TOYOTA ALL NEW CAMRY 2019ใหม่หมดหัวจดท้าย! รุ่นและราคา

Toyota Motor Thailand เปิดตัวพร้อมเปิดราคาอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ Toyota New Camry 2019 เจเนอเรชั่นที่ 8 ของยานยนต์ขนาดกลางรุ่นขายดีจากแบรนด์ 3 ห่วงรุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2019 แต่ในอเมริกาและในญี่ปุ่นนั้น ขายกันมาเป็นปีแล้ว New Camry 2019 มาในคราบของรถผู้บริหาร ซึ่งใช้ดีไซน์ใหม่หมดหัวจดท้ายโดยไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับ Camry รุ่นก่อนเปลี่ยนโฉม 

รุ่นและราคา Toyota New Camry 2019 
รุ่น 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ E-CVT ราคา 1,799,000 บาท
รุ่น 2.5 HV เกียร์อัตโนมัติ E-CVT ราคา 1,639,000 บาท
รุ่น 2.5G เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ราคา 1,589,000 บาท
รุ่น 2.0G เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ราคา 1,445,000 บาท

เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ที่ถูกนำมาใช้กับเหล็กกล้าคุณภาพเยี่ยม ทำให้โครงสร้างตัวถังรถมีความแข็งแรง ทนทานได้มาตรฐานของ Toyota แชสซีแบบใหม่มีความทนทานต่อแรงบิดตัว โครงสร้าง TNGA ของ Toyota ทำให้ New Camry 2019 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่และการยึดเกาะที่ดีขึ้น ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ยังเซตให้เกาะถนนและมีความนุ่มสบายในสไตล์รถผู้บริหาร


สถาปัตยกรรมยานยนต์แบบใหม่ (TNGA)
New Camry ออกแบบองค์ประกอบรถยนต์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ 

OUTSTANDING PERFORMANCE เครื่องยนต์ใหม่เบนซิน 2.5 ลิตร ระบบไฮบริดเวอร์ชั่นล่าสุด ระบบส่งกำลังแบบใหม่ ออกแบบให้ลงตัวกับโครงสร้างของรถยนต์โดยเฉพาะ 

BODY RIGIDITY โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot welding) ช่วงรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง

LOW CENTER OF GRAVITY ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงรถต่ำ ลดอาการโคลงของตัวรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและการเข้าโค้ง 

DOUBLE WISHBONE SUSPENSION ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ 

GOOD HANDLING พวงมาลัยไฟฟ้าของ New Camry มีการปรับจูนใหม่ ตอบสนองแม่นยำมากขึ้น 

EXCELLENT VISIBILITY ออกแบบตัวถังให้เหมาะกับสรีระผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและลดจุดอับสายตา

Toyota พัฒนาระบบส่งกำลังแบบใหม่ นั่นก็คือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Dynamic Force และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังรถ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ปรับจูนจนมีอัตราการเร่งที่ดี สำหรับรุ่นไฮบริดนั้นมาพร้อมกับระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของอัตราการเร่งและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าเดิม

Toyota เติมความหรูแบบเต็มพิกัดให้กับ New Camry กระจังหน้า ไฟหน้าและสปอยเลอร์หน้าใหม่หมด พลาสติกรูปแบบใหม่บนกระจังลายตาข่าย ไฟหน้าแบบ Projector led headlamp พร้อมไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running สำหรับกระจังหน้าในรุ่น Hybrid จะแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานเล็กน้อย โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์มาตรฐานที่ใช้กระจังหน้ากับสปอยเลอร์แบบ X-Shape ฝากระโปรงหน้าออกแบบเส้นที่มีลักษณะคล้ายครีบ แก้มข้างดึงโป่งซุ้มล้อแนวสปอร์ตกับเส้นข้างลำตัวที่เฉียบคม กรอบกระจกบังลมด้านข้างเดินเส้นโครเมี่ยม ล้ออัลลอยลายใหม่ที่กลมกลืนไปกับเส้นสายด้านข้างของตัวรถ

มิติตัวถังของ Toyota All New Camry 2018 มีขนาดความกว้าง 1,839 มิลลิเมตร กว้างกว่ารุ่นปัจจุบัน 14 มิลลิเมตร ความยาว 4,859 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 9 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนความสูงที่ 1,440 มิลลิเมตร เตี้ยลงถึง 30 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อวัดจากดุมล้อหน้าไปถึงดุมล้อหลัง 2,824 มิลลิเมตร ฐานล้อเพิ่มขนาดความยาวอีก 49 มิลลิเมตร

