Apple ขยายโปรแกรมศูนย์รับซ่อม IRP ให้ครอบคลุมทั่วโลก เตรียมเปิดบริการในไทยเร็ว ๆ นี้

ก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) ทาง Apple ได้เพิ่มโปรแกรม Apple Independent Repair Provider (IRP) หรือบริการศูนย์รับซ่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Apple ที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากทางบริษัทออกมาให้ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาสามารถนำเอาอุปกรณ์ของ Apple เข้าศูนย์รับซ่อมใกล้บ้านได้แบบไร้กังวล (คล้ายกับศูนย์บริการ AASP แต่จะเป็นศูนย์รายย่อยที่รับซ่อมสินค้าที่หมดประกันแล้วด้วย)

Apple ขยายโปรแกรมศูนย์รับซ่อม IRP ให้ครอบคลุมทั่วโลก เตรียมเปิดบริการในไทยเร็ว ๆ นี้


ภาพจาก : https://www.apple.com/newsroom/2021/03/apples-independent-repair-provider-program-expands-globally/

เพราะปกติแล้วหากผู้ใช้ต้องการเข้ารับบริการในการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Apple ก็จะต้องนำเอาเครื่องเข้าศูนย์หลักของ Apple หรือศูนย์ AASP (Apple Authorized Service Provider) ที่มีสาขาไม่มากนักในแต่ละพื้นที่ หรือเสี่ยงกับการนำเอาเครื่องไปซ่อมในร้านรับซ่อมทั่วไป ดังนั้นการเพิ่มศูนย์รับซ่อมอิสระที่ทางบริษัทการันตีคุณภาพมาก็น่าจะช่วยให้ ผู้ใช้สามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และวางใจได้มากยิ่งขึ้น

ซึ่งหลังจากที่ได้เพิ่มโปรแกรมนี้เข้ามาก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทางผู้ใช้ (และผู้เข้ารับบริการ) จนทางบริษัทได้ตัดสินใจขยายโปรแกรม IRP ออกไปยังแคนาดาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรป และก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดทาง Apple จึงได้ออกมาประกาศเพิ่มโปรแกรมดังกล่าวนี้ออกไปให้ ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น โดยภายในสัปดาห์นี้ก็จะเพิ่มสาขาของ Apple Independent Repair Provider ในอีก 38 ประเทศ (รวมทั้งประเทศไทยด้วย) และภายในปีนี้ก็จะเพิ่มสาขาให้ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

Apple ขยายโปรแกรมศูนย์รับซ่อม IRP ให้ครอบคลุมทั่วโลก เตรียมเปิดบริการในไทยเร็ว ๆ นี้


ภาพจาก : https://support.apple.com/irp-program

สำหรับศูนย์รับซ่อมที่ต้องการขึ้นทะเบียนรับรอง IRP จาก Apple ก็สามารถยื่นขอทดสอบเพื่อรับใบประกาศจากทาง Apple ได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย (ลงทะเบียนได้ที่ https://support.apple.com/en-us/HT205332) ซึ่งหากผ่านการทดสอบก็จะสามารถซื้ออะไหล่ต่าง ๆ ได้ในราคาเดียวกับศูนย์ AASP และเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือจากทาง Apple ได้ฟรี
ที่มา : www.engadget.com , www.apple.com , support.apple.com


Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 780G ประมวลผลไวกว่า 765G บน Pixel 5 ถึง 40%

ก่อนหน้านี้ทาง Qualcomm ได้เปิดตัว Snapdragon 888 ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้มีข่าวลือเกี่ยวกับชิปเซ็ตตัวกลางอย่าง Snapdragon 775 และ 775G ที่สเปคมีความคล้ายคลึงกับ Snapdradon 870 ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ (แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมเรื่องกำหนดการณ์ของ 775 และ 775G แต่อย่างใด)

ล่าสุดก็ได้ออกมาประกาศเปิดตัวชิปเซ็ตตัวใหม่อย่าง Snapdragon 780G ออกมาแล้ว โดยมันเป็นชิปที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก Snapdragon 765G และ 768G ที่ใช้งานบน Pixel 5 ที่ทาง Qualcomm ระบุว่ามันสามารถประมวลผลได้ไวและดีกว่ารุ่นเก่าถึง 40% และประมวลผลกราฟิกได้สูงกว่ารุ่นเก่าถึงถึง 50% เลยทีเดียว

Qualcomm เปิดตัว Snapdragon 780G ประมวลผลไวกว่า 765G บน Pixel 5 ถึง 40% !


