13-ae513tu โน้ตบุ๊กดีไซน์หรูที่มาคู่กับความเฉียบเพียง 13.6 มม. และมีน้ำหนักเบาเพียง 1.26 กิโลกรัมเท่านั้น ดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นเป็นอลูมิเนียมชิ้นเดียว หน้าจอ IPS ทัชสกรีนขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล มีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบ 2-in-1 พับจอได้ 360 องศา พร้อมรองรับปากกาสไตลัส HP Active Pen ที่ทำให้คุณทำงานได้อยากสะดวกสบายในทุกสถานที่ ในส่วนของชิปประมวลผลนั้น เป็น Intel Core i7-8550U Kaby Lake R ความเร็วที่ 1.8 GHz เร่งความเร็วเทอร์โบบูทส์ได้ถึง 4.0 GHz และมี RAM ขนาด 8GB DDR3L ฮาร์ดดิสก์ SSD PCle มีความจุที่ 512GB ในกราฟิกการ์ดจอเป็นออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 ที่ให้ภาพคมชัดสุดๆ

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ FHD 1920 x 1080
ประเภทของแผงหน้าปัด HP Sure View Integrated Privacy Screen IPS micro-edge WLED-backlit touch screen with Corning Gorilla Glass NBT
ซีพียู Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ Intel Core i7-8550U
ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz
ชิพเซ็ท Intel HD
รุ่น GPU Intel HD Graphics 620
แรม 8GB
ประเภทหน่วยความจำ LPDDR3 SDRAM
ชนิดหน่วยความจำ SSD
SSD/eMMC 360GB
การเชื่อมต่อ Bluetooth, Thunderbolt, Camera, Speakers, Microphone, USB3.1
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language 64
แบตเตอรี่ 3-cell, 60 Wh Li-ion polymer 65 W AC power adapter Battery weight 236 g
ขนาด 30.6 x 21.8 x 1.36 cm
น้ำหนัก Starting at 1.26 kg

ส่วนของการเชื่อมต่อ HP SPECTRE x360 มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.1 Type-C x, Thunderbolt และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม วางระบบเสียงเป็นลำโพงคู่จาก Bang & Olufsen รองรับสัญญาณ Wi-Fi มาตรฐานและเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2 ที่พร้อมให้คุณเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแบบไม่สะดุด ไม่ว่าคุณจะใช้งานด้านไหนก็ลื่นไหลทุกด้าน แถมแบตเตอรี่ยังใช้งานนานถึง 16 ชั่วโมงและรองรับ Fast charge อีกด้วย นอกจากนี้ HP SPECTRE x360 ยังติดตั้ง Windows 10 Pro มาเรียบร้อย เรียกได้ว่าพร้อมใช้งานสุดๆ ค่ะ ใครที่ชอบโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วใน

9.Surface Laptop

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย —

มาถึงโน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว รุ่นที่ 9 กับ Surface Laptop ที่ใช้จอแสดงผล PixelSense ขนาด 13.5 นิ้ว มีความละเอียด 2256 x 1504 (201 PPI) รองรับระบบมัลติทัช 10 จุด และรองรับปากกา Surface Pen ได้ ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม เน้นความเบาบางเหมือนกับรุ่นก่อนๆ โดยมีขนาด 308.1 x 223.27 x 14.48 มม. หนักราวๆ 1.25 กิโล ก็ต้องบอกเลยว่าเบามากๆ ถือมือเดียวก็ยังไหว หรือจะพกพาใส่กระเป๋าไปทำงานก็ไม่รู้สึกปวดหลัง ปวดไหล่แต่อย่างใด Surface Laptop ใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Core i5 หรือ Core i7 เจนเนอเรชั่น 7 มี RAM ขนาด 4 GB, 8 GB และ 1 GB ฮาร์ดไดรฟ์ SSD 128 GB สูงสุด 1 TB กราฟิกการ์ดจอ เป็น Intel HD 620 สำหรับตัว Core i5 และ Intel Iris Plus Graphics 640 สำหรับตัว Core i7 และแน่นอนว่าซอฟท์แวร์ก็ต้องเป็นของค่ายไมเครซอฟท์เช่นกันโดยโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วรุ่นนี้ใช้ Windows 10S รองรับ Window Hello ในการรักษาความปลอดภัยในการใช้งาน

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.5 inches
ความละเอียดหน้าจอ 2256 x 1504 (201 PPI)
ประเภทของแผงหน้าปัด PixelSense Corning Gorilla Glass 3 Multi Touch
ซีพียู Core i5, Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ 7th generation
รุ่น GPU Intel HD 620 (i5) Intel Iris Plus Graphics 640 (i7)
แรม 4GB, 8GB, 16GB
ชนิดหน่วยความจำ SSD
SSD/eMMC 128GB, 256GB, 512GB, 1TB
การเชื่อมต่อ USB3.0, Bluetooth, Camera, Speakers, Microphone
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro / 10 S
แบตเตอรี่ เล่นวิดีโอนานสูงสุด 14.5 ชั่วโมง
ขนาด 308.1 mm x 223.27 mm x 14.48 mm
น้ำหนัก 1.252 kg (i5)ม 1.283 (i7)