ห้องโดยสารของ New Camry 2018 คล้ายกับ Lexus แต่ระดับของวัสดุภายในยังคงด้อยกว่าเล็กน้อย แผงหน้าปัดใหม่ที่ออกแบบให้อ่านค่าได้ง่าย จอแสดงผลกึ่งกลางมาตรวัด MID multi information display คมชัด และมีโหมดแสดงค่าต่างๆ ของระบบขับเคลื่อน อุณหภูมิ คำนวณระดับของการใช้เชื้อเพลิงต่อระยะทาง แจ้งเตือนการทำงานของเซนเซอร์รอบๆ รถ แจ้งการทำงานของระบบความปลอดภัย

คอนโซลแดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยพลาสติกหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ จอแสดงผลกลางระบบสัมผัสมีขนาด 8 นิ้ว ใหญ่กว่าเดิมนิดหน่อย New Camry ติดตั้ง Head Up Display เพื่อแจ้งข้อมูลตัวเลขความเร็วให้กับคนขับโดยไม่ต้องละสายตาไปมองที่มาตรวัด ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์แบบใหม่ ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตอลแยกโซน ช่องแอร์ทรงเหลี่ยม ซุ้มคันเกียร์แบบใหม่มาพร้อมที่วางแก้ว เบาะแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้และซันรูฟไฟฟ้าในรุ่นสูงสุด (Hybrid) เบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้ (Rear Reclining Seat) ระบบเชื่อมต่อ Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยอัพเดตสถานะรถได้ตลอดเวลา

พวงมาลัยทรงสามก้านพร้อมแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift พวงมาลัยของ All New Camry ติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นควบคุมการทำงานของเครื่องเสียง ปุ่มระบบสั่งงานด้วยเสียง ปุ่มปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ มีรูปทรงคล้ายกับรุ่นที่แล้ว แต่มีการปรับรายละเอียดใหม่เพื่อให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น มาตรวัดแบบใหม่มีจอ MID ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อความชัดเจนในการอ่านข้อมูลที่สำคัญ รวมถึงยังปรับตั้งค่าต่างๆ ผ่านจอภาพตรงบริเวณกึ่งกลางหน้าปัดมาตรวัดได้อย่างสะดวก

เครื่องยนต์ของ Toyota All New Camry มีให้เลือกหลายแบบแต่ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน โดยยังคงไม่มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกเหมือนเดิม เริ่มจาก

เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาว์ล รหัส 6AR-FSE 4 สูบ วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี เทคโนโลยีวาล์วแปรผันไฟฟ้า VVT-iw ระบบจ่ายเชื้อเพลิง D4s ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด กำลังสูงสุด 169 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที

เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า ปริมาตรความจุ 2.5 ลิตร เป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่พร้อมเทคโนโลยีวาล์วแปรผันไฟฟ้า VVT-ie รหัส A25A-FKS ปริมาตรความจุ 2.5 ลิตร หรือ 2,487 ซีซี.ระบบวาล์วแปรผัน VVT-ie กำลังสูงสุดเบ่งออกมาได้ 208 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 252 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ 8 สปีด

รุ่นต่อมาคือรุ่นสูงสุดแบบประหยัดพลังงาน Toyota New Camry 2.5 HV Premium Hybrid วางเครื่องยนต์รุ่นใหม่ความจุ 2.5 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว มาพร้อมระบบ Hybrid System II แบบล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงรุ่นใหม่แบบ 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว รหัส A25A-FXS ขนาด 2.5 ลิตร หรือ 2,487 ซีซี กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600–5,200 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้าในระบบไฮบริดมีกำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ 202 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังติดตั้งเกียร์อัตโนมัติสายพานพูเล่ย์แบบแปรผัน e-CVT พร้อมโปรแกรมใช้งาน Auto Mode / Manual Mode มีจังหวะล็อกอัพมาให้ 

ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 (4th Generation Hybrid) 
Toyota New Camry 2.5 HV Premium Hybrid พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อความทนทานและประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ใหม่ A25A-FXS VVT-iE ระบบจ่ายเชื้อเพลิง D-4S เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เบนซินรุ่นล่าสุดใช้ระบบการเผาไหม้แบบ Atkinson Cycle ระบบส่งกำลังติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ชุดระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลต่อเนื่อง PCU (Power Control Unit) พัฒนาระบบระบายความร้อนให้ดีขึ้น ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แบตเตอรี่ไฮบริด Ni-MH (Nickel-Metal Hydrid) แบตเตอรี่ใหม่มีขนาดเล็กลง เก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วและสามารถจ่ายไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ Toyota ยังลงมือพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่ให้มีความทนทาน

ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว (T-CONNECT TELEMATICS)