Pixel 5 ที่ใช้งานชิปเซ็ต Snapdragon 765G
ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=QOU9nAzHY7I&t=68s

โดย Snapdragon 780G นี้จะใช้สถาปัตยกรรมขนาด 5 nm และมาพร้อมกับ CPU Kryo 670 ส่วน GPU จะใช้งาน Adreno 642 ทำให้รองรับ Refresh rate ได้สูงถึง 144Hz ทั้งยังใช้งาน AI ประมวลผลรุ่นที่ 6 อย่าง Hexagon 770 และหน่วยประมวลผลภาพ Spectra 570 ที่รองรับการใช้งานกล้องที่ความละเอียด 25 MP พร้อมกัน 3 ตัว รวมทั้งรองรับ 5G และ Wi-fi 6 อีกด้วย (สำหรับใครที่อยากดูสเปคแบบละเอียดก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.qualcomm.com/products/snapdragon-780g-5g-mobile-platform)

แต่ทาง Qualcomm ยังไม่มีการเผยออกมาว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใดจะได้ใช้งานชิปเซ็ตนี้เป็นรุ่นแรก เพียงแต่ระบุว่าเราน่าจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่ใช้งาน Snapdragon 780G กันในช่วง ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้กันอย่างแน่นอน
ที่มา : 9to5google.com , gizmodo.com , www.qualcomm.com , www.qualcomm.com

นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้

เผยผลงานจากนักวิจัยแห่งมาหวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสหรัฐ พบว่า Apple Watch และ iPhone ที่ใช้ร่วมกับแอปพลิเคชัน VascTrac สามารถประเมินการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยจากที่บ้านได้เลย

โดยงานวิจัยฉบับนี้ นักวิจัยได้ทดลองให้ผู้ป่วยทั้งหมด 110 คน ทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบ 6MWT (6 Minutes Walk Test) ที่โรงพยาบาล Palo Alto VA ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2018 (พ.ศ.2561) ถึงเดือนพฤษภาคม 2019 (พ.ศ.2562) โดยใช้เครื่องวัดสมรรถภาพตามมาตรฐานคลินิก เทียบกับการวัดสมรรถภาพผ่าน Apple Watch Series 3 และ iPhone 7 ที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน VascTrac เพื่อเก็บข้อมูลและวัดผล โดยผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังนี้

นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้
นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้
นักวิจัยเผย ใช้ Apple Watch และ iPhone ประเมินค่าการทำงานของหัวใจผู้ป่วยได้

จะเห็นได้ว่า การทดลอง 6MWT ทั้งการทดลองโดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์ และใช้ Apple Watch Series 3 และ iPhone 7 สามารถวัดค่าออกมาได้ใกล้เคียงกัน ทั้งค่าความอ่อนแอ (frailty) ที่ได้ใกล้เคียงกันมาก ๆ ค่าขณะทำการ Walk Test และอื่น ๆ จึงทำให้ Apple Watch และ iPhone สามารถใช้วัดค่าความอ่อนแอของหัวใจและหลอดเลือดระหว่างการรักษาตัวที่บ้านได้ และช่วยเก็บค่าสถิติ ข้อมูลแฝงก่อนถึงเวลารักษาครั้งถัดไป เพื่อตรวจหาความผิดปกติของหัวใจให้แม่นยำยิ่งขึ้น

แต่การทดลองนี้จะสำเร็จไม่ได้เลย หาก Apple ไม่เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่อย่างการทดสอบ 6MWT หรือทดสอบด้วยการเดิน 6 นาทีบน watchOS 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินการทำงานของหัวใจในผู้ป่วยนั่นเอง ซึ่งสามารถเก็บได้ทั้งข้อมูลระยะทาง ที่สัมพันธ์กับการทำงานของหัวใจ ระบบไหลเวียนโลหิต รวมถึงระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
ที่มา : www.myhealthyapple.com , www.macrumors.com , www.engadget.com

Apple เพิ่มอัปเดตความปลอดภัยในการใช้งานบน iOS & iPadOS 14.4.2 และ WatchOS 7.3.3

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทางบริษัท Apple ได้เพิ่ม WebKit เข้ามาให้ผู้ใช้อัปเดตความปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ของบริษัท ทั้ง iOS และ iPadOS 14.4.1, WatchOS 7.3.2, macOS Big Sur 11.2.3 และ Safari 14.0.3

