ปั้นมนุษย์เงินเดือนให้เป็นเสี่ย วิถีสตาร์ตอัพที่ซัมซุง C-Lab Share

Admin/ ตุลาคม 30, 2018/ IT UPDATE/ 0 comments

ในทุกๆ 2–3 ปี จะมีบริษัทผู้นำหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เกิดขึ้นมาในตลาด สร้างสีสันและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในทางตรงกันข้าม บริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งเคยยืนหนึ่งในโลกธุรกิจมายาวนาน กลับเริ่มประสบความยากลำบากในการรักษาความเป็นผู้นำเอาไว้ หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้น อย่างซัมซุง อิเลคโทรนิคส์แห่งเกาหลีใต้ ก็หวั่นเกรงเช่นกันว่า มันอาจเกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้นกับพวกเขา ในยุคที่ภูมิทัศน์ในการทำธุรกิจช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมากมายเหลือเกิน จากการทบทวนภายในองค์กร ซัมซุงได้พบช่องโหว่ที่บ่งชี้ว่าซัมซุงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำธุรกิจแบบพลิกผันและทันท่วงที (Disruption) พวกเขาค้นพบว่า โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่จากศูนย์กลางแห่งนวัตกรรม เมืองซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา เป็นโมเดลที่น่าสนใจมาก เพราะที่นั่นเป็นจุดกำเนิดของสินค้าและบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย สร้างสรรค์โดยชุมชนของคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีทักษะและความสามารถมาทำงานร่วมกัน พลังขับเคลื่อนพิเศษของที่นั่นคือการผสมผสานระหว่างนวัตกรรม ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ เข้ากับความเป็นเจ้าของหรือผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) นำไปสู่การก่อตั้งซัมซุง C-Lab โครงการที่ให้การสนับสนุนพนักงานของซัมซุงในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ภายใต้วัฒนธรรมแบบสตาร์ตอัพ  นั่นคือพนักงานที่มีไอเดีย  สามารถส่งผลงานเข้าประกวดหากผลงานเข้าตา  มีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจ พนักงานจะได้รับการสนับสนุน ฟูมฟักไอเดียนั้น และทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ หากในที่สุดประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ พนักงานจะได้รับค่าตอบแทนพิเศษ หรือได้รับการสนับสนุนให้ตั้งเป็นบริษัทสตาร์ตอัพ ขยับขึ้นเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง แต่หากเป็นเจ้าของสตาร์ตอัพแล้วเบื่อ ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นพนักงานซัมซุงได้ทุกเมื่อ
โดยนับตั้งแต่ก่อตั้ง C-Lab มีพนักงานที่ร่วมโครงการ ตัดสินใจลาออกและผันตัวเองไปเป็นสตาร์ตอัพ 150 คน แต่มีที่เปลี่ยนใจกลับมาเป็นพนักงานซัมซุงอีกครั้ง 5 คน C-Lab ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2555 ปีแรกของโครงการในปี 2556 มีพนักงานซัมซุงส่งไอเดียเข้าประกวด กว่า 1,000 ชิ้น มากจนน่าประหลาดใจ แต่กระนั้นมีผลงานที่ผ่านรอบสุดท้ายเข้าสู่กระบวนการผลิตและพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริงเพียง 4 ชิ้นเท่านั้น เกือบ 6 ปีที่ผ่านมา ซัมซุง C-Lab มีพนักงานเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 917 คน ผลิตผลงานสำเร็จแล้ว 186 ชิ้น และอยู่ระหว่างพัฒนา 42 ชิ้นงาน หนึ่งในบริการที่เริ่มต้นจาก C-Lab ที่โด่งดังคือ ซัมซุง ฟลิป (Samsung Flip) ดิจิทัล ฟลิปชาร์จหรือจอกระดานอัจฉริยะที่ใช้ในการประชุมงาน เมื่อผลงานได้ผ่านเข้ารอบ ซัมซุงจะอนุญาตให้พนักงานพักจากงานประจำที่เคยทำอยู่ได้ 1 ปีเต็ม เพื่อที่จะมีเวลาทุ่มเทให้กับโปรเจกต์ใหม่ โดยซัมซุงจะให้การสนับสนุน ฟูมฟัก เพื่อให้ไอเดียยอดเยี่ยมนั้นเกิดเป็นจริงให้ได้ ไอเดียที่ว่าจะไม่มีข้อจำกัด ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับธุรกิจหรือกลุ่มสินค้าของซัมซุงในปัจจุบัน และมีไอเดียมากมายที่ก่อนหน้านี้ซัมซุงไม่เคยคิดที่จะพิจารณา
ล่าสุด ต้นปี 2561 C-Lab สามารถเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ได้ 3 โครงการ ได้แก่ S-Ray (Sound-Ray) ลำโพงพกพาแบบกำหนดเสียงเฉพาะจุด (Direction Speaker) มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก สามารถกำหนดเสียงเฉพาะจุด โดยไม่ต้องสวมหูฟังให้เจ็บหู แต่ก็ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่นเหมือนลำโพงบลูทูธทั่วไป ขณะที่ GoBreath เป็นโซลูชันเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพสำหรับคนที่เคยบาดเจ็บที่ปอดหรือเคยติดเชื้อ โดยช่วยให้ผู้ป่วยฝึกหายใจได้ง่ายขึ้น ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือและอุปกรณ์พกพา ส่วนแอปพลิเคชัน Relumlno เป็นแว่นตาอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาทางสายตามองภาพได้ชัดขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน โดยนวัตกรรมทั้ง 3 ชิ้น ถูกนำไปจัดแสดงและร่วมงาน CES 2018 ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปีด้วย อีกตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเริ่มต้นจาก C-Lab และประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นผลิตภัณฑ์กล้องสวมใส่ FITT360 โดยบริษัทสตาร์ตอัพ LINKFLOW ที่เพิ่งได้รับรางวัลนวัตกรรมจากงาน CES 2018 เป็นกล้องที่เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยสวมใส่แล้ว จะสามารถมองเห็นภาพรอบตัว 360 องศา โดยไม่ต้องหันหน้า ช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยล่าสุด LINKFLOW ได้รับการระดมทุนมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 3,000 ล้านบาทแล้ว.
Share this Post

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*
*