GEO-FENCING ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากบริเวณที่กำหนด
FIND MY CAR เช็กตำแหน่งรถผ่านแอปพลิเคชัน
PARKING ALE ระบบแจ้งเตือนผ่าน Notification เมื่อรถถูกสตาร์ตหรือเคลื่อนที่
STOLEN VEHICLE TRACKING…ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม 
OPS (OPERATOR SERVICE) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจองร้านอาหารชั้นนำ
SOS EMERGENCY SERVICE ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง* 
(*มีค่าใช้จ่ายเพิ่มในบางกรณี) 
PAY AS YOU DRIVE ประกันภัย “ขับน้อย จ่ายน้อย”
NAVIGATR ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร
MY TOYOTA WI-FI เชื่อมต่อทุกความบันเทิงได้พร้อมกันสูงสุดถึง 9 อุปกรณ์* 
(*ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็คเกจ)

มาตรฐานความปลอดภัย (TOYOTA SAFETY SENSE) 
ระบบความปลอดภัยจัดมาชนิดเต็มสูบในแบบรถหรูยุคใหม่ New Camry ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุดไว้มากมาย เช่น ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LANE DEPARTURE ALERT) พร้อมด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 ตำแหน่ง มากที่สุดในรถระดับเดียวกัน ระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control ระบบแจ้งเตือนรถรอบข้างพร้อมระบบป้องกันการเปลี่ยนเลนกะทันหัน พวงมาลัยไฟฟ้าติดตั้ง lane keeping assist system ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ระบบแจ้งเตือนจุดบอดขณะขับขี่หรือถอยหลัง

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM) 
ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LANE DEPARTURE ALERT) 
ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL) 
ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (AUTOMATIC HIGH BEAMS)

ระบบความปลอดภัย Active Safety
กล้องมองภาพขณะถอยหลัง พร้อม Back Guide Monitor
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) 
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control) 
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) 
สัญญาณไฟกะพริบเมื่อเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal)
Passive Safety
ถุงลมเสริมความปลอดภัย 9 ตำแหน่ง

The All-New CAMRY 4 รุ่น พร้อมสีตัวถัง 7 สี 

Attitude Black
Silver Metallic
Phantom Brown

สีใหม่ 4 สี
Graphite Metallic
Premium Red
Platinum White Pearl
Burning Black (เฉพาะรุ่น 2.5 HV Premium)
พร้อมสีภายในสองสี (สีดำ และสีเบจ)

ภายนอก
ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light 
ไฟเลี้ยวแบบ LED 
ไฟท้ายแบบ LED
ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
หลังคามูนรูฟ (Moonroof)
ล้ออัลลอย 17 นิ้ว
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่
กระจกป้องกันเสียงรบกวนและแสงแดด (Acoustic High Solar Energy Absorb Glass)

ภายใน
คอนโซลหน้าออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงกัน พร้อมลาย Hybrid Onyx
มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว
หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ
เครื่องเล่น DVD แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว
ลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง
ระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ และระบบเบรกมือไฟฟ้า
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย
ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางอัตโนมัติ

ความสะดวกสบาย
ระบบสตาร์ตอัจฉริยะ
ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ พร้อมฟังก์ชั่นการควบคุมการล็อก–ปลดล็อกประตูและที่เก็บสัมภาระท้ายรถ
ระบบปรับอากาศแยกอิสระ 3 โซน ซ้าย-ขวา และด้านหลังพร้อมระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร nanoe…สร้างโมเลกุลน้ำล้อมรอบประจุลบ 
อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย… รองรับระบบการชาร์จไฟแบบ Qi เพียงวางสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนถาดชาร์จ 
ช่องต่อ USB ด้านหลัง 2 ช่อง
เบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับได้ 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า
เบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilator พร้อมพัดลมใต้เบาะและพนักพิง 
เบาะนั่งด้านหลังปรับเอนไฟฟ้าพร้อมแผงควบคุมหน้าจอสัมผัสแบบดิจิทัล
ม่านบังแดดไฟฟ้ากระจกหลังสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ลดระดับอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลังเพื่อความปลอดภัย
ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ กระจกมองข้าง และพวงมาลัย
กระจกมองข้างปรับอัตโนมัติขณะถอยหลังและพับเก็บอัตโนมัติ
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home เพิ่มแสงสว่างเมื่อดับเครื่อง.