ล่าสุดทาง Apple ก็ได้ออกมาประกาศเพิ่ม อัปเดตความปลอดภัยในการใช้งาน อุปกรณ์แบบพกพามากขึ้น (อีกครั้งหนึ่ง) โดยระบุว่า Bug ที่พบในครั้งนี้ก็มาจากนักวิจัยเจ้าเดิมอย่าง Project Zero ของ Google ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ใช้ iPhone ทำการอัปเดต iOS 14.4.2 (สำหรับใครที่ใช้ iPhone รุ่นเก่าก็ได้เพิ่มอัปเดตความปลอดภัยนี้บน iOS 12.5.2 ให้ด้วย) ส่วนใครที่ใช้ iPad ก็ดาวน์โหลด iPadOS 14.4.2 มาใช้งานกันได้ และผู้ที่ใช้งาน Apple Watch ก็แนะนำให้อัปเดต WatchOS 7.3.3 ด้วยเช่นกัน

Apple เพิ่มอัปเดตความปลอดภัยในการใช้งานบน iOS & iPadOS 14.4.2 และ WatchOS 7.3.3


ภาพจาก : https://www.forbes.com/sites/davidphelan/2021/03/26/apple-releases-ios-1442-unexpected-update-with-urgent-security-fix/?sh=83e1dd761fe4

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เปิดการทำงานของออโตอัปเดต (Automatic Updates) ก็สามารถเข้าไปกดอัปเดตเวอร์ชันการทำงานได้ที่ Settings > General > Software Update แล้วกดติดตั้งได้เลย (แต่แนะนำให้เปิดใช้ออโตอัปเดตเลยก็สะดวกดี เพราะทาง Apple ก็ค่อนข้างขยันเพิ่มอัปเดตอยู่พอสมควร)

อย่างไรก็ตาม การอัปเดตในครั้งนี้ก็ไม่ได้มีการพูดถึง macOS แต่อย่างใด ไม่แน่ว่าทางบริษัทอาจเพิ่มอัปเดตตามมาในเร็ว ๆ นี้ หรืออาจทำการอัปเดตในเวอร์ชันถัดไปก็เป็นได้
ที่มา : techcrunch.com , mashable.com , support.apple.com

Apple ประกาศยกเลิกการพัฒนา HomePod รุ่นปกติและมุ่งพัฒนา HomePod mini แทน

ตั้งแต่ที่เราเปิดตัว HomePod mini ไปเมื่อช่วงปีก่อนก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทางผู้ใช้ เพราะนอกจากจะมีเสียงที่ดีและระยะการทำงานที่ครอบคลุมแล้ว ยังสามารถใช้งานในร่วมกับอุปกรณ์ Smart Home ได้อย่างลื่นไหลในราคาเพียง 99 ดอลลาห์ (ราว 3050 บาท) เท่านั้น และเราก็ตั้งใจว่าจะโฟกัสกับรุ่นใหม่ HomePod mini แทน HomePod รุ่นดังเดิมแล้ว

ซึ่งเมื่อดูจากความสามารถในการใช้งานและราคาที่น่าคบหาแล้วก็ไม่น่าแปลกใจนักที่มันจะได้รับความนิยมมากกว่า HomePod รุ่นปกติ เพราะในขณะที่ HomePod เปิดตัวที่ 349 ดอลลาร์ (ประมาณ 10,730 บาท) ก่อนจะลดราคาลงมาอยู่ที่ 299 ดอลลาห์ (ราว 9,200 บาท) นั้น HomePod mini มีราคาเปิดตัวที่สบายกระเป๋าอยู่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่ดูน่ารักกว่ารุ่นปกติ และด้วยขนาดที่เล็กก็ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวกอีกด้วย
จะเห็นได้ว่า HomePod mini มีขนาดเล็กกว่า HomePod รุ่นปกติอยู่มากเลยทีเดียว
ภาพจาก : https://9to5mac.com/2020/10/13/homepod-mini-vs-homepod-comparison/
ส่วนใครที่สนใจ HomePod รุ่นเดิมก็ยังมีวางจำหน่ายที่ Apple Store, Apple Store Online และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของ Apple อยู่ดังเดิม รวมทั้งยังสามารถอัปเดตซอฟต์แวร์และเข้ารับการบริการหลังการขายที่ศูนย์ Apple Care ได้ตามปกติ