การเชื่อมต่อนั้น Surface Laptop มี USB 3.0 มาให้ 1พอร์ต, แจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม., Mini DisplayPort, Surface Connect 1 พอร์ตที่สามารถแปลงตัวเองเป็นพาวเวอร์แบงค์ปล่อยกระแสไฟให้มือถือ หรือ แก็ดเจ็ดอื่นๆ ได้ด้วย รองรับ Wi-Fi 802.11ac, IEEE 802.11a/b/g/n และเทคโนโลยี Bluetooth 4.0 LE ซึ่งเป็นมาตรฐานปรกติของโน้ตบุ๊กทั่วไปค่ะ ระบบเสียงนั้นต้องเรียกว่าไม่ธรรมดาเพราะมากับลำโพง Omnisonic ให้ระบบเสียง Dolby ให้เสียงคมชัดไม่บาดหู Surface Laptop มีสีเดียวคือสีแพลตตินัม

10.HP ENVY 13-ah0024tx

ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย 40,330 บาท

และโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วรุ่นสุดท้ายที่เรานำมาแนะนำในวันนี้คือ HP ENVY-13-ah0024tx ค่ะ ซึ่งรุ่นนี้มีความบาง และเบามากที่สุดในบรรดาโน้ตบุ๊กของ HP โดย มีน้ำหนักแค่ 1.3 กิโลกรัมค่ะ ดีไซน์ตัวเครื่องนั้นดูดีพรีเมี่ยมด้วยวัสดุอะลูมิเนียม มีขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว จอเป็นแบบ IPS ความละเอียดหน้าจอ Full HD 1920 x 1080 พิกเซล ซีพียูเป็น Intel Core i7-8550U ความเร็ว 1.80 GHz เร่งความเร็วสูงสุดได้ที่ 4.00 GHz กราฟิกการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce หน่วยความจำ SDRAM ออนบอร์ด 8 GB ฮาร์ดดิสก์ความจุที่ 512 GB PCIe และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Window 10 ที่รองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน หรือด้านความบันเทิงต่างๆ อย่างดูหนังฟังเพลง ก็ให้ความเพลินเพลินเพราะมาพร้อมกับลำโพงคุณภาพจาก Bang & Olufsen และมีระบบรักษาความปลอดภัยต่อการเข้าถึงข้อมูลด้วยสแกนนิ้วมือก่อนเข้าเครื่อง

ขนาดหน้าจอดิสเพลย์ 13.3 inches
ความละเอียดหน้าจอ Full HD (1920 x 1080)
ประเภทของแผงหน้าปัด IPS BrightView WLED-backlit micro-edge multitouch-enabled edge-to-edge glass
ซีพียู Core i7
รุ่นโปรเซสเซอร์ Intel Core i7-8550U
ความเร็วในการประมวลผล 1.8 GHz
รุ่น GPU NVIDIA GeForce MX150 (2 GB GDDR5 dedicated)
แรม 8GB
ประเภทหน่วยความจำ LPDDR3 SDRAM
ชนิดหน่วยความจำ SSD
SSD/eMMC 512GB
การเชื่อมต่อ Bluetooth, Card Reader, Camera, Speakers, Microphone, USB Type-C, USB3.1
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
รุ่นระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language 64
แบตเตอรี่ 4-cell, 53.2 Wh Li-ion 65 W AC power adapter
ขนาด 30.7 x 21.2 x 1.49 cm
น้ำหนัก Starting at 1.21 kg

HP ENVY-13-ah0024tx นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งเทคโนโลยี Bluetooth 4.2 และเชื่อมต่อกับสัญญาณ Wi-Fi 802.11 ac รวมถึงการเชื่อมต่อ และรับ-ส่งข้อมูลจากพอร์ตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1, USB Type C และรองรับ SD card reader ในส่วนของแบตเตอรี่ที่ให้มาเป็นแบบ 4-Cell Li-Poly ก็จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งานใน 1 วันค่ะ และมีบริการหลังการขาย แบบ Onsite Service 2 ปี นับว่าเป็นโน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว ที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ โน้ตบุ๊ก 13 นิ้วที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ใครที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กขนาดเล็ก น้ำหนักเบาเอาไว้ใช้งานก็ลองศึกษารายละเอียดของโน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว ทั้ง 10 รุ่นนี้กันดู หากยังไม่จุใจสามารถเข้าไปเลือกดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราได้เช่นกัน

แนะนำ 10 โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว ดีไซน์บาง น้ำหนักเบา สเปกจัดเต็ม