CR.อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ปั้นมนุษย์เงินเดือนให้เป็นเสี่ย วิถีสตาร์ตอัพที่ซัมซุง C-Lab Share

ในทุกๆ 2–3 ปี จะมีบริษัทผู้นำหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เกิดขึ้นมาในตลาด สร้างสีสันและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในทางตรงกันข้าม บริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งเคยยืนหนึ่งในโลกธุรกิจมายาวนาน กลับเริ่มประสบความยากลำบากในการรักษาความเป็นผู้นำเอาไว้ หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้น อย่างซัมซุง อิเลคโทรนิคส์แห่งเกาหลีใต้ ก็หวั่นเกรงเช่นกันว่า มันอาจเกิดความไม่ชอบมาพากลขึ้นกับพวกเขา ในยุคที่ภูมิทัศน์ในการทำธุรกิจช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและมากมายเหลือเกิน จากการทบทวนภายในองค์กร ซัมซุงได้พบช่องโหว่ที่บ่งชี้ว่าซัมซุงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำธุรกิจแบบพลิกผันและทันท่วงที (Disruption) พวกเขาค้นพบว่า โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่จากศูนย์กลางแห่งนวัตกรรม เมืองซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา เป็นโมเดลที่น่าสนใจมาก เพราะที่นั่นเป็นจุดกำเนิดของสินค้าและบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย สร้างสรรค์โดยชุมชนของคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีทักษะและความสามารถมาทำงานร่วมกัน พลังขับเคลื่อนพิเศษของที่นั่นคือการผสมผสานระหว่างนวัตกรรม ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ เข้ากับความเป็นเจ้าของหรือผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) นำไปสู่การก่อตั้งซัมซุง C-Lab โครงการที่ให้การสนับสนุนพนักงานของซัมซุงในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ภายใต้วัฒนธรรมแบบสตาร์ตอัพ  นั่นคือพนักงานที่มีไอเดีย  สามารถส่งผลงานเข้าประกวดหากผลงานเข้าตา  มีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจ พนักงานจะได้รับการสนับสนุน ฟูมฟักไอเดียนั้น และทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ หากในที่สุดประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ พนักงานจะได้รับค่าตอบแทนพิเศษ หรือได้รับการสนับสนุนให้ตั้งเป็นบริษัทสตาร์ตอัพ ขยับขึ้นเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง แต่หากเป็นเจ้าของสตาร์ตอัพแล้วเบื่อ ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นพนักงานซัมซุงได้ทุกเมื่อ
โดยนับตั้งแต่ก่อตั้ง C-Lab มีพนักงานที่ร่วมโครงการ ตัดสินใจลาออกและผันตัวเองไปเป็นสตาร์ตอัพ 150 คน แต่มีที่เปลี่ยนใจกลับมาเป็นพนักงานซัมซุงอีกครั้ง 5 คน C-Lab ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2555 ปีแรกของโครงการในปี 2556 มีพนักงานซัมซุงส่งไอเดียเข้าประกวด กว่า 1,000 ชิ้น มากจนน่าประหลาดใจ แต่กระนั้นมีผลงานที่ผ่านรอบสุดท้ายเข้าสู่กระบวนการผลิตและพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริงเพียง 4 ชิ้นเท่านั้น เกือบ 6 ปีที่ผ่านมา ซัมซุง C-Lab มีพนักงานเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 917 คน ผลิตผลงานสำเร็จแล้ว 186 ชิ้น และอยู่ระหว่างพัฒนา 42 ชิ้นงาน หนึ่งในบริการที่เริ่มต้นจาก C-Lab ที่โด่งดังคือ ซัมซุง ฟลิป (Samsung Flip) ดิจิทัล ฟลิปชาร์จหรือจอกระดานอัจฉริยะที่ใช้ในการประชุมงาน เมื่อผลงานได้ผ่านเข้ารอบ ซัมซุงจะอนุญาตให้พนักงานพักจากงานประจำที่เคยทำอยู่ได้ 1 ปีเต็ม เพื่อที่จะมีเวลาทุ่มเทให้กับโปรเจกต์ใหม่ โดยซัมซุงจะให้การสนับสนุน ฟูมฟัก เพื่อให้ไอเดียยอดเยี่ยมนั้นเกิดเป็นจริงให้ได้ ไอเดียที่ว่าจะไม่มีข้อจำกัด ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับธุรกิจหรือกลุ่มสินค้าของซัมซุงในปัจจุบัน และมีไอเดียมากมายที่ก่อนหน้านี้ซัมซุงไม่เคยคิดที่จะพิจารณา
ล่าสุด ต้นปี 2561 C-Lab สามารถเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ได้ 3 โครงการ ได้แก่ S-Ray (Sound-Ray) ลำโพงพกพาแบบกำหนดเสียงเฉพาะจุด (Direction Speaker) มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก สามารถกำหนดเสียงเฉพาะจุด โดยไม่ต้องสวมหูฟังให้เจ็บหู แต่ก็ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่นเหมือนลำโพงบลูทูธทั่วไป ขณะที่ GoBreath เป็นโซลูชันเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพสำหรับคนที่เคยบาดเจ็บที่ปอดหรือเคยติดเชื้อ โดยช่วยให้ผู้ป่วยฝึกหายใจได้ง่ายขึ้น ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือและอุปกรณ์พกพา ส่วนแอปพลิเคชัน Relumlno เป็นแว่นตาอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาทางสายตามองภาพได้ชัดขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน โดยนวัตกรรมทั้ง 3 ชิ้น ถูกนำไปจัดแสดงและร่วมงาน CES 2018 ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปีด้วย อีกตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเริ่มต้นจาก C-Lab และประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นผลิตภัณฑ์กล้องสวมใส่ FITT360 โดยบริษัทสตาร์ตอัพ LINKFLOW ที่เพิ่งได้รับรางวัลนวัตกรรมจากงาน CES 2018 เป็นกล้องที่เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยสวมใส่แล้ว จะสามารถมองเห็นภาพรอบตัว 360 องศา โดยไม่ต้องหันหน้า ช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยล่าสุด LINKFLOW ได้รับการระดมทุนมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 3,000 ล้านบาทแล้ว.