ที่มา : www.theverge.com , techcrunch.com

OnePlus เตรียมเปิดตัวสมาร์ทวอทช์เครื่องแรกของบริษัท 23 มี.ค. นี้ พร้อม OnePlus 9

เมื่อปลายปีที่แล้ว OnePlus ได้เกริ่นไว้เรื่องการเปิดตัว OnePlus Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของบริษัท ล่าสุดมีรายงานเผยกำหนดการเปิดตัวที่แน่นอนแล้วเป็นวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564 (ค.ศ 2021)โดยจะมาพร้อมกับ OnePlus 9 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในวันเดียวกัน

OnePlus เตรียมเปิดตัวสมาร์ทวอทช์เครื่องแรกของบริษัท 23 มี.ค. นี้ พร้อม OnePlus 9


ภาพ Teaser ที่ปล่อยออกมาเผยให้เผยขอบตัวเรือนของนาฬิกา

กลายเป็นข่าวดีสำหรับแฟน OnePlus ที่รอมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) ซึ่งได้มีข่าวจะเปิดตัวครั้งแรกแต่ก็ถถูกยกเลิกไปอย่างน่าเสียดายจนล่วงเลยมาในปัจจุบัน

สื่ออย่าง Droid Life วิเคราะห์ว่า OnePlus Watch จะเปิดตัวมาพร้อมกัน 2 ไซต์ให้เลือก โดยจะใช้ระบบ Wear OS และมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นสมาร์ทวอทช์ที่โฟกัสกลุ่มผู้ใช้ออกกำลังกาย เพราะก่อนหน้านี้ OnePlus มีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ อย่าง OnePlus Health และ OnePlus Band 

และอาจมาพร้อมกับฟีเจอร์เพื่อสุขภาพอย่าง ฟีเจอร์ติดตามการนอน และ ฟีเจอร์ติดตามกิจกรรมออกกำลังกาย ตามสโลแกนที่ Pete Lau ซีอีโอของบริษัทเคยกล่าวไว้ว่า “OnePlus Watch สามารถช่วยดูแลสุขภาพของคุณและดูแลคุณในขณะที่นอนหลับ”

OnePlus เตรียมเปิดตัวสมาร์ทวอทช์เครื่องแรกของบริษัท 23 มี.ค. นี้ พร้อม OnePlus 9


 Pete Lau ซีอีโอของ OnePlus /ภาพโดย Carlo Allegri / reuters

สุดท้ายนี้ OnePlus ได้มีการปล่อย Teaser ตัวอย่างบน Twitter ซึ่งเผยให้เห็นดีไซน์เครื่องบางส่วน ส่วนตัวเครื่องจริงเราคงต้องมารอชมในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564 (ค.ศ 2021) นี้

ที่มา : www.engadget.com , www.droid-life.com

Gmail อัปเดตให้สามารถคัดลอกและวาง E-Mail address ขณะเขียนอีเมลได้ง่ายขึ้น

เพราะการ Copy and Paste ข้อความต่าง ๆ บนแอนดรอยด์สมาร์ทโฟนนั้นเป็นประสบการณ์ที่มักจะมีอะไรบางอย่างติดขัดอยู่เสมอ แต่ทาง Gmail ได้ทำการแก้ไขปัญหาส่วนนี้ให้ใช้งานง่ายขึ้น

Gmail อัปเดตให้สามารถคัดลอกและวาง E-Mail address ขณะเขียนอีเมลได้ง่ายขึ้น


www.androidpolice.com/2021/03/10/gmail-for-android-makes-it-easier-to-copy-and-paste-email-addresses

จากปกติที่กดค้างที่ช่องใส่ E-mail address เพื่อ Paste ที่ Copy ไว้แล้ว จะกลายเป็นป๊อปอัพแสดง E-mail address ที่ Copy ไว้แล้ว พร้อมปุ่ม Copy และ Remove ไม่ว่าจะในช่อง E-mail ผู้ส่งหรือ CC, BCC ก็ตาม หรือจะลากคลุม E-mail address เพื่อ Copy ไปวางที่แอปพลิเคชันอื่น ก็จะขึ้นเป็นป๊อปอัพเพื่อแสดงที่อยู่อีเมลแบบชัด ๆ เพื่อ recheck ความถูกต้องก่อน Copy อีกครั้ง