  1. Dell XPS 13-9360
  2. Lenovo Yoga 920 13
  3. Lenovo ThinkPad L380
  4. ASUS ZenBook S UX391UA
  5. Razer Blade Stealth
  6. Apple MacBook Pro 13 (Mid 2018)
  7. Dell Alienware 13
  8. HP Spectre x360 13-ae513tu
  9. Micro Surface Laptop
  10. HP ENVY 13-ah0024tx

Microsoft ประกาศหยุดสนับสนุน Windows 7 ในปี 2020

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกรา Microsoft ได้ประกาศข่าวร้ายสำหรับผู้ใช้ Windows 7 ระบบปฏิบัติการยอดนิยมที่ใครต่อใครหลายคนยังนิยมใช้งานอยู่ ว่าจะยุติการสนับสนุนระบบปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว โดยการสนับสนุน Windows 7 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 14 มกราคม 2020

ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ได้เปิดตัวมาตั้งแต่ 22 กรกฎาคม 2009 นับถึงปัจจุบันก็เกือบจะ 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จากการสำรวจของ Netmarketshare พบว่ายังมีผู้ใช้มากถึง 42.19% ในขณะที่ Windows 10 ที่เป็นระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุดมีผู้ใช้อยู่ 34.47%

หลังจากวันที่ 14 มกราคม 2020 เป็นต้นไป ผู้ใช้ Windows 7 ก็ยังคงใช้งานต่อไปได้ตามปกติ เพียงแต่มันจะไม่ได้รับการอัพเดตด้านความปลอดภัยอีกต่อไป รวมถึงฝ่ายการบริการลูกค้าของ Microsoft จะไม่สามารถให้การสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับ Windows 7 ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม Microsoft ประกาศว่าจะยังมีการขยายช่วงเวลาอัพเดทแพทช์ด้านความปลอดภัยต่อไปภายใต้โปรแกรม Windows 7 Extended Security Updates (ESU) ไปจนถึงเดือนมกราคม ปี 2023 เพียงแต่ว่าผู้ใช้จะต้อง “จ่ายเงินเพิ่ม” ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีราคาเท่าไหร่ บอกเพียงแค่ว่ามันจะมีราคาสูงขึ้นทุกปี

Microsoft ประกาศหยุดสนับสนุน Windows 7 ในปี 2020

ที่มา : support.microsoft.com , www.microsoft.com , netmarketshare.com , en.wikipedia.org

AMD เปิดตัวชิปกราฟฟิก 7nm ตัวแรกของโลก! Radeon Instinct MI60 และ MI50

ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ในที่สุด AMD ก็ได้เปิดตัว GPU 7 นาโนเมตร ตัวแรกของโลก คือ Radeon Instinct MI60 และ MI50 ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับเซิร์ฟเวอร์และเวิร์คสเตชั่น

โดยที่รุ่นเรือธงอย่าง MI60 นั้นมีสมรรถนะ 7.4 TFLOPS สำหรับการประมวลที่ 64-bit และชิปทั้งสองตัวทำงานร่วมกับหน่วยความจำที่มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงแบบ HMB2 (High-Bandwidth Memory) โดยมีแบนด์วิดท์ในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงถึง 1TBps และหน่วยความจำมีขนาดใหญ่ถึง 32GB และมีเทคโนโลยี Infinity Fabric ที่สามารถเชื่อมชิป MI60 สี่ตัวเข้าด้วยกันในรูปแบบของ Hive ring โดยมีช่องทางการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างกันที่ความเร็วสูงถึง 200GB/s

***หมายเหตุ FLOPS หรือ ฟล็อปส์ เป็นหน่วยที่ใช้นับจำนวนชุดคำสั่งในการประมวลผลการคำนวณตัวเลขทศนิยม ที่หน่วยประมวลผลสามารถทำได้ใน 1 วินาที

*** TFLOPS คือหน่วย เทราฟล็อปส์ หรือ ล้านล้านฟล็อปส์ 1,000,000,000,000

แม้ว่าจะเป็นข่าวการเปิดตัว GPU แต่ก็อาจไม่ใช่ข่าวดีนักสำหรับสายเกมเมอร์ เพราะอย่างที่บอกว่า Radeon Instinct MI60 และ MI50 นั้นถูกสร้างมาเพื่อใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์และคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ เพราะในที่สุดเราก็มีเทคโนโลยี 7nm กับอะไรที่ไม่ใช่แค่ชิปมือถือเสียที (และอาจสร้างข่าวดีให้กับวงการเกมส์ต่อไป)

Radeon Instinct MI60 มีกำหนดวางขายก่อนในช่วงปลายปี 2018 จากนั้น Radeon Instinct MI50 จะตามมาในไตรมาสแรกของปี 2019

ที่มา : www.engadget.com , www.techradar.com