20 เกมใน PlayStation Classic เริ่มขาย 3 ธันวาคมปีนี้

หลังเปิดตัว PlayStation Classic เครื่องเล่นเกมคอนโซลในตำนานแบบย่อส่วน เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดมีการเผยชื่อเกมทั้ง 20 เกม ที่จะมาพร้อมกับตัวเครื่องออกมาแล้ว PlayStation Classic เครื่องเล่นเกมคอนโซลในตำนานแบบย่อส่วน ฉลองครบรอบ 25 ปี ล่าสุดทาง Sony ได้ประกาศชื่อเกมทั้ง 20 รายชื่อ ที่จะมาพร้อมเกมตัวเครื่อง (บันทึกในชิปหน่วยความจำ) โดยมีทั้งหมดดังนี้เลย
  • Battle Arena Toshinden
  • Cool Boarders 2
  • Destruction Derby
  • Final Fantasy VII
  • Grand Theft Auto
  • Intelligent Qube
  • Jumping Flash
  • Metal Gear Solid
  • Mr Driller
  • Oddworld: Abe’s Oddysee
  • Rayman
  • Resident Evil Director’s Cut
  • Revelations: Persona
  • Ridge Racer Type 4
  • Super Puzzle Fighter II Turbo
  • Syphon Filter
  • Tekken 3
  • Tom Clancy’s Rainbow Six
  • Twisted Metal
  • Wild Arms
เกมที่หลายคนรู้จักกันดี คงไม่พ้น Resident Evil, Final Fantasy VII, Grand Theft Auto, Metal Gear Solid, Tekken 3 และ Metal Gear Solid (Rockman X กับ Crash Bandicoot อยู่หน่ายย) ส่วนตัวเครื่อง PlayStation Classic จะเริ่มวางจำหน่ายภายในวันที่ 3 ธันวาคมปีนี้ ในราคา 3,590 บาทครับ (ราคาขายในไทยเลย)
ที่มา : PlaystationBlog  

IT Trends 2019: Putting Digital Transformation to Work 
ทำความเข้าใจเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลก และการประยุกต์ใช้ในธุรกิจ

เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจและองค์กรต่างๆ การติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศในแต่ละปีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทุกสิ้นปีบริษัทวิจัยต่างๆทั่วโลกก็ออกรายงานเพื่อระบุถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีก่อกำเนิด (Emerging Technology) ที่จะมีผลกระทบและเปลี่ยนแปลงธุรกิจในปีหน้า ซึ่งในตอนนี้ทุกคนต่างกล่าวถึงในเรื่องของ Digital Transformation ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ IT Trends 2019 – Putting Digital Transformation to Work สรุปแนวโน้ม IT & Digital ในปี 2019 ที่จะมาถึงไม่ว่าจะเป็น AI, Blockchain, Cloud, Big Data, IoT วิเคราะห์ ผลกระทบ กับองค์กรธุรกิจไทย ให้มุมมองจากกรณีศึกษาในอุตสาหกรรมต่างๆ ในงานเดียว เพื่อให้นำไปปรับใช้ในธุรกิจให้ถูกทาง ทันเวลา เพราะ “การพลิกโฉมของโลก Digital มาเร็วกว่าที่คุณคิด”

Intel เปิดตัวซีพียู Core i9-9900K, Core i7-9700K และ Core i5-9600K อย่างเป็นทางการ