แต่ทว่า เจ้าฟีเจอร์นี้ยังไม่พบใน Gmail บนสมาร์ทโฟนทุกเครื่อง (เครื่องของผู้เขียนก็เช่นกัน) ซึ่งคาดว่านี่เป็นการทดสอบผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ Google และเป็นการทดสอบแบบ A-B Testing เพื่อเปรียบเทียบกันระหว่างก่อนเปลี่ยนแปลงและหลังเปลี่ยนแปลงนั่นเอง
ที่มา : www.androidpolice.com , www.phonearena.com

Apple Event งานแรกของปี 2021 อาจจัดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม คาดเปิดตัวอะไรบ้าง?

ตามข้อมูลจากแอคเคาต์ทวิตเตอร์ @duanrui1205 เจ้ากรมข่าวลือฝั่งจีนออกมาทวีตว่า สมาร์ทโฟน OnePlus 9 และ Apple Event จะจัดขึ้นในวันเดียวกัน นั่นก็คือวันที่ 23 มีนาคม 2021 (พ.ศ. 2564) 

หลังจากที่ Apple จัดงาน Apple Event เปิดตัว iPhone 12 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก็น่าจะถึงเวลาที่ Apple Event ครั้งใหม่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งมีข่าวลือจากหลายทางว่าจะเป็นการเปิดตัวแกดเจ็ตหลายอย่าง เช่น AirTags หรืออุปกรณ์บลูทูธติดตามตัวขนาดเล็กที่ลือกันมานาน, หูฟังไร้สาย AirPods รุ่นใหม่, Apple TV รุ่นใหม่ ไปจนถึงไฮไลต์อย่าง iPad Pro รุ่นอัปเกรดที่หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่าจะเปิดตัวต่อจากปีที่แล้วหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงระบาด ทำให้การจัดงาน Apple Event แบบสมัยก่อนเป็นไปได้ยาก ฉะนั้น ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นก็คืองานเปิดตัวผ่านช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ที่อัดวิดีโอตามสคริปต์ที่วางไว้เรียบร้อยแล้ว หรืออาจจะมีข่าวประชาสัมพันธ์ร่วมด้วย หรืออาจจะเปิดตัวเงียบ ๆ บนเว็บไซต์แบบที่แอปเปิลที่เคยทำกับแกดเจ็ตหลาย ๆ รุ่น

ส่วนข่าวลือความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างของแกดเจ็ตจากแอปเปิล ยังไม่มีอะไรหวือหวามากนัก เช่น iPad Pro ที่อาจเปลี่ยนไปใช้ชิป A14X ที่เร็วขึ้น, หูฟังไร้สาย AirPods รุ่นที่ 3 ที่อาจดึงฟีเจอร์จาก AirPods Pro มาใส่ และมีความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งว่าอาจแตกไลน์ Macbook รุ่นใหม่ ขนาดใหม่ สืบเนื่องมาจากข่าวที่แอปเปิลอาจเลิกผลิตและจำหน่าย iMac Pro นั่นเอง
ที่มา : 9to5mac.com , www.macrumors.com


หลุดข้อมูลสเปค Snapdragon 775 ชิปเซ็ตตัวกลางขนาด 5nm จากค่าย Qualcomm

หลังจากที่ทาง Qualcomm ได้เปิดตัวชิปเซ็ตเรือธงของทางบริษัทอย่าง Snapdragon 888 ไปเมื่อช่วงต้นปีนี้แล้วก็ดูเหมือนว่าเราน่าจะได้เห็นชิปเซ็ตรุ่นกลางทั้ง Snapdragon 775 และ 775G ในเร็ว ๆ นี้แล้ว

โดยจากเอกสารที่หลุดออกมาบน Telegram ของ XiaomiUI (MIUI) ได้ระบุว่าทาง Qualcomm กำลังพัฒนา SM7350 หรือ SoC (System on Chip) Platform ที่จะใช้งานบนชิปเซ็ตตัวใหม่อย่าง Snapdragon 775