หลังจากที่เมื่อวานเราได้รายงานข่าวที่อินเทลจะเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ไป ในเวลานี้ชิป Intel เจนเนอเรชั่น 9 ก็ได้เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชิปรุ่นใหม่นี้ยังคงใช้สถาปัตยกรรมแบบ Coffee Lake และชิปเซ็ต Z370 เหมือนเดิม แต่ก็ได้มีการเพิ่มชิปเซ็ตตัวใหม่ Z390 เข้ามาด้วย โดยทีเด็ดคงหนีไม่พ้น Core i9-9900K ที่มาพร้อมหัวประมวลผลที่มากถึง 8 คอร์ รองรับการเร่งความเร็วด้วย Turbo สูงถึง 5.0GHz โดยใช้พลังงาน (TDP) 95W ซึ่งทาง Intel นี่เป็นชิปที่ดีที่สุดสำหรับเกมเมอร์ในตอนนี้

ซีพียูที่เปิดตัวมีทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้

  • Core i9-9900K ราคา $488 (ประมาณ 16,150 บาท) 8 Cores 16 Threads ความเร็ว 3.6-5.0GHz L3 16MB
  • Core i7-9700K ราคา $374 (ประมาณ 12,350 บาท) 8 Cores 8 Threads ความเร็ว 3.6-4.9GHz L3 12MB
  • Core i5-9600K ราคา $262 (ประมาณ 8,650 บาท) 6 Cores 6 Threads ความเร็ว 3.7-4.6GHz L3 9MB

Intel เปิดตัวซีพียู Core i9-9900K, Core i7-9700K และ Core i5-9600K อย่างเป็นทางการ

มีข้อสังเกตตรงที่ เฉพาะ รุ่น Core i9-9900K เท่านั้น ที่รองรับ Hyperthreading ส่วนทั้ง i7-9700K และ i5-9600K นั้นไม่รองรับ Hyperthreading ส่วนตัวมองว่าตัว i7 ไม่ค่อยน่าเล่นเท่าไหร่ ถ้าไม่เลือก i5 ก็กัดฟันเพิ่มเงินอีกนิดเอา i9 ไปเลยจะคุ้มค่าเงินมากกว่า

ในส่วนของเมนเบอร์และชิปเซ็ต Z390 นั้น กล่าวได้ว่าเป็นการอัพเดทจากเวอร์ชั่น Z370 ซึ่งทั้ง Z390 และ Z370 จะรองรับซีพียูทั้งตระกูล 8000 และ 9000 อย่างไรก็ตามผู้ใช้ Z370 จะต้องอัพเดทไบออสก่อนด้วยถึงจะใช้งานได้

เมนบอร์ดแบบ Z390 นั้นจะรองรับ USB 3.1 Gen 2 มากสุดถึง 6 ช่อง, มี 802.11ac Wi-Fi MAC ในตัว, สนับสนุน SDXC (SDA 3.0) และใช้ Intel Management Engine เวอร์ชั่น 12

Intel เปิดตัวซีพียู Core i9-9900K, Core i7-9700K และ Core i5-9600K อย่างเป็นทางการ

คาดว่างานนี้ใครที่รอซื้ออยู่ น่าจะรอของไม่นานล่ะมั้ง เพราะซีพียูเจนฯ 8 ในบ้านเราก็ขาดตลาดมาสักพักแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นการเตรียมตัวเพื่อนำเจนฯ 9 เข้ามาจำหน่ายหรือไม่

ที่มา : www.trustedreviews.com , www.anandtech.com

Nintendo จับมือ Institute of Play องค์กรไม่เเสวงหาผลกำไร นำ Nintendo Labo เข้าสู่ห้องเรียน เพื่อสร้างเเรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ

Nintendo ประกาศจับมือกับพาร์ทเนอร์ Institute of Play เปิดโครงการใหม่นำ Nintendo Labo เข้าไปเป็นสื่อการเรียน การสอน ใน 100 ห้องเรียนละดับ เกรด 2, 3 เเละ 4 รอบสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างเเรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ สนุกไปกับกิจกรรมการเรียนสนุกไปกับการเรียนรู้

Nintendo จับมือกับ Institute of Play องค์กรไม่เเสวงหาผลกำไร มุ่งเน้นที่จะสร้างประสบการณ์ปรับเปลี่ยนการเล่นให้เป็นการเรียนรู้ พวกเขาจะเข้ามาช่วยคุณครูในการนำ Nintendo Labo เข้ามาเป็นสื่อการเรียน การสอน ที่จะให้เด็กๆ ได้สนุกไปกับการทำงานกลุ่ม สร้างการเรียนรู้จากออกเเบบเเละนำเทคโนโลยีมาใช้ พวกเขาจะนำเข้าสู่หลักสูตรการเรียนทดลองเป็นระยะเวลา 1 ปี Nintendo Labo เป็นอุปกรณ์ที่รวบรวมการออกเเบบเเละเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน บนพื้นฐานของ วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม, ศิลปะ และคณิตศาสตร์ รวมถึงทักษะต่างๆ ที่นำไปต่อยอด ได้เเก่ การสื่อสาร, ความคิดสร้างสรรค์, การคิดเชิงวิพากษ์ เเละการแก้ปัญหา

Razer เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค Blade 15 มาพร้อมพัดลมที่ใหญ่กว่าเดิม และราคาที่ถูกลง สนนราคาเริ่มต้นที่ 52,000 บาท

เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คดีไซน์เพรียวบางอย่าง Razer Blade 15 ซึ่งคราวนี้เป็นรุ่นปลายปี 2018 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นก่อนๆ อย่าง Razer Blade Pro มากพอสมควร ทั้ง HDD เก็บข้อมูลตัวที่ 2, AC Adapter ที่เล็กกว่าพกพาง่าย รวมไปถึงพัดลมระบายความร้อนที่ใหญ่กว่าเดิม และราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่ารุ่นก่อนๆ อีกด้วย

สิ่งที่ต่างไปจากรุ่นแรก นั่นคือ HDD ที่แถมมาให้อีกลูกเพิ่มเติมจาก SSD นอกจากนี้ ยังได้การเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบ Gigabit แม้ว่าตัวเครื่องจะหนากว่ารุ่นเก่า แต่สิ่งที่ได้กลับมาแทนคือน้ำหนักที่บางเบา เพียงแค่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น

ในส่วนของสเปค ใช้ซีพียูจาก Intel Core i7-8750H, การ์ดจอ GeForce GTX 1060 Max-Q, RAM 16 GB DDR4 และระบบระบายความร้อนแบบ Heat Pipe (ส่วนรุ่นที่ใช้ SSD อย่างเดียวจะเป็น GeForce GTX 1070 Max-Q และระบายความร้อนด้วย Vapor Chamber แทน)

สำหรับ Blade 15 รุ่นปลายปี 2018 สนนราคาเริ่มต้นที่ประมาณ $1,599 (ประมาณ 52,000 บาท) และวางจำหน่ายแล้วในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมานั่นเองครับ

ที่มา : NotebookCheck

Huawei Mate 20 X จอใหญ่ 7.2 นิ้ว แบตฯ 5000 mAh และปากกา M Pen

หลังเปิดตัว Huawei Mate 20 กับ Huawei Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN Huawei Mate 20 RS ไปแล้ว ในช่วงท้าย Huawei ก็มีเซอร์ไพรส์ด้วย Huawei Mate 20 X สมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตฯ อึด และมีปากกา !!

ที่งานเปิดตัว Huawei Mate 20 Series ในช่วง One More Big Thing ทาง Huawei ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนอีกรุ่นอย่าง Huawei Mate 20 X สมาร์ทโฟนเรือธงอีกรุ่น ที่มีสเปกเดียวกับ Mate 20 Pro (ยกเว้นความละเอียดหน้าจอและที่สแกนลายนิ้วมือตรงหน้าจอ) ชูหน้าจอขนาด 7.2 นิ้ว เน้นการใช้งานแบบ Entertain โดยเฉพาะ

Huawei Mate 20 X มาพร้อมจอ OLED ขนาด 7.2 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2244 x 1080) ใช้ดีไซน์แบบ Hyper Optical Pattern กับมีกล้อง Leica Matrix Camera System รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว Huawei SuperCharge เช่นเดียวกับ Huawei Mate 20 Series รุ่นอื่น ๆ รวมไปถึงชิปประมวลผล Kirin 980พระเอกของซีรีย์ด้วย

จุดเด่นจริง ๆ Huawei Mate 20 X นอกจากหน้าจอแล้ว ก็มี Huawei Supercool ระบบระบายความร้อนแบบพิเศษ ที่ใช้ทั้ง Vapour Chamber (VC) ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำหรือ Liquid Cooling และแผง Graphene Films สองชั้นในร่างเดียว เพื่อให้สามารถเล่นเกมได้เสถียรเป็นเวลานาน ๆ และช่วยลดความร้อนจากฟีเจอร์ GPU Turbo 2.0 ด้วย

หน้าตาตัว Vapour Chamber (VC)

เมื่อไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนแล้ว ในตัว Huawei Mate 20 X ก็มาพร้อมแบตฯ ขนาด 5000 mAh พร้อม AI ช่วยจัดการพลังงาน ให้เราสามารถดูหนังเล่นเกมได้ต่อเนื่องกันยาว ๆ

หลายคนคงว้าวกับปากกา M Pen ใน MediaPad M5 Pro ไปแล้ว ตัว Huawei Mate 20 X ก็สามารถรองรับปากกานี้ได้เหมือนกัน โดยรองรับแรงกดได้ถึง 4,096 ระดับเช่นเดียวกัน