หลุดข้อมูลสเปค Snapdragon 775 ชิปเซ็ตตัวกลางขนาด 5nm จากค่าย Qualcomm

ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นก็แสดงให้เห็นว่า Snapdargon 775 นี้จะใช้สถาปัตยกรรมขนาด 5nm เหมือนกับบน Snapdragon 888 (รุ่น 765 ใช้สถาปัตยกรรมขนาด 7nm เท่านั้น) ส่วน CPU-Core ก็น่าจะเพิ่มอัปเกรดมาเป็น Kryo 600-series พร้อมใช้งานหน่วยประมวลผลภาพ Spectra 570 ทำให้มันรองรับการใช้งานกล้องที่ความละเอียด 28MP ถึง 3 ตัว และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K60 รวมทั้งรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E และ 5G (Duel Mode) ด้วย
และเมื่อดูรายละเอียดสเปคที่ออกมาแล้วก็สเปคคล้ายคลึงกับ Snapdragon 870 อยู่หลายจุด และมันก็ทำคะแนน AnTuTu ไปได้ถึง 530,000 คะแนน เลยทีเดียว (ในขณะที่รุ่น Snapdragon 765 อยู่ที่ 320,000 คะแนนเท่านั้น)
อย่างไรก็ตาม คะแนนที่ออกมานี้ก็เป็นการทดสอบใช้บนรุ่น Prototype เท่านั้น คาดว่าเราน่าจะต้องรอดูคะแนนหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกทีหนึ่ง แต่ทาง Qualcomm ก็ยังไม่ได้ออกมาเผยถึงกำหนดการณ์การเปิดตัวของ Snapdragon 775 และ 775G แต่อย่างใด

ที่มา : www.androidcentral.com , www.gsmarena.com , www.xda-developers.com , www.gsmarena.com

Apple ส่อเค้าเลิกผลิต iMac Pro ขึ้นป้าย “วางขายจนกว่าสินค้าจะหมด” ซื้อได้แต่แต่งสเปกไม่ได้

Apple ส่อเค้าเลิกผลิต iMac Pro ขึ้นป้าย "วางขายจนกว่าสินค้าจะหมด" ซื้อได้แต่แต่งสเปกไม่ได้

Apple ขึ้นสถานะ iMac Pro “วางจำหน่ายจนกว่าผลิตภัณฑ์จะหมด”  ส่อเค้าเลิกผลิต หมายความว่าตอนนี้หากลูกค้าต้องการซื้อ iMac Pro ก็ยังสามารถซื้อได้ผ่านทุกช่องทางจัดจำหน่าย แต่จะไม่สามารถอัปเกรดสเปคเพิ่มได้นั่นเอง เพราะตอนนี้หยุดผลิตไปแล้ว

iMac Pro เป็นเครื่องแมคระดับ High-End ที่แรงที่สุดในบรรดาแมคทุกรุ่น เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ด้วยราคาที่สูงมากทำให้ผู้ใช้งาน iMac Pro มีเฉพาะกลุ่ม จำพวกคนทำงานตัดต่อกราฟิกมืออาชีพ ที่ต้องใช้ประสิทธิภาพของกราฟิกชั้นสูง อย่างพวกงานเรนดอร์ 3D หรือแอนิเมชัน

ส่วนเหตุผลที่จะเลิกผลิต Apple ระบุว่าเป็นธรรมดาที่ของใหม่มา ของเก่าก็ไป เพราะอะไหร่ iMac Pro ไม่มีการผลิตเพิ่มแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกผลิตถาวร เพราะจะมีการปรับดีไซน์ใหม่ และเริ่มวางขายปกติอีกทีในปี พ.ศ. 2564 (ค.ศ 2021) หรืออาจเป็นปลายปีเลย โดยคาดว่าอาจมาพร้อมกับชิป M1 ตามที่ Apple เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะส่งชิป M1 ลงให้กับเครื่องแมค 

Apple ส่อเค้าเลิกผลิต iMac Pro ขึ้นป้าย "วางขายจนกว่าสินค้าจะหมด" ซื้อได้แต่แต่งสเปกไม่ได้

อย่างไรก็ตามหากใครอยากได้เครื่องแมค สเปคเทพเทียบเท่า iMac Pro ตอนนี้ Apple แนะว่าสามารถซื้อ Mac Pro คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตัวแรงก่อนได้ ส่่วนเรื่องยอดขายของ iMac Pro นั้นไม่มีการระบุถึงแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีการระบุวันที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ที่แน่นอนด้วย
ที่มา : www.theverge.com