ภาพจาก : NintendoSoup

ปิดท้ายอุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นเกมอย่างเคส Gamepad พร้อมเปรียบเทียบกับ Nintendo Switch ในเรื่องของหน่วยประมวลผล หน้าจอ และแบตฯ (ฮ่า) สำหรับราคาของ Huawei Mate 20 X ก็อยู่ที่ 899 ยูโร หรือประมาณ 33,800 บาท เป็นรุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 26 ตุลาคมนี้ครับ

ที่มา : HuaweiConsumer

Samsung เปิดตัว Galaxy Book 2 : จัดเต็มขุมพลัง Snapdragon 850 และเชื่อมต่อ LTE ระดับกิกะบิต

Samsung Galaxy Book 2 สเปคดี ดีไซน์เยี่ยม ชิปล่าสุด และ Windows 10 Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Book 2 อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการดีไซน์เรียบหรูพร้อมประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง และอาจเป็นคู่แข่งสำคัญของ Surface Pro ของ Microsoft ได้ แต่เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ต Qualcomm แทน

นอกจากนี้ได้รับการติดตั้งกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และลำโพง AKG คู่ ระบบเสียง Dolby Atmos โดยได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใน S Mode และมาพร้อม ปากกา S Pen และคีย์บอร์ด

หน้าจอ AMOLED 12.0 นิ้ว ความละเ้อียด FHD+ (2160 x 1440 พิกเซล)
ชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 850 (4 คอร์ 2.96 GHZ + 4 คอร์ 1.7 GHz)
การเชื่อมต่อ LTE โมเด็ม Snapdragon X20 LTE Cat.18 5CA, 4X4 MIMO
หน่วยความจำ/ความจุ 4 GB / 128 GB
กล้อง หลัง 8 ล้านพิกเซล / หน้า 5 ล้านพิกเซล
พอร์ต USB Type-C จำนวน 2 พอร์ต, microSD Card, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
เซ็นเซอร์ Accelerometer, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Light Sensor และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
การเชื่อมต่อไร้สาย 802.11 a/b/g/n/ac 2.4+5GHz, VHT80 MIMO
ขนาด / น้ำหนัก 11.32 x 7.89 x 0.30 นิ้ว / 1.75 ปอนด์
แบตเตอรี ใช้ได้สูงสุด 20 ชั่วโมง (S Mode)
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
อุปกรณ์เสริม ปากกา S Pen, คีย์บอร์ด
รองรับวิดีโอ MP4, M4V, 3GP, WMV, ASF, AVI, MKV
รองรับเสียง MP3, M4A, AAC, WAV, WMA, FLAC

Sean Bean พร้อมดวล Agent 47 ใน Hitman 2

 

นักเเสดงดัง คุณ Sean Bean จะมาเป็นคู่ปรับของ Agent 47 ใน Hitman 2 ที่ได้ Warner Bros. Interactive Entertainment เป็นผู้จัดจำหน่าย เเละทีมพัฒนา IO Interactive ประกาศออกมาภายในเกม คุณ Sean Bean จะรับบทบาทเป็น Mark Faba อดีต MI5 ที่ผลันตัวมาเป็นนักฆ่ารับจ้าง Faba จะมีชื่อที่คนในวงการรู้จักกันดีนาม “The Undying” ด้วยทักษะความสามารถในการเเกล้งตายของเขา ซึ่งเป็นสาเหตุให้หน่วยงานระหว่างประเทศหมายหัวเขา

“ผมได้เป็นส่วนนึงของเกม Hitman 2 ที่กำลังจะออกวางจำหน่าย” คุณ Bean บอก “มันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก กับบทบาทใหม่ที่ได้รับ เเละผมหวังว่าทุกๆ คนที่กำลังเล่นอยู่ จะได้เห็นการเเสดงของผมกับบทบาทในตัวละครนี้”

นอกจากนี้ คุณ Hakan Abrak หัวหน้าทีมพัฒนา IO Interactive ยังบอกเสริมถึงการได้คุณ Sean Bean มารับบท Mark Faba “พวกเราตื่นเต้นมาก ที่ได้ Sean Bean มาร่วมเเสดงใน Hitman 2 เเละผู้เล่นจะได้เพลิดเพลินไปกับการเล่นภายในเกม จะมีภารกิจใหม่เพิ่มเข้ามา เนื้อเรื่องต่อๆ ไปในโลกเเห่งนักฆ่า ที่จะทำให้ผู้เล่นหลงใหลในการเล่นมากยิ่งขึ้นเเละผู้เล่นใหม่ๆ ก็จะชอบซีรี่ส์ด้วย”

Hitman 2 จะวางจำหน่ายให้กับ Playstation 4, Xbox One เเละ PC วันที่ 13 พฤศจิกายน 2018